ข้อ ๘ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ดำเนินการ
ดังต่อไปนี้
๘.๑ เมื่อได้รับสำนวนแล้วให้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และประเด็นการประเมินทั้งหมด
๘.๒
เชิญเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการประเมินภาษีรายดังกล่าวมาให้ถ้อยคำ
โดยให้สอบถามถึงสาเหตุ ประเด็นที่มีการประเมินภาษี และการรับฟังพยานหลักฐานต่างๆ
ในด้านการตรวจสอบภาษี ทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล และพยานวัตถุ (ถ้ามี)
รวมทั้งให้สอบถามว่าได้มีการเรียกเอกสารหรือหลักฐานใดๆ จากผู้ถูกประเมิน
และผู้ถูกประเมินแจ้งว่าไม่มีหรือหาไม่พบหรือไม่ด้วย
โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
๘.๓
เชิญผู้ยื่นคำคัดค้านมาให้ถ้อยคำถึงสาเหตุในประเด็นที่มีการประเมินภาษีตลอดจนการให้ถ้อยคำและพยานหลักฐานต่างๆ
ในชั้นการตรวจสอบภาษี รวมทั้งประเด็นข้อโต้แย้งในการคัดค้าน
โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
๘.๔ หากผู้ยื่นคำคัดค้านมีความประสงค์จะให้ถ้อยคำหรือยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เคยยื่นไว้แล้วในชั้นการตรวจสอบภาษี
และหรือชั้นคัดค้าน ให้บันทึกถ้อยคำหรือพยานหลักฐานไว้
ในส่วนของบันทึกถ้อยคำเพิ่มเติมดังกล่าวให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวนได้
โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
๘.๕ การพิจารณาสรุปสำนวนคำคัดค้าน
หากประเด็นใดหรือข้อมูลใดที่ปรากฏอยู่ในสำนวนยังไม่มีความชัดเจนสมบูรณ์
และเห็นว่าเป็นสาระสำคัญ
ก็ให้เรียกผู้คัดค้านหรือบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมได้
หากจำเป็นจะเชิญผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร เป็นต้น
มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมก็ได้ โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบ
คษ. 01 - 01 ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
๘.๖ ให้ดำเนินการจัดทำรายงานการพิจารณาคำคัดค้าน
เสนอผู้มีอำนาจวินิจฉัยคำคัดค้าน กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองคำคัดค้านการประเมิน
ภาษีให้เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองคำคัดค้านการประเมินภาษีก่อน
เพื่อให้วินิจฉัยคำคัดค้านให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน
หากการวินิจฉัยคำคัดค้านไม่อาจแล้วเสร็จได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ทำเรื่องขอขยายระยะเวลาการวินิจฉัยต่ออธิบดี พร้อมเหตุผลประกอบ