法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ

เป็นบุคคลรับอนุญาต[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่บุคคลรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ บุคคลรับอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ชาวต่างประเทศนิยมเข้าพัก

(๒) เป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้ โดยมีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท

(ก) หอพักนานาชาติ หรือเกสท์เฮาส์ขนาดใหญ่ที่มีชาวต่างประเทศนิยมเข้าพัก

(ข) เอกชนที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ สนามบิน ท่าเรือ เรือทัศนาจรขนาดใหญ่ที่มีห้องพักแรมสำหรับผู้โดยสารหรือบริษัทหรือตัวแทนนำเที่ยวในประเทศที่จัดนำนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ

(ค) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หรือร้านขายสินค้าที่มีชาวต่างประเทศไปใช้บริการเป็นส่วนใหญ่

(ง) ธุรกิจระหว่างประเทศด้านการออกเช็คเดินทางต่างประเทศ และ/หรือบัตรเครดิตสากล

(๓) เป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนและกรรมการที่มีอำนาจในการบริหารจัดการในนิติบุคคลนั้นจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาผู้มีสัญชาติไทยทั้งหมด

(๔) เป็นนิติบุคคลที่เป็นร้านค้าปลอดอากรที่ได้รับการอนุญาตจากทางราชการ หรือ

(๕) เป็นสถาบันการเงินของรัฐ ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ

(๖)[๒] เป็นกิจการเจ้าของคนเดียวหรือห้างหุ้นส่วนที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ โดยมีเจ้าของหรือผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลธรรมดาผู้มีสัญชาติไทยและไม่เป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนของกิจการเจ้าของคนเดียวหรือห้างหุ้นส่วนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตที่มีคุณสมบัติเดียวกันนี้รายอื่น

(ก) ตั้งอยู่บริเวณด่านพรมแดนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือ

(ข) ตั้งอยู่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ

(ค) ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าพนักงานกำหนดและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๓] ห้ามมิให้บุคคลรับอนุญาตตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ

(๑) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย

(๒) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

(๓) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

(๔) เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

ทั้งนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับบุคคลรับอนุญาตที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑ (๕)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าบุคคลซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ ให้บุคคลรับอนุญาตเปลี่ยนตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๔] บุคคลใดที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต จะต้องยื่นคำร้องขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีผู้ขอเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑ (๑) ถึง (๕)

(ก) คำร้องขอประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตตามแบบที่กำหนด

(ข) หนังสือรับรองว่ากรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหารผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ ตามแบบที่กำหนด

(ค) หนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน ๖ เดือนนับถึงวันยื่นคำร้องโดยให้รับรองในรายการ ดังต่อไปนี้

๑. รายชื่อกรรมการ หรือรายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน แล้วแต่กรณี

๒. ผู้มีอำนาจลงนาม หรือผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ แล้วแต่กรณี

๓. ทุนจดทะเบียน

๔. สถานที่ตั้ง

(ง) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น กรณีเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

(จ) บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจควบคุมกรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ

(ฉ) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน กรณีเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑ (๓) ที่เป็นห้างหุ้นส่วน

(ช) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักอย่างอื่น และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

(ซ) แผนที่และรูปถ่ายแสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ แผนผังและรูปถ่ายแสดงจุดที่ทำการแลกเปลี่ยนเงิน และเอกสารแสดงว่าผู้ขอมีสิทธิหรือจะมีสิทธิใช้สถานประกอบการนั้น เช่น สำเนาสัญญาเช่า หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นสถานประกอบการ และ

(๒) กรณีผู้ขอเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑ (๖)

(ก) คำร้องขอประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตตามแบบที่กำหนด

(ข) หนังสือรับรองว่าผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ ตามแบบที่กำหนด

(ค) หนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน ๖ เดือนนับถึงวันยื่นคำร้องกรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยให้รับรองในรายการ ดังต่อไปนี้

๑. รายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน

๒. ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

๓. สถานที่ตั้ง

(ง) สำเนาหนังสือหรือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน

(จ) บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของหรือผู้เป็นหุ้นส่วน

(ฉ) ใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)

(ช) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว กรณีเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว และ

(ซ) แผนที่และรูปถ่ายแสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ แผนผังและรูปถ่ายแสดงจุดที่ทำการแลกเปลี่ยนเงิน และเอกสารแสดงว่าผู้ขอมีสิทธิหรือจะมีสิทธิใช้สถานประกอบการนั้น เช่น ทะเบียนบ้าน สำเนาสัญญาเช่า หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นสถานประกอบการ

การยื่นคำร้องดังกล่าว ให้กระทำได้ในเดือนมีนาคม เดือนมิถุนายน เดือนกันยายนหรือเดือนธันวาคม ถ้าผู้ยื่นประสงค์จะประกอบธุรกิจในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทยตามข้อ ๕ ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เขตปฏิบัติการของธนาคารแห่งประเทศไทย มีดังนี้

ก. เขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค

(๑) สำนักงานภาคใต้ (สำนักงานตั้งอยู่ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา)

มีเขตปฏิบัติการในจังหวัดภาคใต้รวม ๑๔ จังหวัด คือ สงขลา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา และสตูล

(๒) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงานตั้งอยู่ ณ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น)

มีเขตปฏิบัติการในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม ๑๙ จังหวัด คือ ขอนแก่น หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มุกดาหาร อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ

(๓) สำนักงานภาคเหนือ (สำนักงานตั้งอยู่ ณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่)

มีเขตปฏิบัติการในจังหวัดภาคเหนือรวม ๑๗ จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำปาง กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี เชียงราย พะเยา ลำพูน แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน สุโขทัย ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ข. เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร

มีเขตปฏิบัติการในจังหวัดอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวในข้อ ก.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เจ้าพนักงานอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตได้ หากเจ้าพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำร้องขออนุญาต บุคคลรับอนุญาต กรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ กระทำการ ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น

(๒) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงิน

(๓) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อสาธารณชนในทางเศรษฐกิจ

(๔) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) ไม่มีธุรกรรมตามที่ได้รับใบอนุญาตเป็นระยะเวลา ๒ ปีติดต่อกัน

(๖) เหตุอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร

ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งถอนหรือแจ้งไม่ต่ออายุใบอนุญาตของบุคคลรับอนุญาตนั้น ให้เจ้าของ หรือผู้จัดการ ส่งคืนใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานภายใน ๑๕ วัน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๕] บุคคลรับอนุญาตต้องดำเนินการดังนี้

(๑) ประกอบธุรกิจได้เฉพาะที่สำนักงานของบุคคลรับอนุญาตเท่านั้น

(๒) จัดให้มีการแสดงใบอนุญาต อัตราซื้อและขาย และข้อความดังต่อไปนี้ ณ สำนักงานของตนในที่แลเห็นได้โดยเปิดเผย

(ก) ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตที่กระทรวงการคลังออกให้ไว้

(ข) อัตราซื้อและขายประจำวันของธนบัตรต่างประเทศ หรือเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศสำหรับสกุลเงินที่บุคคลรับอนุญาตนั้นทำการรับซื้อหรือขายทุกสกุล

(ค) ข้อความว่า “AUTHORIZED MONEY CHANGER License no…”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๖] ในการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต ให้บุคคลรับอนุญาตทำธุรกรรมกับลูกค้าโดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) การซื้อธนบัตรต่างประเทศ หรือเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศจากลูกค้าให้กระทำได้ไม่จำกัดจำนวน

กรณีธุรกรรมมีมูลค่าเทียบเท่าตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาท ให้บุคคลรับอนุญาตเรียกให้ลูกค้ายื่นสำเนาเอกสารแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ด้วย

(๒) การขายธนบัตรต่างประเทศให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(ก) ให้บุคคลรับอนุญาตที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑ (๑) ถึง (๕) ขายธนบัตรต่างประเทศให้แก่ลูกค้าเพื่อการเดินทางได้เป็นมูลค่าเทียบเท่าไม่เกิน ๘๐๐,๐๐๐ บาทต่อวันต่อรายลูกค้า

(ข) ให้บุคคลรับอนุญาตที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑ (๖) ขายธนบัตรต่างประเทศให้แก่ลูกค้าเพื่อการเดินทางได้เป็นมูลค่าเทียบเท่าไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อวันต่อรายลูกค้า

(ค) ให้บุคคลรับอนุญาตเรียกให้ลูกค้ายื่นเอกสารดังนี้

๑. กรณีธุรกรรมมีมูลค่าเทียบเท่าต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท ให้เรียกสำเนาหนังสือเดินทางหรือคำรับรองว่าตนเป็นผู้ที่จะเดินทางออกไปนอกประเทศ

๒. กรณีธุรกรรมมีมูลค่าเทียบเท่าตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาท ให้เรียกสำเนาหนังสือเดินทางหรือคำรับรองว่าตนเป็นผู้ที่จะเดินทางออกไปนอกประเทศพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

(๓) การซื้อหรือการขายธนบัตรต่างประเทศ หรือซื้อเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศกับลูกค้าทุกครั้ง บุคคลรับอนุญาตต้องจัดให้มีหลักฐานแสดงการซื้อหรือขาย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(ก) ชื่อและที่อยู่ของบุคคลรับอนุญาต

(ข) เลขหมายลำดับของหลักฐาน

(ค) วันที่ซื้อหรือขาย

(ง) ชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของลูกค้า

(จ) เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล

(ฉ) ชนิด จำนวน และสกุลเงินตราต่างประเทศที่ซื้อหรือขาย

(ช) อัตราแลกเปลี่ยนที่ซื้อหรือขาย

(ซ) ยอดรวมเงินบาท

ทั้งนี้ ให้บุคคลรับอนุญาตมอบหลักฐานดังกล่าวให้ลูกค้าเพื่อแสดงการซื้อขาย และจัดให้มีสำเนาเก็บไว้ที่สำนักงานของตนหนึ่งฉบับด้วย

(๔) ให้บุคคลรับอนุญาตใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการซื้อหรือขายธนบัตรต่างประเทศหรือซื้อเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศในอัตราที่ใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่นิติบุคคลรับอนุญาตใช้ซื้อหรือขายกับลูกค้าที่เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย

(๕) ให้บุคคลรับอนุญาตเก็บรักษาเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ไว้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้ทันที

(ก) คำรับรองว่าลูกค้าเป็นผู้ที่จะเดินทางออกไปนอกประเทศ

(ข) สำเนาหลักฐานแสดงการซื้อหรือขายตาม (๓)

มาตรา ข้อ ๘/๑

ข้อ ๘/๑[๗] ให้บุคคลรับอนุญาตทำธุรกรรมกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตได้ โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ทำธุรกรรมได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมดังนี้

(ก) ซื้อหรือขายหรือแลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ

(ข) แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องส่งมอบธนบัตรต่างประเทศ หรือ

(ค) ขายเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ

(๒) ซื้อเงินตราต่างประเทศ เพื่อโอนไปชำระค่าธนบัตรต่างประเทศอันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตาม (๑) (ข) ได้

(๓) เก็บรักษาหลักฐานแสดงการทำธุรกรรมตาม (๑) ที่ได้รับจากนิติบุคคลรับอนุญาตไว้เป็นหลักฐานไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้ทันที

ในกรณีทำธุรกรรมตาม (๑) และ (๒) นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องจัดให้บุคคลรับอนุญาตยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ และต้องเรียกให้บุคคลรับอนุญาตยื่นสำเนาใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต ซึ่งอาจเรียกเป็นรายครั้งหรือรายปีก็ได้ หากเป็นการทำธุรกรรมตาม (๒) ต้องเรียกให้ยื่นเอกสารหลักฐานที่แสดงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตาม (๑) ด้วย

มาตรา ข้อ ๘/๒

ข้อ ๘/๒[๘] ให้บุคคลรับอนุญาตทำธุรกรรมระหว่างกันเพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตได้ โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ทำธุรกรรมได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมดังนี้

(ก) ซื้อหรือขายหรือแลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ

(ข) แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องส่งมอบธนบัตรต่างประเทศ หรือ

(ค) ซื้อหรือขายเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ

(๒) ซื้อเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อโอนไปชำระค่าธนบัตรต่างประเทศอันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนตาม (๑) (ข) ได้

(๓) ผู้รับทำธุรกรรมตาม (๑) ต้องเรียกสำเนาใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตซึ่งอาจเรียกเป็นรายครั้งหรือรายปีก็ได้ และต้องจัดให้มีหลักฐานแสดงการทำธุรกรรมโดยมีรายละเอียดอย่างน้อยตามข้อ ๘ (๓) มอบให้ผู้ขอทำธุรกรรมเพื่อแสดงการทำธุรกรรม และต้องจัดให้มีสำเนาเก็บไว้ที่สำนักงานของตนหนึ่งฉบับ

(๔) ผู้ขอและผู้รับทำธุรกรรมต้องเก็บรักษาหลักฐานแสดงการทำธุรกรรมตาม (๓) ไว้เป็นหลักฐานไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้ทันที

ในกรณีทำธุรกรรมตาม (๒) นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องจัดให้บุคคลรับอนุญาตยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ และต้องเรียกให้บุคคลรับอนุญาตยื่นสำเนาใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต ซึ่งอาจเรียกเป็นรายครั้งหรือรายปีก็ได้ และเอกสารหลักฐานที่แสดงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตาม (๑) ด้วย

มาตรา ข้อ ๘/๓

ข้อ ๘/๓[๙] ให้บุคคลรับอนุญาตทำธุรกรรมกับธนาคารในต่างประเทศ หรือผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในต่างประเทศที่สามารถประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวตั้งอยู่ เพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตได้ โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ก่อนการทำธุรกรรมตาม (๒) กับบุคคลข้างต้นครั้งแรก ให้แจ้งและรับรองต่อเจ้าพนักงานเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า ๑๕ วันก่อนการทำธุรกรรมครั้งแรก โดยมีรายละเอียดดังนี้

(ก) แจ้งรายชื่อและข้อมูลที่เกี่ยวข้องของบุคคลข้างต้น เช่น ที่อยู่ และประเทศที่ตั้ง และ

(ข) รับรองว่าผู้ประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินในต่างประเทศข้างต้นสามารถประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวตั้งอยู่

ในกรณีที่ประสงค์จะเลิกทำธุรกรรมกับธนาคาร หรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้แจ้งรายชื่อต่อเจ้าพนักงานไว้แล้ว หรือมีการแก้ไขชื่อและข้อมูลดังกล่าว ให้แจ้งเจ้าพนักงานทราบเป็นหนังสือด้วย

ทั้งนี้ ก่อนการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง บุคคลรับอนุญาตต้องตรวจสอบด้วยว่าผู้ประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินในต่างประเทศข้างต้นยังสามารถประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวตั้งอยู่ด้วย

(๒) ทำธุรกรรมได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมดังนี้

(ก) ซื้อหรือขายหรือแลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ หรือ

(ข) แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องส่งมอบธนบัตรต่างประเทศ

(๓) การซื้อ หรือแลกเปลี่ยนตาม (๒) ต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศนั้นภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่ทำธุรกรรม และต้องนำเข้ามาในประเทศทันที โดยยกเว้นให้บุคคลรับอนุญาตไม่ต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวตามข้อ ๒๐ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะกรณีที่บุคคลรับอนุญาตนำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไปใช้ตามข้อ ๘ ข้อ ๘/๑ ข้อ ๘/๒ หรือข้อ ๘/๓ เท่านั้น

ทั้งนี้ ในกรณีบุคคลรับอนุญาตได้รับเงินตราต่างประเทศผ่านนิติบุคคลรับอนุญาตและไม่ประสงค์จะขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวข้างต้น ให้บุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ดังนี้

(ก) รับธนบัตรต่างประเทศ หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นสกุลอื่นกับนิติบุคคลรับอนุญาตก่อนรับธนบัตรต่างประเทศอีกสกุลหนึ่ง หรือ

(ข) โอน หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นสกุลอื่นกับนิติบุคคลรับอนุญาตและโอนให้แก่บุคคลตามข้อ ๘/๑ หรือบุคคลตามข้อ ๘/๒ โดยต้องฝากเข้าบัญชีเงินตราต่างประเทศของบุคคลรับอนุญาตรายอื่นซึ่งเปิดเพื่อการประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตเท่านั้น หรือบุคคลตามข้อ ๘/๓ เพื่อชำระค่าธนบัตรต่างประเทศที่บุคคลรับอนุญาตได้รับอันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

(๔) ฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบุคคลตามข้อ ๘/๓ ที่ทำธุรกรรมด้วย เพื่อชำระค่าซื้อธนบัตรต่างประเทศตาม (๒) (ก) ได้

(๕) ซื้อเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อโอนออกไปให้บุคคลตามข้อ ๘/๓ ที่ทำธุรกรรมด้วย เพื่อชำระค่าธนบัตรต่างประเทศที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนตาม (๒) (ข) ได้

(๖) การทำธุรกรรมตาม (๒) หากมีการนำเงินบาท เงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลังและประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเกี่ยวกับการแจ้งรายการ และจำนวนมูลค่าในการส่งหรือนำเงินบาท เงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรต่างประเทศออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย

(๗) เก็บรักษาหลักฐานแสดงการทำธุรกรรมตาม (๒) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในต่างประเทศสามารถประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวตั้งอยู่ และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมตาม (๒) ไว้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้ทันที

ในกรณีซื้อ ขาย เงินตราต่างประเทศ หรือไม่ขายเงินตราต่างประเทศหรือไม่นำเงินตราต่างประเทศฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องจัดให้บุคคลรับอนุญาตยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ

นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลรับอนุญาตยื่นสำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต ซึ่งอาจเรียกเป็นรายครั้งหรือรายปีก็ได้ และเอกสารหลักฐานที่แสดงการซื้อธนบัตรต่างประเทศหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย ในกรณีที่บุคคลรับอนุญาตทำธุรกรรม ดังต่อไปนี้

(๑) โอน หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นสกุลอื่นกับนิติบุคคลรับอนุญาตและโอนเพื่อชำระค่าธนบัตรต่างประเทศตาม (๓) (ข)

(๒) ฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตาม (๔) หรือ

(๓) ซื้อเงินตราต่างประเทศตาม (๕)

การฝากเงินตาม (๔) หรือการซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อโอนตาม (๕) หากบุคคลตามข้อ ๘/๓ ประสงค์จะให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศหรือบุคคลไทยที่มีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศซึ่งมิใช่ผู้มีสิทธิรับเงินตามที่ปรากฏในหลักฐานหรือที่สอดคล้องกับหลักฐานเป็นผู้รับเงินแทนตน นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกคำสั่งของบุคคลตามข้อ ๘/๓ ว่าให้บุคคลนั้นมีสิทธิรับเงินแทน หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย

มาตรา ข้อ ๘/๔

ข้อ ๘/๔[๑๐] ในกรณีที่บุคคลรับอนุญาตประสงค์จะฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้รับจากการทำธุรกรรมตามข้อ ๘ ข้อ ๘/๑ ข้อ ๘/๒ หรือข้อ ๘/๓ กับนิติบุคคลรับอนุญาต ให้สามารถเปิดบัญชีเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตได้ โดยให้แยกเปิดเป็นบัญชีเฉพาะเพื่อการประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตเท่านั้น พร้อมให้ระบุชื่อบัญชี “เพื่อธุรกิจบุคคลรับอนุญาต” ให้ชัดเจนด้วยโดยให้เปิดเป็นบัญชีประเภทแหล่งต่างประเทศ และให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ให้แจ้งชื่อนิติบุคคลรับอนุญาตผู้รักษาบัญชี และหมายเลขบัญชีเงินตราต่างประเทศต่อเจ้าพนักงาน

(๒) ให้นำเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้

(ก) ธนบัตรต่างประเทศที่ได้รับจากการทำธุรกรรมกับบุคคลตามข้อ ๘ ข้อ ๘/๑ ข้อ ๘/๒ หรือข้อ ๘/๓ โดยสามารถฝากได้ตามจำนวนที่ขอนำฝาก

(ข) เงินตราต่างประเทศที่รับโอนจากบุคคลตามข้อ ๘/๑ ข้อ ๘/๒ หรือข้อ ๘/๓เนื่องจากการทำธุรกรรมกับบุคคลดังกล่าว

(ค) เงินตราต่างประเทศที่ได้รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีเฉพาะเพื่อการประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตบัญชีอื่นของตน

(๓) ให้ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินตราต่างประเทศได้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(ก) รับธนบัตรต่างประเทศ โดยต้องนำไปใช้ตามข้อ ๘ ข้อ ๘/๑ ข้อ ๘/๒ หรือข้อ ๘/๓

(ข) ขายให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อรับเงินบาท

(ค) ชำระค่าธนบัตรต่างประเทศที่บุคคลรับอนุญาตได้รับอันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนกับบุคคลตามข้อ ๘/๑ หรือบุคคลตามข้อ ๘/๒ โดยต้องฝากเข้าบัญชีเงินตราต่างประเทศของบุคคลรับอนุญาตรายอื่นซึ่งเปิดเพื่อการประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตเท่านั้น หรือบุคคลตามข้อ ๘/๓

(ง) ชำระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีนั้นให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตผู้รักษาบัญชี

(จ) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นที่เป็นบัญชีเฉพาะเพื่อการประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตของตน

(๔) ให้มียอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศในบัญชี ณ สิ้นวัน รวมทุกสกุล ทุกบัญชีและทุกสถานประกอบการของบุคคลรับอนุญาตจำนวนไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๕) การฝากหรือการถอนเงินตราต่างประเทศ หากบุคคลรับอนุญาตประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นสกุลอื่นก่อนฝากหรือถอน ให้บุคคลรับอนุญาตและนิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการแลกเปลี่ยนได้ทุกกรณี ยกเว้นการถอนเพื่อขายให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อรับเงินบาท

ในกรณีที่บุคคลรับอนุญาตขอถอนเงินตราต่างประเทศตาม (๓) (ก) นิติบุคคลรับอนุญาตสามารถถอนเป็นธนบัตรต่างประเทศสกุลเดียวกัน หรือถอนและแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรต่างประเทศอีกสกุลหนึ่ง หรือถอนเป็นเงินบาทก็ได้ และในกรณีบุคคลรับอนุญาตฝาก ถอน เงินตราต่างประเทศนิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องจัดให้บุคคลรับอนุญาตยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ สำหรับกรณีที่บุคคลรับอนุญาตถอนเงินตราต่างประเทศตาม (๓) (ค) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้บุคคลรับอนุญาตยื่นเอกสารหลักฐานที่แสดงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย

มาตรา ข้อ ๘/๕

ข้อ ๘/๕[๑๑] บุคคลรับอนุญาตต้องดูแลให้มีการบันทึกรายการเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทุกชนิดทุกสกุล ตามข้อ ๘ ข้อ ๘/๑ ข้อ ๘/๒ และข้อ ๘/๓ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา และต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบบัญชีที่เชื่อถือได้ตรวจสอบเป็นประจำอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

มาตรา ข้อ ๘/๖

ข้อ ๘/๖[๑๒] ในกรณีที่บุคคลรับอนุญาตมีความประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตนเป็นการชั่วคราว ให้บุคคลรับอนุญาตยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๕ วันก่อนวันที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑๓] ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนของบุคคลรับอนุญาต หรือเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล ชื่อห้างหุ้นส่วน หรือชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ หรือเปลี่ยนแปลงชื่อสถานประกอบการ หรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ทางทะเบียนโดยทางการ หรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน สัดส่วนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบุคคลรับอนุญาต ให้บุคคลรับอนุญาตรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานเป็นหนังสือ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน

ทั้งนี้ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ให้ทำหนังสือรับรองด้วยว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้บุคคลรับอนุญาตจัดทำรายงานตามแบบที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตที่ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุในวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ประกอบธุรกิจได้ต่อไปจนกว่าใบอนุญาตจะหมดอายุลง หลังจากนั้นหากประสงค์จะประกอบธุรกิจต่อไป ให้ยื่นคำขอประกอบธุรกิจบุคคลรับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ทัศนา รัชตโพธิ์

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๒)[๑๔]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๓)[๑๕]

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๔)[๑๖]

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เจ้าพนักงานอนุญาตให้บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๑ (๖) ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต ลงวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศฉบับนี้ ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต สามารถยื่นคำร้องขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่เกี่ยวข้องได้ทุกเดือนจนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๔ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต ลงวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศฉบับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๕)[๑๗]

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) [๑๘]

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ปณตภร/จัดทำ

๑๔ มกราคม ๒๕๕๗

วริญา/เพิ่มเติม

๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วิชพงษ์/ตรวจ

๘ ธันวาคม ๒๕๕๘

ปวันวิทย์/เพิ่มเติม

๒๗ กันยายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา.เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๙๔ ง/หน้า ๓๗/๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๗

[๒] ข้อ ๑ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๓] ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๕)

[๔] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๕] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๕)

[๖] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๕)

[๗] ข้อ ๘/๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๘] ข้อ ๘/๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๙] ข้อ ๘/๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๑๐] ข้อ ๘/๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๑๑] ข้อ ๘/๕ เพิ่มโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๑๒] ข้อ ๘/๖ เพิ่มโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖)

[๑๓] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๔)

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๙๘ ง/หน้า ๓๓/๒๒ กันยายน ๒๕๔๙

[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๘๓ ง/หน้า ๕๕/๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

[๑๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๕๗ ง/หน้า ๘๐/๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

[๑๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง/หน้า ๒๐/๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

[๑๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๒๓ ง/หน้า ๓๕/๑๒ กันยายน ๒๕๖๐

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1b898a98d7aa63da

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com