ข้อ ๕ ให้กรรมการสภาทนายความมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) อุปนายก ประกอบด้วย
อุปนายกฝ่ายบริหารอุปนายกฝ่ายวิชาการ และอุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ
มีอำนาจหน้าที่ช่วยนายกสภาทนายความในการบริหารงานของสภาทนายความ ดังนี้
(ก) อุปนายกฝ่ายบริหาร
มีอำนาจและหน้าที่ช่วยควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการฝ่ายทะเบียนทนายความ
ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบัญชีและการเงิน ศูนย์คอมพิวเตอร์
(ข) อุปนายกฝ่ายวิชาการ
มีอำนาจและหน้าที่ช่วยควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ ฝ่ายวิชาการและวางแผน
ฝ่ายต่างประเทศ
(ค) อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ
มีอำนาจและหน้าที่ช่วยควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ
สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย งานของสภาทนายความ ในส่วนภูมิภาคทั้ง
๙ ภาค และงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ
(๒) เลขาธิการ
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเลขาธิการ และศูนย์คอมพิวเตอร์
(๓) นายทะเบียน
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายทะเบียนทนายความ
(๔) เหรัญญิก
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบัญชีและการเงิน
(๕) สวัสดิการ
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายสวัสดิการ
(๖) ประชาสัมพันธ์
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายประชาสัมพันธ์
(๗) กรรมการฝ่ายต่างประเทศ
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายต่างประเทศ
(๘) กรรมการฝ่ายวิชาการ
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายวิชาการและวางแผน
(๙) กรรมการปฏิคม
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานด้านการดูแลต้อนรับ
(๑๐) กรรมการภาค
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความในส่วนภูมิภาค ดังนี้
(ก) กรรมการภาค ๑
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ชัยนาท
สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี ปทุมธานี ธัญบุรีนนทบุรี สมุทรปราการ
(ข) กรรมการภาค ๒
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก
ปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ระยอง ตราด จันทบุรี
(ค) กรรมการภาค ๓
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือนครราชสีมา ชัยภูมิ ภูเขียว
บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร สีคิ้ว
(ง) กรรมการภาค ๔
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย เลย
สกลนคร นครพนม มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์
(จ) กรรมการภาค ๕
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือเชียงใหม่ ฝาง ลำปาง แม่ฮ่องสอน
แม่สะเรียง เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน แพร่
(ฉ) กรรมการภาค ๖
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก
อุตรดิตถ์ ตาก แม่สอด กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ หล่มสักนครสวรรค์ อุทัยธานี
(ช) กรรมการภาค ๗
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี
กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
(ซ) กรรมการภาค ๘
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือนครศรีธรรมราช ทุ่งสง ปากพนัง
ชุมพร หลังสวน สุราษฎร์ธานี ไชยา ระนอง กระบี่ พังงา ตะกั่วป่า ภูเก็ต
(ฌ) กรรมการภาค ๙
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ สงขลา ตรัง พัทลุง สตูล
ปัตตานี ยะลา เบตง นราธิวาส
(๑๑) กรรมการผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา
มีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำงานของสภาทนายความต่อคณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ
และปฏิบัติหน้าที่อื่นใด
ตามที่คณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความมอบหมายตามที่เห็นสมควร
(๑๒)
กรรมการผู้แทนกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำงานของสภาทนายความต่อคณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ
และปฏิบัติหน้าที่อื่นใด
ตามที่คณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความมอบหมายตามที่เห็นสมควร