法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสของบริษัท PT MULIAGLASS สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง

แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐาน

ในการพิจารณาผลการทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใส

ของบริษัท PT MULIAGLASS สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

ตามที่ได้มีประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง เปิดการทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสของบริษัท PT MULIAGLASS สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พ.ศ. ๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

และต่อมาคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ให้เปลี่ยนแปลงอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ซึ่งผลิตจากบริษัท PT MULIAGLASS

จากเดิมที่ต้องชำระในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. เป็นอัตราร้อยละ ๑๓.๘๐

ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. นั้น

เพื่อให้เป็นไปตามข้อ

๑ ของกฎกระทรวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓

ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งกำหนดว่า เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยเบื้องต้นหรือคำวินิจฉัยชั้นที่สุดเกี่ยวกับการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การยอมรับข้อเสนอทำความตกลงเพื่อระงับการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การเพิกถอนความตกลงเพื่อระงับการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

หรือการยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนอันเนื่องมาจากการทบทวน

ให้กรมการค้าต่างประเทศออกประกาศแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวนการยอมรับหรือการเพิกถอนความตกลง

และผลการทบทวน กรมการค้าต่างประเทศจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ความเป็นมา

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้ออกประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เรื่อง

การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

กำหนดให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นเวลา ๕ ปี

ซึ่งสินค้าที่ผลิตจากบริษัท PT MULIAGLASS

ถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

ต่อมาเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด

อุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าบล็อกแก้วภายในประเทศ

ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาทบทวนเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสของบริษัท

PT MULIAGLASS

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การเปิดทบทวน

กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศ

เรื่อง เปิดการทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสของบริษัท PT MULIAGLASS สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พ.ศ. ๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม

พ.ศ. ๒๕๕๐

และต่อมากรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการทบทวนความจำเป็นในการใช้บังคับอากรตอบโต้การทุ่มตลาดเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้

(๑) สินค้าที่ถูกพิจารณา คือ

สินค้าบล็อกแก้วชนิดใสตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่ ๗๐๑๖.๙๐.๐๐

(พิกัดอัตราศุลกากรเดิมคือ ๗๐๑๖.๙๐๐.๐๐๑) ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ที่ผลิตจากบริษัท PT MULIAGLASS

โดยสินค้าดังกล่าวถือว่าเป็นสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่อุตสาหกรรมภายในผลิตได้ในตลาดภายในประเทศ

(๒) ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ บริษัท PT MULIAGLASS อุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน และผู้นำเข้า

(๓) ระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณาทบทวน คือ วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.

๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล

กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลที่ได้รับตามแบบสอบถาม

ณ ที่ทำการ และโรงงานของบริษัท PT MULIAGLASS

ในสาธารณรัฐอินโดนีเซียระหว่างวันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลส่วนใหญ่มีความถูกต้องตามหลักการทางบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารต้นฉบับ

ยกเว้นการขอหักค่านายหน้าด้านมูลค่าปกติที่บริษัท PT MULIAGLASS ระบุว่ามีการจ่ายให้กับบริษัทแม่ที่มีความสัมพันธ์กันแต่ไม่มีการบันทึกการจ่ายค่านายหน้าดังกล่าวทางบัญชี

จึงขาดความน่าเชื่อถือ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การแจ้งข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการจัดทำร่างผลการทบทวน

กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งร่างผลการทบทวนซึ่งแสดงข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้บริษัท

PT MULIAGLASS และอุตสาหกรรมภายในทราบเมื่อวันที่ ๔

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเปิดโอกาสให้ยื่นข้อคิดเห็น ข้อโต้แย้ง

และ/หรือแจ้งความจำนงขอแถลงการณ์ด้วยวาจาได้ถึงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ซึ่งปรากฏว่าได้มีการยื่นข้อโต้แย้งจากบริษัท PT MULIAGLASS และการยื่นข้อคิดเห็นจากอุตสาหกรรมภายใน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การพิจารณาข้อโต้แย้งและข้อคิดเห็นต่อร่างผลการทบทวน

บริษัท

PT MULIAGLASS

และอุตสาหกรรมภายในได้ยื่นข้อโต้แย้งและข้อคิดเห็นภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งสรุปประเด็นได้ดังต่อไปนี้

(๑) บริษัท PT MULIAGLASS

ได้โต้แย้งในเรื่องการคำนวณมูลค่าปกติ

โดยไม่เห็นด้วยเรื่องการไม่ยอมรับให้หักค่านายหน้า

ในกรณีนี้ได้พิจารณาแล้วว่า

การจ่ายค่านายหน้าที่บริษัท PT MULIAGLASS

แจ้งว่าได้จ่ายให้กับบริษัทแม่ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันนั้น

ขาดความน่าเชื่อถือเนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานการจ่ายค่านายหน้าดังกล่าวในทางบัญชี

จึงไม่สามารถยอมรับให้นำมาหักออกจากการคำนวณมูลค่าปกติได้

(๒) บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด อุตสาหกรรมภายใน

ได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับราคาส่งออกและมูลค่าปกติของบริษัท PT MULIAGLASS สรุปได้ว่า

ทั้งราคาส่งออกและมูลค่าปกติไม่อยู่ในระดับปกติที่จะนำมาเปรียบเทียบเพื่อคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

โดยอาจมีการบิดเบือนราคาส่งออก รวมทั้งมีการใช้มูลค่าปกติที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

เนื่องจากบริษัท PT MULIAGLASS

ขายผ่านบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน และการนำบล็อกแก้วขนาดพิเศษมารวมคำนวณ

จะทำให้ข้อมูลไม่สะท้อนส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่แท้จริง

ในกรณีนี้ได้พิจารณาแล้วว่า

ไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงต่อกรมการค้าต่างประเทศที่สนับสนุนว่ามีการบิดเบือนราคาส่งออก

สำหรับมูลค่าปกติที่นำมาใช้ในการคำนวณส่วนเหลื่อม การทุ่มตลาดเป็นราคาขายถึงผู้ซื้ออิสระทอดแรกในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ไม่ใช่ราคาที่บริษัท PT MULIAGLASS ขายให้กับบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน

สำหรับเหตุผลที่นำบล็อกแก้วชนิดใสขนาดพิเศษมารวมคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดด้วย

เนื่องจากประกาศเปิดทบทวนครอบคลุมสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสทุกขนาด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การพิจารณาผลการทบทวน

กรมการค้าต่างประเทศได้นำข้อโต้แย้งและข้อคิดเห็นต่อร่างผลการทบทวนที่ได้รับ

รวมทั้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลมาพิจารณาจัดทำรายงานผลการทบทวนเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเพื่อพิจารณาวินิจฉัยเมื่อวันที่

๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นดังต่อไปนี้

(๑) มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา

๑๕ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยคำนวณจากราคาขายภายในสาธารณรัฐอินโดนีเซียของบริษัท PT MULIAGLASS ที่รายงานในแบบสอบถาม และคำนวณเป็นราคาขาย ณ หน้าโรงงาน

โดยหักค่าขนส่งภายในประเทศและค่าบรรจุภัณฑ์

(๒) ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา

๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยคำนวณจากราคาที่ส่งออกมาประเทศไทยตามที่บริษัท PT MULIAGLASS รายงานในแบบสอบถาม และคำนวณเป็นราคาส่งออก ณ

หน้าโรงงานโดยหักค่าขนส่งภายในประเทศ ค่าบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก

และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Clearance and Handling)

(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา

๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติ ตาม (๑) และราคาส่งออกตาม (๒)

ซึ่งเป็นราคา ณ ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

คือ ช่วงระยะเวลาการทบทวน ปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๑๓.๘๐ ของราคา

ซี.ไอ.เอฟ.

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่

๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ว่าอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของบริษัท PT MULIAGLASS

ได้เปลี่ยนแปลงไปจากผลการวินิจฉัยชั้นที่สุดตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

จึงเห็นสมควรให้เปลี่ยนแปลงอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วชนิดใส

ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ที่ผลิตจากบริษัท PT MULIAGLASS จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๗

ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เป็นอัตราร้อยละ ๑๓.๘๐ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

อภิรดี ตันตราภรณ์

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

วิภา/ผู้จัดทำ

๗ กันยายน ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๙๔ ง/หน้า ๕๓/๖ มิถุนายน ๒๕๕๑

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสของบริษัท PT MULIAGLASS สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1a46636f62156633

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com