法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการพิจารณาคำคัดค้าน คำอุทธรณ์ และคำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการพิจารณาคำคัดค้าน

คำอุทธรณ์ และคำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต

ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๒๗

พ.ศ.

๒๕๕๐[๑]

เพื่อให้การพิจารณาคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต

คำอุทธรณ์คำวินิจฉัย คำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต และคำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต

เป็นไปอย่างมีระบบมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๖ มาตรา

๘๗ มาตรา ๘๘ มาตรา ๘๙ วรรคสอง มาตรา ๙๗ และมาตรา ๙๘

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการพิจารณาคำคัดค้าน คำอุทธรณ์ และคำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต

ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

๓.๑ ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการพิจารณาคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม

๒๕๔๕

๓.๒ ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการพิจารณาคำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๓๘ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม

๒๕๓๘

๓.๓ ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการพิจารณาคำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่

๑๙ มกราคม ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสรรพสามิตมอบหมาย

“รองอธิบดี” หมายความว่า

รองอธิบดีที่สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพสามิตในราชการของสำนักกฎหมาย

“ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค”

หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคทุกภาค และให้หมายความรวมถึง

ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี ๑

(ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร)

“คำคัดค้าน” หมายความว่า

คำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต

“คำอุทธรณ์” หมายความว่า

คำอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต

“คำขอทุเลา” หมายความว่า

คำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

การคัดค้าน

ส่วนที่

การคัดค้านและการรับคำคัดค้าน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การคัดค้าน

๖.๑ การยื่นคำคัดค้าน

เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้รับหนังสือแจ้งการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่

หากประสงค์จะคัดค้านการประเมินภาษีดังกล่าว

ให้ยื่นคำคัดค้านต่ออธิบดีได้ที่หน่วยงานตามข้อ ๖.๒ ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา

๘๖ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยใช้แบบคำคัดค้าน (ภษ. 01 - 25)

ตามที่อธิบดีกำหนดท้ายระเบียบนี้

๖.๒ การรับคำคัดค้าน

กรณีคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต

อันเนื่องมาจากการประเมินที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมสรรพสามิต

สำนักงานสรรพสามิตภาคสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ให้ยื่นคำคัดค้านที่สำนักงานสรรพสามิตที่รับผิดชอบนั้นๆ

และให้หน่วยงานที่รับคำคัดค้านส่งคำคัดค้านไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน

๖.๓

ให้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการรับคำคัดค้านแต่ละรายไว้ในสมุดบัญชีบันทึกการรับคำคัดค้าน

เรียงลำดับเลขรับคำคัดค้าน โดยให้แยกเป็นแต่ละประเภทสินค้าและบริการ

๖.๔

ให้ดำเนินการจัดส่งสำเนาคำคัดค้านให้หน่วยงานควบคุมการบังคับชำระภาษีค้าง

หน่วยงานที่ประเมินภาษี

กรณีการยื่นคำคัดค้านต่อสำนักงานสรรพสามิตภาคให้รายงานกรมสรรพสามิตทราบด้วย

๖.๕ เมื่อหน่วยงานที่ประเมินภาษีได้รับแจ้งตามข้อ

๖.๔ แล้ว

ให้ดำเนินการจัดส่งสำนวนการตรวจสอบภาษีและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาคำคัดค้าน

ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ส่วนที่

การพิจารณาคำคัดค้าน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค

มีอำนาจดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคำคัดค้านและการวินิจฉัยคำคัดค้าน

ตามมาตรา ๘๖ มาตรา ๘๗ และมาตรา ๘๘ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

ในกรณีที่มีจำนวนภาษีไม่เกิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐

บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) โดยไม่รวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

และกรณีที่มีการประเมินเฉพาะเบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มไม่เกิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐

บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) ทั้งนี้ เฉพาะในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

สำหรับวงเงินที่เกิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐

บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) ตามวรรคหนึ่ง ให้รองอธิบดีมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้าน

โดยให้สำนักกฎหมายเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการรวบรวมเอกสาร หลักฐาน

สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

พร้อมทั้งจัดทำรายงานเสนอความเห็นเบื้องต้นเสนอต่อรองอธิบดี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

๘.๑ เมื่อได้รับสำนวนแล้วให้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และประเด็นการประเมินทั้งหมด

๘.๒

เชิญเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการประเมินภาษีรายดังกล่าวมาให้ถ้อยคำ

โดยให้สอบถามถึงสาเหตุ ประเด็นที่มีการประเมินภาษี และการรับฟังพยานหลักฐานต่างๆ

ในด้านการตรวจสอบภาษี ทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล และพยานวัตถุ (ถ้ามี)

รวมทั้งให้สอบถามว่าได้มีการเรียกเอกสารหรือหลักฐานใดๆ จากผู้ถูกประเมิน

และผู้ถูกประเมินแจ้งว่าไม่มีหรือหาไม่พบหรือไม่ด้วย

โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

๘.๓

เชิญผู้ยื่นคำคัดค้านมาให้ถ้อยคำถึงสาเหตุในประเด็นที่มีการประเมินภาษีตลอดจนการให้ถ้อยคำและพยานหลักฐานต่างๆ

ในชั้นการตรวจสอบภาษี รวมทั้งประเด็นข้อโต้แย้งในการคัดค้าน

โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

๘.๔ หากผู้ยื่นคำคัดค้านมีความประสงค์จะให้ถ้อยคำหรือยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เคยยื่นไว้แล้วในชั้นการตรวจสอบภาษี

และหรือชั้นคัดค้าน ให้บันทึกถ้อยคำหรือพยานหลักฐานไว้

ในส่วนของบันทึกถ้อยคำเพิ่มเติมดังกล่าวให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวนได้

โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

๘.๕ การพิจารณาสรุปสำนวนคำคัดค้าน

หากประเด็นใดหรือข้อมูลใดที่ปรากฏอยู่ในสำนวนยังไม่มีความชัดเจนสมบูรณ์

และเห็นว่าเป็นสาระสำคัญ

ก็ให้เรียกผู้คัดค้านหรือบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมได้

หากจำเป็นจะเชิญผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร เป็นต้น

มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมก็ได้ โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ

คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

๘.๖ ให้ดำเนินการจัดทำรายงานการพิจารณาคำคัดค้าน

เสนอผู้มีอำนาจวินิจฉัยคำคัดค้าน กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองคำคัดค้านการประเมิน

ภาษีให้เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองคำคัดค้านการประเมินภาษีก่อน

เพื่อให้วินิจฉัยคำคัดค้านให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน

หากการวินิจฉัยคำคัดค้านไม่อาจแล้วเสร็จได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้ทำเรื่องขอขยายระยะเวลาการวินิจฉัยต่ออธิบดี พร้อมเหตุผลประกอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การจัดทำคำวินิจฉัยคำคัดค้าน ให้ระบุ วัน

เดือน ปี ชื่อและตำแหน่งของผู้มีอำนาจพิจารณาคำคัดค้าน

และต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วย คือ ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญข้อกฎหมายที่อ้างอิง

ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนการใช้ดุลพินิจ โดยใช้แบบคำวินิจฉัยคำคัดค้าน (ภษ. 02 -

10) ตามที่อธิบดีกำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การส่งคำวินิจฉัยคำคัดค้าน

ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หากไม่มีผู้รับให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๘

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ต่อไป

ให้ส่งสำเนาคำวินิจฉัยคำคัดค้านให้หน่วยงานที่ประเมินภาษี

หน่วยงานที่รับชำระภาษีหน่วยงานควบคุมการบังคับชำระภาษีค้าง

และกรณีสำนักงานสรรพสามิตภาคเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้านให้รายงานกรมสรรพสามิตทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีผู้ยื่นคำคัดค้านถอนคำคัดค้านที่ได้ยื่นไว้

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจัดทำบันทึกเพื่อเสนอผู้มีอำนาจวินิจฉัยคำคัดค้าน

พิจารณาจำหน่ายคำคัดค้านต่อไป

หมวด

การอุทธรณ์

ส่วนที่

การอุทธรณ์และการรับคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การอุทธรณ์และการรับคำอุทธรณ์

๑๒.๑ การยื่นอุทธรณ์ เมื่อผู้คัดค้านได้รับหนังสือแจ้งผลคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตแล้ว

หากประสงค์จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้านดังกล่าว

ให้ยื่นคำอุทธรณ์ต่ออธิบดีภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น

ตามมาตรา ๘๙ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยใช้แบบคำอุทธรณ์ (ภษ. 01

- 26) ตามที่อธิบดีกำหนดท้ายระเบียบนี้

๑๒.๒ การรับคำอุทธรณ์

กรณีการอุทธรณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมสรรพสามิต

สำนักงานสรรพสามิตภาค สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ให้ยื่นคำอุทธรณ์ที่สำนักงานสรรพสามิตที่รับผิดชอบนั้นๆ

และให้หน่วยงานที่รับคำอุทธรณ์ส่งคำอุทธรณ์

ไปยังกรมสรรพสามิตภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์

๑๒.๓ ให้ส่วนอุทธรณ์ สำนักกฎหมาย

เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน และดำเนินการ ดังนี้

๑๒.๓.๑

ให้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการรับคำอุทธรณ์แต่ละรายไว้ในสมุดบัญชีบันทึกการรับคำอุทธรณ์

เรียงลำดับเลขรับคำอุทธรณ์ โดยให้แยกเป็นแต่ละประเภทสินค้าและบริการ

๑๒.๓.๒

ดำเนินการจัดส่งสำเนาคำอุทธรณ์ให้หน่วยงานควบคุมการบังคับชำระภาษีค้าง

หน่วยงานที่ประเมินภาษี และหน่วยงานที่พิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้านทราบด้วย

๑๒.๔ เมื่อหน่วยงานที่พิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้าน

และหรือหน่วยงานที่ประเมินภาษีได้รับแจ้งตามข้อ ๑๒.๓.๒ แล้ว

ให้ดำเนินการจัดส่งสำนวนการตรวจสอบภาษี

รายงานพิจารณาคำคัดค้านและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้สำนักกฎหมาย

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ส่วนที่

การดำเนินการก่อนการพิจารณาคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้สำนักกฎหมาย

เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการรวบรวมเอกสาร หลักฐานสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

พร้อมทั้งจัดทำรายงานเสนอความเห็นเบื้องต้นต่อผู้บังคับบัญชาก่อนเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน

๑๔.๑ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนได้รับเรื่องอุทธรณ์ตามข้อ

๑๒.๒ และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๑๒.๔ แล้ว

ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ตามเหตุผลข้ออ้างอิงทั้งในชั้นการคัดค้านและชั้นการประเมินภาษี

กรณีมีเหตุจำเป็นและสมควรที่จะต้องออกหนังสือเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ

หรือสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งบัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาอุทธรณ์

ให้เสนอขออนุมัติออกหนังสือเรียกต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๙๒

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ในกรณีที่ต้องมีการบันทึกถ้อยคำให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ

คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

๑๔.๒ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑๔.๑ แล้ว

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนพิจารณาและเสนอความเห็นเบื้องต้น

โดยจัดทำเป็นรายงานแสดงรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้

๑๔.๒.๑ การรับคำอุทธรณ์

การรับคำวินิจฉัยคำคัดค้าน และการรับหนังสือแจ้งการประเมิน

๑๔.๒.๒ ข้อเท็จจริงชั้นตรวจสอบภาษี

แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเอกสารหลักฐาน พยานที่เกี่ยวข้อง

อันเป็นประเด็นและเหตุผลในการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่

๑๔.๒.๓ ประเด็นอุทธรณ์ แสดงข้อโต้แย้งและเหตุผลของผู้อุทธรณ์

๑๔.๒.๔

การดำเนินการในชั้นอุทธรณ์ของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมนอกจากที่ปรากฏในสำนวนการตรวจสอบภาษี

การพิจารณาคำคัดค้านและคำอุทธรณ์

๑๔.๒.๕

สรุปความเห็นของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนว่าการประเมินภาษีและหรือคำวินิจฉัยคำคัดค้านตามคำอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เพราะเหตุใด สมควรสั่งไม่รับอุทธรณ์ ยกอุทธรณ์

เพิกถอนการประเมินหรือคำสั่งของผู้พิจารณาคำคัดค้าน

หรือแก้การประเมินหรือคำสั่งของผู้พิจารณาคำคัดค้านให้ผู้อุทธรณ์เสียภาษีเพิ่มขึ้นหรือลดลง

๑๔.๓ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเสนอรายงานความเห็นเบื้องต้น

ตามข้อ ๑๔.๒ ต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อกรมสรรพสามิตได้สั่งให้นำเรื่องอุทธรณ์เสนอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้วให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนส่งเรื่องทั้งหมดให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จัดเข้าระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

กรณีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แต่งตั้งให้ผู้แทนกรมสรรพสามิตเป็นเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ดำเนินการจัดทำระเบียบวาระการประชุม

หนังสือเชิญประชุม รายงานการประชุม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาคำอุทธรณ์เสร็จสิ้นแล้ว

ให้จัดทำคำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยใช้แบบ ภษ. 02 - 09

ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้เสนอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลงนามในคำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรณีผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องขอถอนคำอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจัดทำบันทึกรายงานการขอถอนคำอุทธรณ์

เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อนำเสนอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาจำหน่ายคำอุทธรณ์ต่อไป

หมวด

การขอทุเลา

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้ที่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้านตามข้อ

๗ มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลาที่ยื่นในชั้นการคัดค้านที่มีจำนวนเงินภาษีที่ขอทุเลาไม่เกินวงเงินภาษีตามที่มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้าน

และให้รองอธิบดีมีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลาในชั้นอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้านและชั้นการอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยฟ้องคดีต่อศาล

โดยให้มีอำนาจรับคำขอทุเลา และมีอำนาจสั่งให้ทุเลาหรือไม่ให้ทุเลาการชำระภาษีไว้ก่อนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้

และจะสั่งให้หาประกันตามที่เห็นสมควรก็ได้ ตามมาตรา ๙๗

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่มีการยื่นคำคัดค้าน

การยื่นคำอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้าน หรือการยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยฟ้องคดีต่อศาล

และผู้คัดค้าน ผู้อุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้านผู้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์

ประสงค์จะขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิตไว้ก่อน จะต้องยื่นคำร้องโดยใช้แบบคำขอทุเลา

(ภษ. 01 - 27) ตามที่อธิบดีกำหนดท้ายระเบียบนี้ โดยยื่นต่อผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลา

ตามข้อ ๑๗

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการยื่นคำขอทุเลา

ผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลาจะสั่งให้ผู้ยื่นคำขอทุเลานำหลักประกันการชำระภาษีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

มาวางเป็นประกันการชำระภาษีต่อกรมสรรพสามิตก็ได้

๑๙.๑

หนังสือค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยโดยให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

๑๙.๒ โฉนดที่ดินมาค้ำประกัน

โดยจดทะเบียนจำนองไว้ต่อกรมสรรพสามิตและที่ดินนั้นต้องมีราคาที่ใช้เป็นทุนทรัพย์จำนวนไม่น้อยกว่าค่าภาษีที่ต้องชำระ

๑๙.๓

พันธบัตรรัฐบาลมาจดทะเบียนจำนำเป็นประกันในจำนวนที่คุ้มกับค่าภาษีที่ต้องชำระ

๑๙.๔

สมุดเงินฝากประจำธนาคารพาณิชย์ของผู้ยื่นคำขอทุเลา

ซึ่งมียอดเงินฝากคุ้มกับค่าภาษีที่ต้องชำระมายึดเป็นประกัน

โดยต้องมีหนังสือยินยอมของผู้ยื่นคำขอทุเลา

ให้ระงับการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการจำหน่าย จ่าย โอน เงินในบัญชีเงินฝากที่นำมาค้ำประกัน

และหนังสือของธนาคารรับรองยอดเงินฝากและยืนยันการปลอดภาระผูกพัน

พร้อมทั้งแจ้งผลการระงับการทำนิติกรรมเพื่อกรมสรรพสามิตจากธนาคารพาณิชย์นั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอทุเลาการชำระภาษีใช้หลักประกันตามข้อ

๑๙.๑ ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลาขอรับการยืนยันการค้ำประกันจากธนาคารผู้ออกหนังสือสัญญาค้ำประกันก่อนพิจารณาสั่งทุเลาการชำระภาษี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลาได้สั่งให้ทุเลาการชำระภาษีไว้แล้ว

ถ้าต่อมามีพฤติการณ์ปรากฏว่าได้มีการกระทำเพื่อประวิงการชำระภาษี

หรือได้มีการกระทำหรือตั้งใจจะกระทำการโอน ขาย

จำหน่ายหรือยักย้ายทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อให้พ้นอำนาจการยึดหรืออายัดผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลามีอำนาจเพิกถอนคำสั่งให้ทุเลาการชำระภาษีนั้นได้

ตามมาตรา ๙๘ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาคำขอทุเลา

พิจารณาเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลาภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่ได้รับเรื่องคำขอทุเลา

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้

ให้เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณารายงานชี้แจงเหตุผลความจำเป็นต่อ

ผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลา เพื่อขอขยายเวลาออกไปได้อีกครั้งละไม่เกินสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาคำขอทุเลาได้สั่งการคำขอทุเลาแล้ว

ให้จัดทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทุเลาทราบ

และจัดทำสำเนาหนังสือดังกล่าวส่งให้หน่วยงานควบคุมการบังคับชำระภาษีค้างที่รับผิดชอบทราบ

รูปแบบของหนังสือและวิธีการส่งหนังสือให้ถือปฏิบัติตามข้อ

๙ และข้อ ๑๐ โดยอนุโลมและแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

พ.ศ. ๒๕๓๙

หมวด

การรายงานผลการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบการพิจารณาการคัดค้าน

การอุทธรณ์ และการขอทุเลารายงานผลการปฏิบัติงานให้กรมสรรพสามิตทราบ ภายในวันที่ ๕

ของเดือนถัดไป

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การพิจารณาวินิจฉัยและการดำเนินการเกี่ยวกับคำคัดค้าน

และคำขอทุเลาที่ได้ดำเนินการไปแล้วตามระเบียบกรมสรรพสามิตที่ยกเลิกโดยข้อ ๓

แห่งระเบียบนี้

ให้เป็นอันใช้ได้สำหรับการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เอกศักดิ์

โอเจริญ

รองอธิบดี

รักษาราชการแทน

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ภษ.

01-25

๒. ภษ.

02-10

๓. ภษ.

01-26

๔. ภษ.

02-09

๕. ภษ.

01-27

๖. คษ.

01-01

๗.

หนังสือค้ำประกันของธนาคาร

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ณัฐวดี/ผู้จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๕๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๒๒ ง/หน้า ๑๙/๓๑ มกราคม ๒๕๕๑

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการพิจารณาคำคัดค้าน คำอุทธรณ์ และคำขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1b28c7405b7c0814

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com