ข้อ ๑๕ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อหรือแลกเปลี่ยน ดังนี้
(๑)[๑๐] ชำระค่าของที่นำเข้าหรือของที่สั่งจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยไม่นำของเข้ามาในประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(ก) สัญญาซื้อขาย
(ข) บัญชีราคาสินค้า
(ค) เอกสารเรียกเก็บเงินจากผู้ขาย
(ง) ใบสรุปรายการเอกสารตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ของผู้ซื้อหรือแลกเปลี่ยนที่เป็นนิติบุคคล โดยระบุชื่อผู้ขาย เลขที่เอกสาร ราคาของ และกำหนดการชำระเงิน และลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนาม โดยให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้มีเอกสารตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ
(๒) ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) หนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และ
(ข) รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์
(๓)[๑๑] ซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) หนังสือชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการที่พนักงานจะได้รับ
(ข) เอกสารโครงการซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกัน และ
(ค) เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์การเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน
(๔)[๑๒] ลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(ก) หนังสือชี้แจงเหตุผลและรายละเอียดของการลงทุน
(ข) หลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ลงทุน กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล ได้แก่ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง
(ค) หลักฐานแสดงสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของ เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น
(ง) หลักฐานเกี่ยวกับกิจการที่ได้รับการลงทุน เช่น ใบอนุญาตให้จดทะเบียนของกิจการที่ลงทุน หนังสือบริคณห์สนธิ
(จ) งบการเงินล่าสุดของกิจการที่ได้รับการลงทุนที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว (ถ้ามี)
(ฉ) คำรับรองตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด และ
(ช) ในกรณีเงินลงทุนที่มีจำนวนตั้งแต่ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน
เอกสารตาม (ค) และ (ง) นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกให้ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยื่นภายหลังจากที่ได้มีการลงทุนแล้วได้
(๕)[๑๓] ให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(ก) หลักฐานการกู้ยืมที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืม
(ข) หลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ให้กู้ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล ได้แก่ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง
(ค) หลักฐานแสดงสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของ (ถ้ามี)
(ง) หลักฐานเกี่ยวกับกิจการที่กู้ยืม เช่น ใบอนุญาตให้จดทะเบียนของกิจการที่กู้ยืม หนังสือบริคณห์สนธิ
(จ) งบการเงินล่าสุดของกิจการที่กู้ยืมที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว
(ฉ) คำรับรองตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด และ
(ช) ในกรณีเงินให้กู้ยืมที่มีจำนวนตั้งแต่ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน
(๖) ส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ
(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของผู้รับ เช่น หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร
(๗) ส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกที่มีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ
(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้รับมรดก เช่น สำเนาพินัยกรรมหรือหนังสือของผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้ง ที่แสดงการจัดสรรเงินมรดกให้แก่ผู้รับ
(๘) ส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ
(ข) หลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ เช่น บัญชีเครือญาติ
(๙) เป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
(ก) หนังสือเดินทาง
(ข) ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วยานพาหนะเดินทาง
(๑๐)[๑๔] ชำระคืนต้นเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ และ
(ข) หลักฐานการนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินกู้บาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินกู้ที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ แบบ ธ.ต. ๔๐ หรือใบแจ้งเงินโอนเข้า
(๑๑)[๑๕] ชำระดอกเบี้ยเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ ทั้งนี้ เฉพาะในการส่งเงินค่าดอกเบี้ยครั้งแรก
(ข) หลักฐานการนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินกู้บาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินกู้ที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ แบบ ธ.ต. ๔๐ หรือใบแจ้งเงินโอนเข้า และ
(ค) เอกสารเรียกเก็บเงินค่าดอกเบี้ย หรือเอกสารแสดงการคำนวณดอกเบี้ย กรณีไม่มีเอกสารเรียกเก็บเงิน
(๑๒) ส่งคืนเงินลงทุนในหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหน่วยลงทุน ต้องเรียกหลักฐานที่แสดงการขาย การโอนกรรมสิทธิ์ หรือการถือกรรมสิทธิ์
(๑๓) ส่งคืนเงินลงทุนในตราสารทางการเงิน เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) หลักฐานแสดงการถือกรรมสิทธิ์ สำหรับการถือตราสารทางการเงินจนครบกำหนดหรือไถ่ถอนก่อนกำหนด
(ข) หลักฐานแสดงการโอนกรรมสิทธิ์ สำหรับการขายตราสารทางการเงินต่อให้บุคคลอื่น
(๑๔)[๑๖] ส่งคืนเงินทุนของสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(ก) หลักฐานการจัดตั้งสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น ใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์
(ข) หลักฐานการนำเงินเข้า ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ แบบ ธ.ต. ๔๐ หรือใบแจ้งโอนเงินเข้า และ
(ค) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น สำเนาบัญชีเงินฝาก
(๑๕)[๑๗] ส่งคืนเงินประกันหรือเงินกำไร จากการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยหรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ต้องเรียกหนังสือรับรองจากนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า
(๑๖)[๑๘] ส่งคืนเงินลงทุนของกองทุนรวมเนื่องจากการลดทุนของกองทุนรวม ทั้งนี้ การลดทุนดังกล่าวต้องมิได้เกิดจากการระดมทุนหรือกู้ยืมจากในประเทศ หรือรายได้ทางอ้อมที่เกิดจากการระดมทุนหรือกู้ยืมจากในประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(ก) หลักฐานการนำเงินเข้ามาซื้อหน่วยลงทุน ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ แบบ ธ.ต. ๔๐ หรือใบแจ้งโอนเงินเข้า
(ข) มติที่ประชุมของกองทุนรวมในการลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
(ค) งบการเงินที่กองทุนรวมรับรองความถูกต้อง
(ง) รายละเอียดแสดงทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในขณะที่ลดทุน และ
(จ) หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินในการลดทุน
เอกสารตาม (ง) และ (จ) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งให้เจ้าพนักงานภายใน ๕ วันทำการนับจากวันที่ส่งคืนเงินลงทุน
(๑๗) ส่งคืนเงินลงทุนกรณีเลิกกิจการ ลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
(ก) หนังสือรับรองเสร็จสิ้นการชำระบัญชีของผู้ชำระบัญชี ในกรณีที่เลิกกิจการ
(ข) หนังสือรับรองทุนจดทะเบียนที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ ในกรณีลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น
(๑๘) ส่งเงินคืนค่าขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) สัญญาซื้อขาย และ
(ข) หลักฐานแสดงการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์
(๑๙) ส่งเงินค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก) สัญญาเช่า และ
(ข) หลักฐานการถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลต่างประเทศ
(๒๐)[๑๙] ส่งคืนเงินที่บุคคลต่างประเทศเคยนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(ก) หลักฐานการนำเงินเข้า ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสำเนาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นำเข้าก่อนวันที่ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. ๓ แบบ ธ.ต. ๔๐ หรือใบแจ้งเงินโอนเข้า และ
(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งออกเป็นเงินของบุคคลต่างประเทศนั้น เช่น สำเนาบัญชีเงินฝาก
(๒๑) ส่งเงินปันผล ต้องเรียกหลักฐานการจ่ายเงินปันผล เช่น ใบแจ้งการจ่ายเงินปันผลของบริษัทผู้จ่าย
(๒๒) ส่งเงินกำไรออกไปให้สำนักงานใหญ่ ต้องเรียกงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันที่มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองแล้ว หรืองบการเงินระหว่างกาลที่บริษัทได้รับรองความถูกต้องแล้ว หากเป็นการส่งกำไรระหว่างกาล
(๒๓) เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา ต้องเรียกหลักฐานการศึกษา เช่น หนังสือรับรองของสถานศึกษาหรือหนังสือรับรองของ ก.พ.
(๒๔) ส่งเงินออมของชาวต่างประเทศที่ทำงานในประเทศไทย ต้องเรียกหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้าง
(๒๕)[๒๐] ส่งเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเฉพาะนิติบุคคลได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ ของตนซึ่งจดหรือจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องเรียกเอกสารหลักฐานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่แสดงจำนวนเงินที่เสนอขายได้จริง
(๒๖)[๒๑] เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนโดยมีภาระผูกพัน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอันแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาต และหนังสือรับรองยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่ซื้อเพื่อฝากโดยมีภาระผูกพันรวมทุกสกุลและทุกบัญชี
(๒๗)[๒๒] เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนโดยไม่มีภาระผูกพัน ต้องเรียกหนังสือรับรองยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่ซื้อเพื่อฝากโดยไม่มีภาระผูกพันรวมทุกสกุลและทุกบัญชี
(๒๘)[๒๓] เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศ ต้องเรียกหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการจัดตั้ง และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
(๒๙)[๒๔] วัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอันแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลในต่างประเทศ เช่น สัญญา เอกสารเรียกเก็บเงิน
นอกจากกรณีตามข้อ ๑๘ (๓) ถึง (๔) และการส่งเงินไปฝากในต่างประเทศ ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่มีจำนวนเงินต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยื่นเอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม[๒๕]
การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศต้องกระทำโดยบุคคลที่มีภาระการชำระเงินตามที่ปรากฏในเอกสารหลักฐาน หรือที่สอดคล้องกับหลักฐานเท่านั้น การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีภาระโดยกระทำในนามของผู้มีภาระ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกเอกสารการมอบอำนาจให้กระทำการแทนด้วย
ในกรณีการชำระเงินให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีสิทธิรับเงินตามที่ปรากฏในหลักฐานหรือที่สอดคล้องกับหลักฐาน นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกคำสั่งของบุคคลในต่างประเทศซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าวที่ให้บุคคลอื่นรับเงินแทน หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย
ทั้งนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น และเมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารหลักฐานที่แท้จริงและถูกต้องแล้ว ให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม