ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 35/2551
เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ในอดีต แนวทางกํากับลูกหนี้รายใหญ่ได้จํากัดขอบเขตการทําธุรกรรมกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนชั้นที่ 1 ของสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินมีการกระจายความเสี่ยงไม่ให้กระจุกตัวในลูกหนี้รายใดรายหนึ่งมากเกินไป
จากสภาวการณ์ที่ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไป สถาบันการเงินได้พัฒนารูปแบบการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อ การเงิน การธนาคารที่ซับซ้อนและมีความหลากหลายยิ่งขึ้น การออกประกาศฉบับนี้ สาระสําคัญไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เป็นการรวบรวมประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่มาไว้ในฉบับเดียวกัน และเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ กล่าวคือ
ประการที่ 1เพื่อให้การกํากับดูแลสามารถรองรับความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมของสถาบันการเงินได้จริง และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จึงได้ขยายขอบเขตการกํากับลูกหนี้รายใหญ่โดยนับรวมการทําธุรกรรมทุกประเภทในการคํานวณอัตราส่วน และนับควจามสัมพันธ์ของลูกหนี้ตามนิยามผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ขยายฐานเงินกองทุนที่เหมาะสมโดยเลือกใช้เงินกองทุนทั้งสิ้น
ประการที่ 2เพื่อให้การกํากับดูแลสถาบันการเงินทุกประเภทเป็นมาตรฐานเดียวกันสอดคล้องตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 เนื่องจากเดิมเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีความแตกต่างกันอยู่
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 50 และมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
5.1.1 คําจํากัดความดังต่อไปนี้ให้เป็นไปตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ตามเอกสารแนบ 2
(1) ธุรกิจทางการเงิน
(2) การให้สินเชื่อ
(3) ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ
(4) สถาบันการเงิน
(5) บริษัท
(6) บริษัทแม่
(7) บริษัทถูก
(8) บริษัทร่วม
(9) ผู้ที่เกี่ยวข้อง
5.1.2 "เงินกองทุน" หมายความว่า เงินกองทุนทั้งสิ้นตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนสําหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ สําหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ สําหรับบริษัทเงินทุน หรือสําหรับบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี
5.1.3 "ก่อภาระผูกพัน" หมายความว่า ภาระผูกพันที่ระบุตามประกาศธนาการแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์หรือสําหรับบริษัทเงินทุน แล้วแต่กรณี
5.1.4 "ตั๋วเงินที่มีคุณภาพ" หมายความว่า ตั๋วเงินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
(1.1) ตั๋วเงินที่มีสถาบันการเงินอื่นในประเทศรับรองหรือรับอาวัล
(1.2) ตั๋วเงินที่ออกโดยบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือตั๋วเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไปโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
5.2 หลักเกณฑ์
5.2.1 การคํานวณอัตราส่วนการกํากับลูกหนี้รายใหญ่
(1) จํานวนเงินที่สถาบันการเงิน ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุน
(2) จํานวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 11 ของเงินกองทุน โดยกําหนดอัตราส่วนการทําธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยแก่คู่ค้าแต่ละประเภทตามเอกสารแนบ 3
(3) จํานวนเงินที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศให้สินเชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่คู่ค้าที่เป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ อาจเกินกว่าอัตราที่กําหนดในข้อ 5.2.1(1) โดยมีเงื่อนไขว่าคู่ค้าดังกล่าวแต่ละรายต้องมีวงเงินไม่เกินร้อยละ 60 ของเงินกองทุนของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ และเมื่อนับรวมกับวงเงินของคู่ค้ารายอื่นที่เกินวงเงินดังกล่าวแล้ว ต้องมีวงเงินรวมกันทั้งสิ้นไม่เกิน 2.5 เท่าของเงินกองทุนของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศด้วย โดยสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกรรมของคู่ค้ารายที่เกินอัตราส่วนดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบตามแบบรายงานในเอกสารแนบ 4 ทุกสิ้นเดือนที่มีรายการนั้น
(4) ในการพิจารณาจํานวนเงินที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใดหรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน ให้สถาบันการเงินพิจารณาฐานะการเงินและความสามารถในการชําระหนี้ของกลุ่มลูกหนี้ว่ามีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด (Financial Interdependence) จนเสมือนเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการให้สินเชื่อแก่บุคคลเดียวกัน (Single Risk) เป็นสําคัญ ตามเอกสารแนบ 5
5.2.2 วิธีคํานวณการก่อภาระผูกพัน
ให้สถาบันการเงินคํานวณมูลค่าของภาระผูกพันที่ใช้ในการคํานวณอัตราส่วนตามข้อ 5.2.1 โดยนําจํานวนเงินตามสัญญาภาระผูกพัน (Notional Amount) ไปคูณด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ตามสัญญาภาระผูกพันแต่ละประเภทที่กําหนดไว้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์ หรือสําหรับบริษัทเงินทุน แล้วแต่กรณี
5.2.3 ข้อยกเว้นในการคํานวณอัตราส่วนการกํากับลูกหนี้รายใหญ่
(1) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อตามข้อ 5.2.1 ไม่รวมถึงธุรกรรมดังต่อไปนี้
(1.1) ธุรกรรมตามมาตรา 52 ของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
(1.2) การให้กู้ยืมระหว่างสถาบันการเงินที่เข้าลักษณะดังต่อไปนี้
(1.2.1) การให้กู้ยืมประเภทชําระคืนเมื่อทวงถาม (Call loan) หรือให้กู้ยืมเงินประเภทกําหนดชําระคืนไม่เกินหนึ่งวัน (Overnight loan) แก่ธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยในประเทศไทย
(1.2.2) การให้กู้ยืมเงินประเภทมีระยะเวลา (Term loan) ไม่เกิน 12 เดือน เฉพาะสกุลเงินบาท แก่ธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยในประเทศไทย
(1.3) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ที่มีความเสี่ยงน้อยที่เข้าลักษณะดังต่อไปนี้
(1.3.1) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่กระทรวงการคลัง หรือส่วนราชการอื่นใด หรือการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง
(1.3.2) การก่อภาระผูกพัน หรือการทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ โดยมีเงินฝากที่สถาบันการเงินนั้น หลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือหลักทรัพย์สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หลักทรัพย์ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง หรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือหลักทรัพย์ที่ค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือสถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นประกัน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินจํานวนเงินฝากที่เป็นประกันหรือราคาหลักทรัพย์ที่ตราไว้
(1.3.3) การให้สินเชื่อโดยมีหรือลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลต่างประเทศที่มีน้ําหนักความเสี่ยง 0 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์ หรือสําหรับบริษัทเงินทุน แล้วแต่กรณีค้ําประกันเต็มจํานวน
(1.3.4) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ที่มีตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินของสถาบันการเงินนั้น หรือเงินสดเป็นหลักประกัน
(1.3.5) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ที่เป็นเงินตราต่างประเทศแก่บุคคลที่มีภูมิลําเนาในประเทศไทยโดยสํานักงานใหญ่หรือสาขาอื่นที่อยู่ในต่างประเทศของธนาคารที่ตั้งอยู่ต่างประเทศและมีสาขาอยู่ในประเทศไทย
(1.3.6) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มี
ลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ที่ได้รับการค้ําประกันจากสถาบันการเงินอื่น สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือสถาบันการเงินในต่างประเทศ
(1.3.7) ภาระผูกพันตามสัญญารับประกันการจําหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลไทย กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น แบบรับประกันทั้งจํานวน (Firm underwrite)
5.2.4 แนวทางในการพิจารณาผ่อนผันการกํากับลูกหนี้รายใหญ่แก่กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ หรือมีฐานะกิจการที่มั่นคง
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาผ่อนผันการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะกลุ่มธุรกิจเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกําหนดเป็นรายกรณี โดยพิจารณาว่าต้องเข้าข่ายเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ หรือมีฐานะกิจการที่มั่นคง ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามเอกสารแนบ 6
5.2.5 หลักเกณฑ์การนับถูกหนี้ตั๋วเงิน
การให้สินเชื่อโดยวิธีการรับซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินให้ถือเป็นการให้สินเชื่อแก่บุคคลดังกล่าวต่อไปนี้ ซึ่งเมื่อรวมกับการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแล้ว ต้องไม่เกินอัตราส่วนตามที่กําหนดไว้ในข้อ 5.2.1 แล้วแต่กรณี ด้วย
(1) กรณีเป็นตั๋วเงินที่มีคุณภาพที่มีสถาบันการเงินรับรองหรือรับอาวัลให้นับสถาบันการเงินที่รับรองหรือรับอาวัลตั๋วเงินที่มีคุณภาพเป็นลูกหนี้
(2) กรณีเป็นตั๋วเงินที่มีคุณภาพที่ไม่มีสถาบันการเงินรับรองหรือรับอาวัลให้นับผู้สั่งง่ายหรือผู้ออกตั๋วเงินที่มีคุณภาพเป็นลูกหนี้
(3) กรณีเป็นตั๋วเงินไม่มีคุณภาพ ให้นับผู้ทรงซึ่งขายตั๋วเงินและบุคคลซึ่งต้องรับผิดชอบตามตั๋วเงินไม่มีคุณภาพทุกทอดเป็นลูกหนี้
5.2.6 หลักเกณฑ์การนับการลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือให้สินเชื่อเพื่อซื้อตราสารตามสัญญารับประกันการจําหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้แบบรับประกันทั้งจํานวน (Firm Underwrite)
(1) ภาระผูกพันตามสัญญารับประกันการจําหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้แบบรับประกันทั้งจํานวน (Firm Underwrite) ได้แก่ ภาระผูกพันตามสัญญารับประกันการจําหน่ายตราสาร ดังต่อไปนี้
(1.1) หุ้นกู้ หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกเพื่อระดมทุ่นจากประชาชนหรือบุคคลใด ที่ได้รับการจัดอันดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(1.2) หุ้นกู้ หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงิน
(2) ภาระผูกพันตามสัญญารับประกันการจําหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้ตาม 5.2.6(1) เมื่อนับรวมกับจํานวนเงินที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อตามข้อ 5.2.1 ต้องมีมูลค่าไม่เกินร้อยละ 50 ของเงินกองทุนโดยให้นับแต่วันที่สถาบันการเงินทําสัญญารับประกันการจัดจําหน่ายจนถึงวันปิดการเสนอขายและในกรณีที่สถาบันการเงินไม่สามารถจําหน่ายและจําเป็น ต้องลงทุนหรือให้สินเชื่อเพื่อซื้อตราสารดังกล่าวให้จํานวนเงินที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อตามข้อ 5.2.1 ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของเงินกองทุน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันปิดการเสนอขายตราสารนั้น
5.2.7 หลักเกณฑ์การนับถูกหนี้ที่มีการรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต (ที่ไม่ใช่ธุรกรรม Credit Derivatives)
(1) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่มีสถาบันการเงินอื่น สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือสถาบันการเงินในต่างประเทศเป็นผู้รับประกันความเสี่ยง ให้นับสถาบันการเงินที่เป็นผู้รับประกันความเสี่ยงนั้นเป็นลูกหนี้ในการคํานวณอัตราส่วนตามข้อ 5.2.1
(2) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่ได้รับการค้ําประกันจากบริษัทอื่น ให้ยังคงนับถูกหนี้รายนั้นเป็นถูกหนี้ในการคํานวณอัตราส่วนตามข้อ 5.2.1 โดยไม่นับบริษัทผู้ค้ําประกันเป็นลูกหนี้ในการคํานวณอัตราส่วนตามข้อ 5.2.1
5.2.8 หลักเกณฑ์การนับลูกหนี้ธุรกรรมอื่น
(1) ธุรกรรมให้เช่าซื้อ ธุรกรรมการให้เช่าแบบลีสซิ่ง ธุรกิจแฟ็กเตอริง ธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน ธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และการขายชอร์ต ธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหถักทรัพย์ (Securitisation) แตะธุรกรรม Collateralized Debt Obligation ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตและการกํากับดูแลการทําธุรกรรมในแต่ละเรื่อง
(2) ธุรกรรมอนุพันธ์ ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์และสําหรับบริษัทเงินทุน และ/หรือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตธุรกรรมอนุพันธ์นั้น ๆ
5.2.9 เกณฑ์การกํากับดูแลตามประกาศฉบับนี้ ไม่รวมถึงการให้สินเชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ได้รับการอนุญาตให้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจทางการเงินดังกล่าวต้องปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม
5.2.10 ในกรณีที่มีการกระทําที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 50 โดยที่สถาบันการเงินสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังด้วยความรอบคอบในการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ไม่สามารถทราบหรือป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนดังกล่าวได้ ให้ถือว่าสถาบันการเงินมิได้กระทําความผิดตามมาตรา 50
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
6.1 ในกรณีที่สถาบันการเงินใดได้รับผ่อนผันการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเกินอัตราส่วนตามข้อ 5.2.1 อยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับ ให้สถาบันการเงินนั้น สามารถคงการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ตามสัญญาที่ผูกพันไว้แล้วต่อไปตามที่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย
6.2 การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลใด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว รวมกันเกินอัตราที่กําหนดในข้อ 5.2.1 ก่อนที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับ โดยการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อดังกล่าว ไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น สถาบันการเงินจะให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่บุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวอีกไม่ได้ และต้องดําเนินการเพื่อให้การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 50 โดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับ
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย