法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 22) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสารบางลักษณะ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 22)

เรื่อง กําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสําหรับตราสารบางลักษณะ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11 และมาตรา 103 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 และมาตรา 123 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 อธิบดีกรมสรรพากรโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 16) เรื่องกําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการเปิดแสตมป์อากรสําหรับตราสารเช็ค ลงวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2520

(2) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 17)ลงวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2520

(3) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 18)ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520

(4) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 20) เรื่อง กําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสําหรับตราสารตั๋วแลกเงินหรือตราสารทํานองเดียวกันที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงินเฉพาะที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่าย ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2523

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“ตราสาร” หมายความว่า ตราสารที่ต้องชําระอากรเป็นตัวเงินตามประกาศนี้

"ธนาคาร" หมายความว่า ธนาคารหรือสาขาของธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยการธนาคารนั้น ๆ

“กรณีเช็คสําหรับผู้เดินทาง ตามลักษณะแห่งตราสาร 15. แห่งบัญชีอัตรา อากรแสตมป์ ธนาคารให้หมายความรวมถึงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งได้ดําเนินการออกเช็คเดินทางระหว่างประเทศในประเทศ ไทยด้วย”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 39) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้กําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ตามมาตรา 103 (3) แห่งประมวลรัษฎากร สําหรับตราสารแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

“(1) ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทํานองเดียวกันที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงิน เฉพาะที่ธนาคารประกอบกิจการในราชอาณาจักรเป็นผู้สั่งจ่ายตามลักษณะแห่งตราสาร9.(1) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์และใบรับฝากเงินประเภทประจําของธนาคารโดยมีดอกเบี้ยตามลักษณะแห่งรัษฎากร 13. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 38) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 เป็นต้นไป)

(2) เช็คที่ออกในประเทศไทยหรือที่ออกในต่างประเทศตามลักษณะ แห่งตราสาร 12. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 38) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 เป็นต้นไป)

(3) เช็คสําหรับผู้เดินทางที่ออกหรือจําหน่ายในราชอาณาจักร ตามลักษณะแห่งตราสาร 15. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิธีเสียอากรเป็นตัวเงิน

“(1) สําหรับตราสารตามข้อ 3(1) ให้ธนาคารผู้สั่งจ่ายหรือผู้ทรงคน แรกในประเทศไทยหรือผู้รับฝากแล้วแต่กรณีชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 38) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 เป็นต้นไป)

(2) สําหรับตราสารตามข้อ 3 (2) หรือ (3) ให้ผู้สั่งจ่ายหรือผู้ทรงคนแรกชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ โดยชําระไว้ต่อธนาคาร

ในกรณีตราสารตามข้อ 3 ที่ธนาคารเป็นผู้ออก ให้ธนาคารชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ธนาคารเป็นผู้รับชําระเงินค่าอากรจากผู้ที่ต้องเสียอากรตามข้อ 4 (2) ระบุข้อความในตราสารนั้นว่า “ชําระอากรแล้ว” ก่อนจ่ายตราสารให้ผู้ที่ต้องเสียอากร

“ให้ธนาคารระบุข้อความในตราสาร ตามข้อ 3 ว่า “ชําระอากรแล้ว” หรือ “Stamp Duty Paid” ก่อนจ่ายตราสาร”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 39) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เงินค่าอากรที่ต้องชําระตามข้อ 4 และเงินค่าอากรที่รับชําระตาม ข้อ 5 วรรคหนึ่ง ให้ธนาคารนําไปยื่นขอชําระและชําระเงิน ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่ธนาคารตั้งอยู่ โดยใช้แบบขอเสียอากรเป็นตัวเงินตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด และให้ชําระเดือนละ 2 งวด คือ

(1) งวดแรก ค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือน ให้นําไปยื่นชําระภายในวันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน

(2) งวดที่สอง ค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงิน ตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันสุดท้ายของเดือน ให้นําไปยื่นชําระภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป"

( แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 44) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป )

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ถ้าธนาคารมีความประสงค์จะขอชําระค่าอากรเป็นตัวเงินล่วงหน้าก่อนจ่ายตราสารตามข้อ 4 ให้ชําระล่วงหน้าได้ ณ สถานที่ดังกล่าวในข้อ 6 โดยใช้แบบขอเสียอากรเป็นตัวเงินตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด และไม่ต้องยื่นชําระเป็นเดือนละ 2 งวด ตามที่กําหนดในข้อ 6 อีก

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อธนาคารได้นําเงินค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงินไว้จากผู้ที่ต้องเสียอากร ไปชําระ ณ สถานที่และภายในกําหนดเวลาตามข้อ 6 หรือข้อ 7 เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ถือว่าตราสารตามรายการในแบบขอเสียอากรเป็นตัวเงินของธนาคารได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ธนาคารทําทะเบียนคุมตราสารตามข้อ 3 (1) โดยแสดงหมายเลขประจําเล่ม เลขที่ (มีสําเนาติดเล่มไว้) ที่มีอยู่ ได้มา และจ่ายไปสําหรับตราสารข้อ 3 (2) และ (3) ให้ธนาคารทําทะเบียนคุม โดยแสดงหมายเลขเช็คที่มีอยู่ จ่ายไป และแสดงหมายเลขเช็คที่ได้เสียอากรแสตมป์แล้ว หรือแสดงหมายเลขเช็คที่ได้รับยกเว้นอากรแสตมป์พร้อมทั้งแสดงรายชื่อผู้ได้รับยกเว้นอากรแสตมป์

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2527 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2527

วิทย์ ตันตยกุล

อธิบดีกรมสรรพากร

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 22) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสารบางลักษณะ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1b345eb145ff21b9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com