法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 261/2548 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับ

ที่ 261/2548

เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามคําพิพากษาและคดีนายประกันเป็นไปโดยเรียบร้อยเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเป็นแนวทาง เดียวกันจึงให้มีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดี ดังต่อไปนี้

1.1 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 168/2526 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2526 เรื่องข้อปฏิบัติระหว่างกรมที่ดิน และกรมบังคับคดีเกี่ยวกับการตําแหน่ง ที่ดินเพื่อทําการยึดทรัพย์นายประกันตามคําสั่งศาล พ.ศ. 2526

1.2 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 253/2530 ลงวันที่ 2 เมษายน 2530

เรื่อง การวางเงิน ค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี

1.3 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 2541 2530 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2530

เรื่อง การลงแจ้งความการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือพิมพ์รายวัน

1.4 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 267 2530 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2530

เรื่อง วิธีปฏิบัติในการยึดทรัพย์

1.5 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 162/2532 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2532

เรื่อง การเก็บรักษาทรัพย์มีค่าที่ยึด

1.6 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 167/2532 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2532

เรื่อง การวางเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี

1.7 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 149/2533 ลงวันที่ 30 เมษายน 2533

เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี

1.8 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 339/2553 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2533

เรื่อง การตรวจทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัด

1.9 คําสั่งกรมบังคับคดีที 6/2538 ลงวันที่ 10 มกราคม 2538

เรื่องค่าใช้จ่ายสําหรับ เจ้าพนักงานที่ดินในการยึดทรัพย์นายประกัน

1.10 คําสั่งการมาที่ 9/2538 ลงวันที่ 10 มกราคม 2538

เรื่อง การตรวจสอบผลการยึดอาอายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

1.11 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 102/2539 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559

เรื่อง การบังคับคดีแก่สังหาริมทรัพย์

1.12 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 102/2540 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2540

เรื่องการเสนอ รายงานการยึดทรัพย์

1.13 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 122/2540 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2540

เรื่อง การ นําทรัพย์มาเก็บรักษาไว้ที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สิน

1.14 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 124/2540ลงวันที่ 18 มีนาคม 2540

เรื่อง การ ขอสําเนาหนังสือสําคัญหรือราคาประเมินจากเจ้าพนักงานที่ดิน

1.15 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 473/2540 ลงวันที่ 17 กันยายน 2540

เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ ยวกับการหรือขัดทรัพย์ และการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์

1.16 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 530/2544 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2544

เรื่อง การ ขายทอดตลาดห้องชุด

1.17 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 79/2546 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546

เรื่อง ระบบ การบังคับคดีแพ่งด้วยระบบสารสนเทศ

1.18 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 86/2547 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2547

เรื่องการขายทอดตลาด ทรัพย์สินในคดีแพ่ง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาทั้งเรื่องบังคับคดีให้วางเงินทดรองค่าใช้จ่ายขั้นบังคับคดี ดังนี้

2.1 ยึดอสังหาริมทรัพย์ สํานวนละ 2,500 บาท

2.2 ยึดสังหาริมทรัพย์ บังคับคดีขับไล่ รื้อถอน สํานวนละ 1,500 บาท

2.3 ขอให้บังคับคดีแทนไปยังศาลอื่น สํานวนละ 1,000 บาท

ในระหว่างการบังคับคดีหากค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดีเหลือน้อยหรือไม่เพียงพอ เช่น ค่าใช้จ่ายในการส่งหมายในถิ่นทุรกันดาร ฯลฯให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหมายแจ้งเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาวางเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจํานวนที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การยึดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ให้ ดําเนินการยึด ณ ที่ทําการ โดยไม่ต้องออกไปดําเนินการยึด ณ ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เว้นแต่ผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขามีคําสั่งอนุญาตเนื่องจากสภาพทรัพย์มีรายละเอียดมาก มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น โรงแรม โรงงาน ฯลฯ เป็นต้น หรือมีราคาประเมินเกินกว่า 20 ล้านบาท

3.1 ให้ผู้นํายึดส่งเทสารประกอบการยืดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทําการดังต่อไปนี้

3.1.1 เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการ ทําประโยชน์ (น.ส.3 น.ส. 3 ก.) หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือเอกสารสําคัญที่ดินอื่น ๆ หรือในกรณีไม่มีต้นฉบับเอกสารสิทธิอยู่ในความครอบครองให้คัดสําเนาที่เป็นปัจจุบันซึ่งเจ้าพนักงาน ที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง (หากมี) เช่น หนังสือสัญญาจํานอง สัญญาเช่า เป็นต้น

3.1.2 สําเนาทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ตามคําพิพากษา หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทายาท คู่สมรส ผู้รับจํานอง ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ที่ยึดที่เป็นปัจจุบันซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3.1.3 หนังสือสําคัญการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3.1.4 แผนที่การไปที่ตั้งทรัพย์ที่ยึด พร้อมสําเนา

3.1.5 ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึด และแผนผังของทรัพย์ที่จะ ยึดพร้อมแถลงรายละเอียดของทรัพย์ที่ยึดเช่น บ้านเลขที่ หมู่ที่ หมู่บ้าน ซอย ถนน ตําบล/แขวง อําเภอ/เขต สถานที่สําคัญซึ่งอยู่ใกล้เคียง

3.2 เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์ ณ ที่ทําการครบถ้วน แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบันทึกรายละเอียดแห่งทรัพย์สิน และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีนั้น ๆ ลงในระบบสารสนเทศให้ครบถ้วน โดยให้จัดทํารายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทําการประกาศยึดทรัพย์ หมายแจ้งการยึดพร้อมราคาประเมินให้แก่ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้มีส่วนได้เสียทราบ และแจ้งเจ้าพนักงานที่ดิน โดยให้ขอราคาประเมินไปในคราวเดียวกัน หรือแจ้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด พร้อมสอบถามภาระหนี้สินของห้องชุดที่ยึดไว้ว่ามีภาระหนี้สินค้างชําระหรือไม่จํานวนเท่าใด ภาระ หนี้สินต่อเดือนเดือนละเท่าใด โดยให้แจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันรับหนังสือ หากไม่ได้รับแจ้งภายใน กําหนดให้ผู้นํายึดเป็นผู้ตรวจสอบภาระหนี้สินดังกล่าวและนําส่งพร้อมรับรองก่อนทําการประกาศขาย

3.3 การยึดทรัพย์สินซึ่งติดจํานองบุคคลภายนอก ในการแจ้งการยึดให้ผู้รับจํานองทราบ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระบุในหนังสือแจ้งการยึดด้วยว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะทําการ ขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวโดยปลอดการจํานอง หากผู้รับจํานองจะคัดค้านให้ยื่นคําคัดค้านเป็น หนังสือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 7 วัน นับแต่วันรับหมายแจ้งการยืด มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ คัดค้านและเจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดโดยปลอดการจํานองและกินเงินในส่วนบุริมสิทธิ ของผู้รับจํานองไว้เมื่อขายทอดตลาดได้

ในกรณีที่ผู้รับจํานองยื่นหนังสือคัดค้านวิธีการขายทอดตลาดตามที่เจ้าพนักงาน บังคับคดีแจ้งไปนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเสนอความเห็น พร้อมคําสั่งต่อผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเพื่อมีคําสั่งต่อไป

3.4 การยืดตามสําเนาเอกสารสิทธิที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้นําส่งในกรณีที่ เอกสารสิทธิไม่อยู่ในความครอบครอง ก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดีจะรายงานศาลขออนุญาตขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกให้ผู้ที่ยึดถือเอกสารสิทธิส่งมอบเอกสารสิทธิดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อตรวจสอบสารบัญการจดทะเบียนของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกยึดเพื่อทราบถึงสิทธิโดยชอบของ ลูกหนี้ตามคําพิพากษาในวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดําเนินการบังคับคดีตามอํานาจหน้าที่ต่อไปหากเรียกเอกสารสิทธิจากผู้ยึดถือหรือครอบครองไม่ได้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาล ขอให้มีคําสั่งเรียกเอกสารสิทธิจากผู้ที่ยึดถือและหากไม่ได้มาให้ขอศาลอนุญาตขายตามสําเนาเอกสารสิทธิ ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณียึดสังหาริมทรัพย์ บังคับคดีขับไล่ รื้อถอน ให้ผู้นํายึดนําส่งเอกสารประกอบ การยึดสังหาริมทรัพย์ให้ครบถ้วน เช่นสําเนาทะเบียนบ้าน หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ ตามหาพิพากษา เป็นปัจจุบัน ซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน เป็นต้น 4.

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ก่อนออกไปทําการ อสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งผู้นํายืดให้จัดเตรียม ยานพาหนะที่จะขนย้ายทรัพย์ด้วยและบรรดาสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ให้นํามาเก็บ รักษาไว้ที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สินของกรมบังคับคดีหรือสํานักงานบังคับคดีจังหวัด หรือ ชาแล้วแต่กรณีเว้นแต่

5.1 ทรัพย์ซึ่งมีลักษณะอาจทําให้เกิดสกปรกเลอะเทอะหรือมีกลิ่น ซึ่งอาจรบกวนหรือ ก่อความรําคาญ

5.2 ทรัพย์ซึ่งมีน้ําหนักมากหรือไม่สะดวกที่จะเคลื่อนย้ายหรือมีความสูง หรือมีความกว้างมาก หรือเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา

5.3 ทรัพย์ซึ่งโดยสภาพอาจเกิดอันตรายได้ง่าย เช่น สารวัตถุเคมี หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง

5.4 ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพของตัวทรัพย์ ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลานาน เช่น ทรัพย์ที่ถูกยึดตามคําสั่งคุ้มครอง

5.5 ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลานาน เช่น ทรัพย์ที่ถูกยึดตามคําสั่งคุ้มครอง ชั่วคราวก่อนพิพากษา

5.6 ทรัพย์ซึ่งมีสภาพชํารุดทรุดโทรมใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรือไม่อยู่ในความสนใจ ของบุคคลที่จะซื้อ เช่นเครื่องจักรที่ใช้การไม่ได้โดยสภาพ หรือเครื่องจักรที่เมื่อขนย้ายแล้วจะทําให้ใช้การ ไม่ได้ รถยนต์ที่มีสภาพชํารุดทรุดโทรมไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โต๊ะ เก้าอี้ ที่มีสภาพชํารุด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสภาพใช้การไม่ได้ หรือเครื่องนุ่งห่มหลับนอนที่ผ่านการใช้มาแล้ว เป็นต้น

5.7 ทรัพย์ซึ่งเจ้าหนี้ตามคําพิพากษามีความประสงค์หรือยินยอมมิให้นํามา เก็บรักษาไว้ที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สิน หรือสํานักงานบังคับคดีจังหวัด หรือสาขา

5.8 เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรว่าไม่ควรนํามาเก็บรักษาที่สถานรักษาและ จําหน่ายทรัพย์สินของกรมบังคับคดี หรือสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาโดยความเห็นชอบของผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัด หรือสาขาแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยึดทรัพย์สินมีค่า เช่น อัญมณีต่างๆ ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์มีค่าอื่นๆ ให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีนํามาเก็บรักษาไว้ในห้องมั่นคงของกรมบังคับคดีหรือตู้นิรภัยของหน่วยงานนั้นๆ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในส่วนกลางหากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาทรัพย์ให้เสนอธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีทรัพย์ที่ยึดมั่นสูญหาย หรือเสียหายซึ่งเกิดจากมีผู้กระทําความผิดอาญา ให้ผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเสนอรายงานการตรวจสอบ พร้อมกับเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อดําเนินการดังต่อไปนี้

8.1 ในกรณีตัวผู้กระทําผิดให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนขอให้ดําเนินคดี แก่ผู้กระทําผิดต่อไป

8.2 ในกรณีไม่รู้ตัวผู้กระทําผิดให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนขอให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทําผิดต่อไป

การเสนอรายงานความเห็นข้างต้นให้เสนอหนังสือร้องทุกข์เพื่อให้อธิบดีกรมบังคับคดี ลงนามไปพร้อมด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การเสนอรายงานการยึดทรัพย์

9.1 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีทําการยึดทรัพย์แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบ ดําเนินการแจ้งการยึดเพื่อให้การยึดมีผลตามกฎหมาย แล้วจึงเสนอรายงานการยึดทรัพย์ต่อหัวหน้ากลุ่มผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาในวันนั้นหรือในวันทําการถัดไปหากมีเหตุขัดข้องจําเป็นไม่อาจเสนอได้ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานเหตุขัดข้องไปพร้อมด้วย

9.2 ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินซึ่งมีราคาตั้งแต่ 20,000,000 บาท ขึ้นไป หรือยึดทรัพย์ ของบุคคลสําคัญ หรือบุคคลที่มีฐานะในทางสังคม หรือเป็นที่สนใจของประชาชน เมื่อได้ดําเนินการยึดทรัพย์เสร็จแล้ว ให้รายงานอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบ

9.3 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีติดตามผลการแจ้งการยึดให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง หรือดําเนินการเรียกต้นฉบับเอกสารสิทธิ์หรือการอื่นใดเพื่อให้การยึด มีผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 303 และ มาตรา 304 แล้วให้จัดทําแบบ เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงผู้อํานวยการกอง รายงานการตรวจสอบผลการยึดทรัพย์สิน ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาตรวจสอบว่าดําเนินการถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบหรือ คําสั่งแล้วหรือไม่ หากไม่ถูกต้องให้มีคําสั่งแก้ไขแล้วให้ลงนามผลการตรวจสอบได้ จากนั้นให้เจ้า พนักงานบังคับคดีรายงานการยึดพร้อมขอให้ศาลมีคําสั่งอนุญาตขายทรัพย์ที่ยึดมั่นต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อดําเนินการยึดทรัพย์แล้วมีกรณีที่จะต้องแก้ไขราคาประเมินขณะยึดใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งราคาประเมินใหม่ดังกล่าวแก่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีโดยระบุใน หมายแจ้งด้วยว่าหากไม่เห็นชอบด้วยกับราคาประเมินดังกล่าวให้โต้แย้งคัดค้านภายในกําหนด 3 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับแจ้งเห็นชอบด้วยกับราคาประเมิน และเจ้าพนักงานบังคับคดี จะถือราคาประเมินดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบิดแล้วไม่มีการจานหรือจําหน่าย 10 ให้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้โดยอนุโลม

อนึ่ง หากคําสั่งกรมบังคับคดี หรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2548

(ลงชื่อ) ไกรสร บาร อวยชัย

(นายไกรสร บารมีอวยชัย)

อธิบดีกรมบังคับคดี

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 261/2548 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1baf600a31fab0d5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com