法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลนาสาร และตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎ์ธานี (เล่มที่ 14)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

บางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลนาสาร

และตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๖๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดเขตการปกครองเขตอำเภอบ้านนาสารกับอำเภอบ้านนาเดิมและเขตเทศบาลตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทิศตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทิศใต้ จดเขตเทศบาลตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑ แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบ้านนา ป่าท่าเรือ และป่าเคียนซา และแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าบ้านนา ป่าท่าเรือ และป่าเคียนซา

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒” หมายความว่า พื้นที่บริเวณต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนห้วยมุด

ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก ถนนห้วยมุด ฟากเหนือ และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดแนวเขตทางรถไฟสายใต้ ฟากตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนชลประทานเหนือ

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๐๙ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนชลประทานเหนือ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนคลองฉวาง – ห้วยมุด ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่ต่อตรงจากซอยสามัคคี ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันตก จนบรรจบกับถนนพูลศิริ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากถนนพิชัยเดชะ บรรจบกันถนนพูลศิริ ฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ ตามแนวถนนพูลศิริ เป็นระยะ ๓๕๐ เมตร ซอยสามัคคี ฟากใต้ เส้นขนานระยะ ๔๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนพูลศิริ ฟากใต้ และถนนพิชัยเดชะ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นตรงที่เริ่มต้นจากหลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๐๑ (พิกัด N ๙๗๒,๖๙๙ E ๕๔๑,๓๑๗) ไปทางทิศใต้ ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๔๙ เมตร ผ่านจุดเริ่มต้นโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๐๒ (พิกัด N ๙๗๒,๖๕๐ E ๕๔๑,๓๑๒) ไปทางทิศใต้ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๖๑ เมตร ผ่านจุดสิ้นสุดโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๐๔ (พิกัด N ๙๗๒,๕๘๙ E ๕๔๑,๓๑๓) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๑๕๐ เมตร ผ่านจุดเริ่มต้นโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๐๕ (พิกัด N ๙๗๒,๔๔๑ E ๕๔๑,๓๓๕) ไปทางทิศใต้ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อระยะประมาณ ๘๑ เมตร ผ่านจุดสิ้นสุดโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๐๗ (พิกัด N ๙๗๒,๓๖๑ E ๕๑๓,๓๓๔) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๑๔๗ เมตร ผ่านจุดเริ่มต้นโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๐๘ (พิกัด N ๙๗๒,๒๑๗ E ๕๔๑,๓๐๖) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๒๑๑ เมตร ผ่านจุดสิ้นสุดโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๑๐ (พิกัด N ๙๗๒,๐๓๕ E ๕๔๑,๒๐๖) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๑๑๓ เมตร ผ่านจุดเริ่มต้นโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๑๑ (พิกัด N ๙๗๑,๙๕๗ E ๕๔๑,๑๒๔) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวซอยไตรคีรี และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๑,๑๕๗ ผ่านจุดสิ้นสุดโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๓๕ (พิกัด N ๙๗๐,๘๗๖ E ๕๔๐,๗๗๗) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะประมาณ ๒๒๒ เมตร ผ่านจุดเริ่มต้นโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๓๖ (พิกัด N ๙๗๐,๖๘๖ E ๕๔๐,๖๖๑)

ทิศใต้ จดเส้นตรงที่เริ่มต้นจากหลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๓๖ (พิกัด N ๙๗๐,๖๘๖ E ๕๔๐,๖๖๑) ไปทางทิศตะวันตก ระยะประมาณ ๒๔๔ เมตร ผ่านจุดสิ้นสุดโค้งที่หลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๓๘ (พิกัด N ๙๗๐,๕๗๕ E ๕๔๐,๔๕๖) ไปทางทิศตะวันตก ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะประมาณ ๒๙๘ เมตร ถึงหลักหมุดผังเมือง รหัส สฎ. ๒๐๓๙ (พิกัด N ๙๗๐,๕๘๓ E ๕๔๐,๑๕๘) จนบรรจบกับถนนพูลศิริ ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก จดถนนพูลศิริ ฟากตะวันออก

๒.๔ ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับถนนมหาราช ๒ ที่จุดซึ่งถนนมหาราช ๒ บรรจบกับถนนข้ามทางรถไฟ ไปทางทิศตะวันตกจนบรรจบกับถนนอู่มาด

ทิศตะวันออก จดถนนมหาราช ๒ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนมหาราช ๒ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนอู่มาด ฟากตะวันออก

๒.๕ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนนายาง

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑

ทิศใต้ จดถนนกาญจนาภิเษก ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลนาสาร และตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและบางประเภท ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๖๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๐.๓

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้างดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑] ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

จำปี/พิมพ์

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุกัญญา/ตรวจ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๑๔)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๓๔/๔ กันยายน ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลนาสาร และตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎ์ธานี (เล่มที่ 14) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1b51c1237581b097

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com