ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส. 25 /2562
เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีการประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่ผูกพันดอกเบี้ยและประกอบกิจการอื่น โดยยึดหลักการการค้าและการร่วมลงทุนเป็นหลักตามหลักการของศาสนาอิสลาม เช่น หลักการซื้อขาย (Murabahah) หลักการร่วมลงทุนที่เน้นการร่วมบริหาร (Musharakah) หลักการร่วมทุน (Mudarabah) และหลักการเช่า (Ijarah) เป็นต้น ซึ่งจัดได้ว่าเป็นธุรกิจทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่มีการเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ฝากเงิน ผู้ขอสินเชื่อผู้ลงทุน และคู่ค้าตามหลักการของศาสนาอิสลาม
อย่างไรก็ดี เนื่องจากการให้บริการทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามมีลักษณะธุรกรรมที่แตกต่างจากการให้บริการทางการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปที่ผูกพันกับดอกเบี้ยธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรออกประกาศเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่ผูกพันกับดอกเบี้ยและประกอบกิจการอื่นตามหลักการของศาสนาอิสลามเป็นการเฉพาะ โดยยึดหลักการในการกํากับดูแลเช่นเดียวกับการกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป และกําหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมบางประการ เช่น ด้านธรรมาภิบาล เพื่อให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามนจะเป็นการส่งเสริมให้มีการดําเนินงานที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ ตลอดจนมีความสอดคล้องกับหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างความมีเสถียรภาพในการดําเนินธุรกิจซึ่งนําไปสู่ความมั่นคงในระยะยาว และความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ในการออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีการปรับปรุงสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ได้แก่ การเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หลักเกณฑ์การกํากับดูแลเกี่ยวกับช่องทางการให้บริการทางการเงินหลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชน การรวมหลักเกณฑ์ว่าด้วยธรรมาภิบาลและอํานาจหน้าที่ของกรรมการ และการรวมประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 19/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 9/2560เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2560 มาประมวลให้อยู่ในฉบับเดียวกัน
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 120/1 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจเฉพาะธุรกิจทางการเงินที่ไม่ผูกพันกับดอกเบี้ยและประกอบกิจการอื่นตามหลักการของศาสนาอิสลามให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยถือปฏิบัติตามที่กําหนดในป ระกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก
1. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559
2. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 9/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2560
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"สถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป " หมายความว่า สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
"ธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม" หมายความว่า ธุรกิจทางการเงินที่ไม่ผูกพันกับดอกเบี้ยและการประกอบธุรกิจอื่นตามหลักการของศาสนาอิสลาม
5.2 หลักการกํากับดูแล
ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจเฉพาะธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม เพื่อใช้บังคับกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยโดยยึดหลักการการกํากับดูแลให้สอดคล้องกับแนวทางการกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป แต่มีการกําหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมบางประการเพื่อให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม
5.3 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลด้านธรรมาภิบาล
5.3.1 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องจัดให้มีระบบบริหารจัดการและธรรมาภิบาลที่ดีเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป โดยให้นําประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจการถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้นให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
(1.1) องค์ประกอบของคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ กฎหมายอื่น หรือหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
(1.2) อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้รวมถึงการกําหนดนโยบาย และมีความรับผิดชอบการดูแลให้มีกระบวนการบริหารจัดการ และระบบการติดตามตรวจสอบที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการประกอบธุรกิจเป็นไปตามหลักการของศาสนาอิสลาม
(1.3) ให้มีคณะกรรมการชุดย่อยเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป และควรจัดให้มีคณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยซึ่งมีองค์ประกอบ คุณสมบัติ หน้าที่และความรับผิดชอบ ตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ควรพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับความรู้ ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับหลักการด้านศาสนาอิสลาม หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการดําเนินธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม
(1.4) บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ควรรวมถึงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
(1.4.1) ให้คําปรึกษา แนะนํา หรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการดําเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งรวมถึงนโยบาย ระเบียบ คู่มือและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ตลอดจนรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าการประกอบธุรกิจจะไม่ขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลาม
(1.4.2) เสนอแนะให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีระบบการกํากับดูแลกิจการและการตรวจสอบการปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการของศาสนาอิสลามที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล
(1.4.3) ในกรณีที่พบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทําที่ขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลาม ให้รายงานต่อคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทราบเพื่อแจ้งให้ฝ่ายจัดการดําเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกําหนด
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหรือฝ่ายจัดการไม่ดําเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขตามที่คณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเสนอรายงาน ให้คณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเปิดเผยการกระทําดังกล่าวไว้ในรายงานประจําปี และแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ
(1.4.4) ควรจัดทําร้ายงานการกํากับดูแลกิจการตามหลักการของศาสนาอิสลาม เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจตามหลักการของศาสนาอิสลามรวมถึงเปิดเผยรายการหรือการกระทําที่ขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลามที่มีนัยสําคัญไว้ในรายงานประจําปีของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
(1.5) ต้องจัดให้มีการสอบทานระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาสอบทานระบบควบคุมภายในการตรวจสอบภายใน และการปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบ คู่มือ และขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการของศาสนาอิสลาม ตลอดจนข้อเสนอแนะของคณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้แจ้งผลการสอบทาน การตรวจสอบ และการปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลามต่อคณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทราบด้วย
(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการและที่ปรึกษาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
5.4 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยง
5.4.1 การบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องจัดให้มีกระบวนการพิจารณาสินเชื่อก่อภาระผูกพัน และธุรกรรมคล้ายสินเชื่อ รวมถึงการลงทุนในหลักทรัพย์ และการขายสินทรัพย์ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่เหมาะสม เช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปโดยให้นําประกาศและแนวนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(1) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อการลงทุนในหลักทรัพย์ และการขายสินทรัพย์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามแนวนโยบายข้างต้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยควรพิจารณากําหนดประเภทของสินเชื่อที่พึงระมัดระวังในการพิจารณาให้สินเชื่อ โดยเฉพาะการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจหรือมีรูปแบบการให้สินเชื่อที่อาจขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลาม ตลอดจนการให้สินเชื่อในธุรกิจที่ไม่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการเพิ่มผลผลิตของประเทศระยะยาว เช่น ธุรกิจที่มีลักษณะเก็งกําไรธุรกิจนําเข้าสินค้าฟูมเฟือย ธุรกิจที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี และควรพิจารณาแบ่งแยกอํานาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป รวมทั้งควรกําหนดให้มีผู้รับผิดชอบหรือตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติภายหลังการอนุมัติการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อนั้น
(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(2.1) การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกินจํานวนเงินที่กําหนด ดังต่อไปนี้
| | |
| --- | --- |
| กลุ่มลูกค้า | จํานวนเงินสูงสุด |
| 1) กลุ่มลูกค้าเดิมของธนาคาร | 1,000 ล้านบาท |
| 2) กลุ่มลูกค้าใหม่ | 500 ล้านบาท |
| 3) รัฐวิสาหกิจ | 2,000 ล้านบาท |
ทั้งนี้ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องพิจารณาถึงความสามารถทางการเงินของลูกหนี้อย่างระมัดระวังโดยเฉพาะการทําธุรกรรมกับลูกค้ารายใหญ่ โดยพิจารณาแนวทางการคํานวณ วิธีการนับลูกหนี้ในธุรกรรมประเภทต่าง ๆ และข้อยกเว้นในการคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ ตลอดจนการพิจารณาผ่อนผันการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป
(2.2) ในกรณีที่กระทรวงการคลังเห็นว่าธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถกลับมาดําเนินการได้ตามปกติตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่าอัตราที่กฎหมายกําหนดตามข้อ 5.5 ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น แทนจํานวนเงินสูงสุดตามตารางข้างต้น
(3) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการสอบทานธุรกรรมด้านสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามแนวนโยบายข้างต้น ในการพิจารณาอัตราสอบทานลูกหนี้ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยนั้น ให้ลูกหนี้ธุรกิจวงเงินสูงหมายถึงลูกหนี้ธุรกิจที่มีวงเงินหรือยอดหนี้คงค้างสูงตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป และลูกหนี้ธุรกิจวงเงินต่ําหมายถึงลูกหนี้ธุรกิจที่มีวงเงินหรือยอดหนี้คงค้างต่ํากว่า 20 ล้านบาท
(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องจัดชั้น กันสํารอง และตัดจําหน่ายหนี้สูญ โดยพิจารณาจากการค้างชําระเงินให้สินเชื่อในส่วนของต้นเงินหรือรายได้ทางการเงินที่พึงได้รับจากการให้สินเชื่อนั้น เช่น ผลกําไรจากการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อ
(5) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชําระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามแนวนโยบายข้างต้น ในการทําธุรกรรมทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยประเมินราคาสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันเพื่อประกอบการให้กู้ยืม การทําธุรกรรมด้านสินเชื่อ หรือการให้บริการทางการเงินในรูปแบบอื่นตามหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งมีลักษณะเทียบเคียงได้กับหลักประกัน
(6) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามแนวนโยบายข้างต้น ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่กําหนดในเอกสารแนบ
(7) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสินเชื่อที่ได้รับการค้ําประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมแบบ Portfolio Guarantee Scheme ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(8) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน และธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ รวมทั้งการจัดชั้นและการกันเงินสํารองการถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น ธุรกรรมด้านสินเชื่อ ให้หมายความรวมถึง การให้สินเชื่อ การก่อภาระผูกพัน การทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ การให้กู้ยืมตามหลักการของศาสนาอิสลาม การเบิกถอนเงินสด (เงินเบิกเกินบัญชี) และสินเชื่อทางการค้า รวมถึงบริการทางการเงินในรูปแบบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้ยืมและการให้สินเชื่อ ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
(9) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น ในการทําธุรกรรมทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม โดยพิจารณาแนวทางการคํานวณอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน ตลอดจนการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตเพื่อการดํารงเงินกองทุนสําหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง
5.4.2 การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
(1) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องมีการดํารงสินทรัพย์สภาพคล่องเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป โดยให้นําประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การดํารงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น สินทรัพย์สภาพคล่อง ให้หมายความรวมถึงตราสารการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามที่มีลักษณะเทียบเท่ากับตราสารการเงินที่สามารถนับเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การดํารงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ตราสารศุกูก
(2) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยควรมีการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรองรับการชําระคืนหนี้สินและภาระผูกพันต่าง ๆ เมื่อครบกําหนดหรือถูกเรียกคืน ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต พร้อมทั้งจัดส่งแบบรายงานความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป โดยให้นําแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารความสี่ยงด้านสภาพคล่องของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
5.4.3 การบริหารความเสี่ยงด้านอื่น
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องจัดให้มีการบริหารความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ความเสี่ยงด้านตลาด และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และควรมีการบริหารความเสี่ยงด้านอื่นที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามที่อาจกระทบต่อฐานะ ผลการดําเนินงานตลอดจนภาพลักษณ์และความน่าเชื่อของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เช่น ความเสี่ยงด้าน อัตรารายได้ทางการเงิน (Rate of return risk) ที่เหมาะสม โดยอาจอ้างอิงจากหลักการมาตรฐานสากลที่กําหนดโดยหน่วยงานกํากับดูแลระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น Islamic Financial Services Board โดยอนุโลม
อนึ่ง ในการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้หมายความรวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่าง ๆ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ภายในเช่น ความไม่เพียงพอหรือความบกพร่องของกระบวนการ บุคลากร และระบบงานของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหรือจากเหตุการณ์ภายนอก รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎหมายและความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม เช่น ความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลามด้วย
5.5 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเพียงพอของการดํารงเงินกองทุน
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องดํารงเงินกองทุนขั้นต่ําเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป โดยให้นําประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น องค์ประกอบของเงินกองทุนของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้หมายความรวมถึงเงินที่ได้รับจากการออกตราสารทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามที่มีลักษณะเทียบเท่ากับตราสารทางการเงินที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปได้
(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น การพิจารณาคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พิจารณาความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อและการให้บริการทางการเงินอื่นในรูปแบบต่าง ๆ ตามหลักการของศาสนาอิสลามเพิ่มด้วย
(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น การพิจารณาคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พิจารณาความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อและการให้บริการทางการเงินอื่นในรูปแบบต่าง ๆ ตามหลักการของศาสนาอิสลามเพิ่มด้วย เช่น การให้สินเชื่อในลักษณะซื้อมาขายไปที่อาจทําให้มีสินทรัพย์อยู่ในบัญชีของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งอันอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านตลาดจากความผันผวนของราคาสินทรัพย์นั้นได้
(5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยง
5.6 หลักเกณฑ์การบันทึกบัญชีและการจัดทํางบการเงิน
ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยบันทึกบัญชี จัดทําและประกาศงบการเงิน เช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป โดยให้นําประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยข้อกําหนดเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องบันทึกบัญชีรายได้ทางการเงิน หรือค่างวดจากการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อตามเกณฑ์คงค้างทุกสิ้นเดือนและถือปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีรายได้ทางการเงินจากการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อ ดังนี้
(1.1) กรณีที่ลูกหนี้ค้างชําระรายได้ทางการเงิน หรือเงินค่างวดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจะบันทึกบัญชีเป็นรายได้ตามจํานวนเงินที่ได้รับชําระก็ได้
(1.2) กรณีที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้รับชําระรายได้ทางการเงินบางส่วน ให้นําไปตัดรายการรายได้ทางการเงินค้างรับที่รับรู้เป็นรายได้แล้วในบัญชี แล้วจึงนําไปตัดรายได้ทางการเงินค้างรับที่ยังไม่บันทึกบัญชีเป็นรายได้
(1.3) ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยระงับการบันทึกบัญชีรายได้ทางการเงินหรือค่างวดเป็นรายได้ และบันทึกยกเลิกรายได้ทางการเงินหรือค่างวดจากการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อที่บันทึกบัญชีเป็นรายได้ไว้แล้วออกจากบัญชี โดยอ้างอิงตัวอย่างการนับระยะเวลาการบันทึกรับรู้รายได้ทางการเงินตามเอกสารแนบ 2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยข้อกําหนดเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เมื่อมีลักษณะดังต่อไปนี้
(1.3.1) เมื่อลูกหนี้เงินให้สินเชื่อ ลูกหนี้ที่เกิดจากการค้ําประกัน หรือลูกหนี้ที่เกิดจากการรับรอง รับอาวัล หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงิน ค้างชําระรายได้ทางการเงินเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 3 เดือนนับแต่วันครบกําหนดชําระ
(1.3.2) เมื่อลูกหนี้เงินเบิกถอนเงินสด (เงินเบิกเกินบัญชี) ที่ไม่มีวงเงินหรือถูกยกเลิกวงเงิน หรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน มียอดรายได้ทางการเงินค้างชําระโดยไม่มีเม็ดเงินนําเข้าบัญชีเพื่อชําระรายได้ทางการเงินเกินกว่า 3 เดือนนับแต่วันที่เริ่มค้างชําระ หรือมีเม็ดเงินนําเข้าบัญชีเพื่อชําระรายได้ทางการเงินเป็นบางส่วนแต่รายได้ทางการเงินคงค้างยังเกินกว่า 3 เดือน
(1.3.3) เมื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อค้างชําระเงินค่างวดเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 3 เดือนนับแต่วันครบกําหนดชําระ
(1.3.4) เมื่อลูกหนี้เงินให้สินเชื่อ ลูกหนี้ที่เกิดจากการค้ําประกัน หรือลูกหนี้ที่เกิดจากการรับรองรับอาวัล หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงิน หรือลูกหนี้เงินเบิกถอนเงินสด (เงินเบิกเกินบัญชี) ค้างชําระรายได้ทางการเงินหรือลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อค้างชําระเงินค่างวด เป็นระยะเวลารวมกันไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันครบกําหนดชําระ แต่ถูกจัดชั้นเป็นประเภทสินทรัพย์จัดชั้นสูญ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ หรือสินทรัพย์จัดชั้นสงสัย ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 5.9.1 (4)
(1.4) กรณีที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้ระงับการบันทึกบัญชีรายได้ทางการเงินหรือค่างวดเป็นรายได้แล้ว ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจะสามารถบันทึกบัญชีเป็นรายได้ตามเกณฑ์คงค้างได้ใหม่ เมื่อลูกหนี้ได้ชําระต้นเงินและรายได้ทางการเงินที่รับรู้เป็นรายได้แล้ว และที่ยังไม่บันทึกบัญชีเป็นรายได้ หรือเงินค่างวดที่ค้างชําระทั้งหมดแล้ว
(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการจัดทําและการประกาศงบการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกบัญชีและการจัดทํางบการเงิน
การถือปฏิบัติตามประกาศข้างต้น ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยบันทึกบัญชีและจัดทํางบการเงินตามเนื้อหาและความเป็นจริงเชิงเศรษฐกิจ นอกเหนือจากรูปแบบทางกฎหมายตามกรอบแนวคิดสําหรับการรายงานทางการเงินที่สภาวิชาชีพบัญชีกําหนด และปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับอื่น ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีหรือมาตรฐานการบัญชีตามหลักการของศาสนาอิสลามที่สภาวิชาชีพบัญชีให้ความเห็นชอบ (ถ้ามี โดยในกรณีที่การจัดทําบัญชีในเรื่องใดไม่มีมาตรฐานการบัญชีหรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีหรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยครอบคลุมถึง ให้นํามาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศหรือมาตรฐานการบัญชีอื่นที่เป็นที่ยอมรับทั่วไปมาถือปฏิบัติได้
5.7 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลเกี่ยวกับช่องทางการให้บริการทางการเงิน
ในการประกอบกิจการสาขาของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และการใช้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจจากผู้ให้บริการภายนอก เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินของกลุ่มลูกค้าตามพันธกิจให้มีความสะดวกและทั่วถึงยิ่งขึ้น อีกทั้งเพื่อเพิ่มความสามารถในการดําเนินงานให้ดีขึ้นนั้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการที่รัดกุมและเป็นธรรม โดยให้นําประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
5.8 หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชน
ในการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนตามขอบเขตการประกอบธุรกิจตามที่กําหนดในกฎหมายจัดตั้ง ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องมีกระบวนการในการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) ที่สามารถระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) ของลูกค้าได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิผล โดยให้นําประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
6.1 บทเฉพาะกาลที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกํากับดูแลด้านธรรมาภิบาล
6.1.1 กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในปัจจุบันก่อนวันที่ 1 มกราคม 2560 ให้ยังคงดํารงตําแหน่งต่อไปได้จนครบวาระ อย่างไรก็ตาม หากปรากฎในภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้บุคคลดังกล่าวรายงานต่อประธานกรรมการ หน่วยงานที่ทําหน้าที่เจ้าของ และธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ทราบ และให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดําเนินการให้มีการถอดถอนบุคคลดังกล่าวออกจากการดํารงตําแหน่ง
6.1.2 การกําหนดให้คณะกรรมการของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 คนที่มีความรู้หรือประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตามข้อ 5.5.1 (2) ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 1 ปี นับจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โดยหากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกําหนดนี้ได้ ให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี
6.1.3 การกําหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดย่อยตามข้อ 5.6 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น หากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีข้อกําหนดในกฎหมายจัดตั้งหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จนส่งผลให้มีข้อจํากัดเกี่ยวกับจํานวนกรรมการอิสระ สามารถขอผ่อนผันไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี
6.1.4 การกําหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกํากับความเสี่ยงตามข้อ 5.6 (2) ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 1 ปี นับจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โดยในระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการกํากับความเสี่ยง ให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 3/2559 เรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน
6.1.5 การกําหนดให้มีนโยบายและกระบวนการดําเนินธุรกิจ (Risk-Taking Policies and Processes) ตามข้อ 5.7.2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจัดทํานโยบายและกระบวนการดําเนินธุรกิจให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ หากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีความพร้อม สามารถจัดทํานโยบายและกระบวนการดังกล่าว รวมทั้ง นํามาปฏิบัติใช้ได้ก่อน
6.1.6 การกําหนดให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะตามข้อ 5.10.2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ให้เปิดเผยข้อมูลครั้งแรกสําหรับข้อมูลของงวดปี 2562
6.2 บทเฉพาะกาลที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกํากับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยง
กรณีที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวรวมกันเกินอัตราหรือจํานวนที่กําหนดในข้อ 5.4.1 (2) ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจะให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่บุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวอีกไม่ได้ อย่างไรก็ตามเพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยและการประกอบธุรกิจของลูกค้าของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดแนวทางการผ่อนผัน ดังนี้
6.2.1 การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้รับผ่อนผันเป็นรายกรณีจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สามารถดําเนินการตามที่ได้รับผ่อนผันต่อไปได้
6.2.2 การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้ทําสัญญาผูกพันไว้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2560 ในกรณีที่สัญญามีการกําหนดอายุ (Term loan) ให้ได้รับการผ่อนผันต่อไปจนกว่าจะครบกําหนดอายุสัญญาดังกล่าว ตามบทเฉพาะกาลของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 9/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2560
6.2.3 การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้ทําสัญญาผูกพันไว้แล้วก่อนวันที่กระทรวงการคลังเห็นว่าธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูและมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่าเกณฑ์ที่กําหนดไว้ตามข้อ 5.5 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเพียงพอของการดํารงเงินกองทุนหากจํานวนเงินที่คํานวณจากร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น ต่ํากว่าจํานวนเงินสูงสุดที่กําหนดตามตารางในข้อ 5.4.1 (2.1) ข้างต้น ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถดําเนินการตามสัญญาที่ผูกพันไว้แล้วต่อไปตามประเภทของสินเชื่อ กล่าวคือ ในกรณี เป็นสัญญาที่มีการกําหนดอายุ (Term Loan) ผ่อนผันให้ตามสัญญาที่ผูกพ้นไว้แล้วจนกว่าจะครบกําหนดอายุสัญญา หรือกรณีสัญญามีการกําหนดชําระเงินเมื่อทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน (Call Loan) ผ่อนผันให้ตามสัญญาที่ผูกพันไว้แล้วต่อไปอีกไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ได้ดําเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้วเสร็จตามที่ทางการกําหนด ทั้งนี้ ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถจัดเก็บเอกสาร และข้อมูลยอดคงค้างของลูกหนี้หรือลูกค้าทุกรายที่เข้าข่ายได้รับการผ่อนผันไว้ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินสามารถตรวจสอบได้
6.3 บทเฉพาะกาลที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลความเพียงพอของการดํารงเงินกองทุน
6.3.1 กรณีที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามมาตรการของทางการก่อนประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หากปฏิบัติตามข้อ 5.5 ของประกาศฉบับนี้แล้ว มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่ํากว่าอัตราขั้นต่ําตามที่กําหนด ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของประกาศฉบับนี้ จนกว่าจะดําเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้วเสร็จตามที่ทางการกําหนด
6.3.2 กรณีที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยถือครองเงินลงทุนในหุ้นสามัญและตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไปก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยไม่ต้องนําเงินลงทุนดังกล่าวมาหักออกจากเงินกองทุนตามที่กําหนดในข้อ 5.3.3 (3.1) ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติม
6.4 บทเฉพาะกาลที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ
ธุรกรรมนโยบายรัฐที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดําเนินการก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โดยเป็นโครงการนโยบายรัฐตามแนวปฏิบัติของกระทรวงการคลัง เรื่อง การแยกบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (public Service Account: PSA) ซึ่งจะรวมถึงโครงการนโยบายรัฐที่ดําเนินการผ่านธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีหลังวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ด้วยให้ถือเป็นธุรกรรมนโยบายรัฐตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA)
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน 2562
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย