คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่ ๗๗๗/๒๕๕๑
เรื่อง
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าว
ขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว[๑]
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งที่
๕๔๓/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๔๙, คำสั่งที่ ๕๖/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม
พ.ศ. ๒๕๕๑
มอบอำนาจในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมาตรา
๓๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ และคำสั่งที่ ๖๐๖/๒๕๔๙
ลงวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวไว้แล้ว
นั้น
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงออกคำสั่งกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมาตรา
๓๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ไว้ ดังต่อไปนี้
๑.
ให้ยกเลิก
๑.๑
คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๖๐๖/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
๑.๒
คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๕๖/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
บรรดาระเบียบ
ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในคำสั่งนี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้ใช้คำสั่งนี้แทน
๒.
หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักร
กรณีมีเหตุจำเป็นครั้งละไม่เกิน ๑ ปี ตามนัยมาตรา ๓๕
วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักรท้ายคำสั่งนี้
สำหรับรายการเอกสารประกอบการพิจารณาให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนดเป็นคำสั่งและรายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทราบ ทั้งนี้
ตามเหตุผลและความจำเป็นในแต่ละกรณี ๆ ไป
๓.
ในระหว่างการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักรตามข้อ ๒
ให้คนต่างด้าวผู้นั้นอยู่ในราชอาณาจักรไปพลางก่อนได้ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตรานัดฟังผลเพื่ออนุญาตให้คนต่างด้าวผู้นั้นอยู่รอฟังผลได้หลายครั้งตามความจำเป็น
แต่รวมแล้วไม่เกิน ๓๐ วัน นับถัดจากวันอนุญาตสิ้นสุด
๔.
กรณีที่คนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคำสั่งนี้ให้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตและให้คนต่างด้าวเดินทางกลับภายใน
๗ วัน นับถัดจากวันอนุญาตสิ้นสุด
ทั้งนี้
ในกรณีที่คนต่างด้าวประสงค์จะทบทวนคำสั่งไม่อนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้ยื่นคำขอทบทวนได้หนึ่งครั้งโดยต้องแจ้งเหตุผลความจำเป็น
ทำเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไปเพื่อพิจารณาสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรอนุญาตให้รับคำขอได้เสียก่อน
อนึ่ง
ผู้ยื่นคำขออาจแนบคำขอพร้อมด้วยเอกสารประกอบคำขอเพื่อพิจารณาในคราวเดียวกันก็ได้
โดยการขอทบทวนให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งและในระหว่างการพิจารณาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตรานัดฟังผลเพื่อให้คนต่างด้าวผู้นั้นอยู่รอฟังผลการพิจารณาได้ภายในกำหนดระยะเวลา
๗ วันทำการ นับถัดจากวันยื่นคำขอทบทวน
๕.
กรณีคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคำสั่งนี้หรือในกรณีอื่น
ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในคำสั่ง
ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไปเห็นว่าคนต่างด้าวรายใดมีเหตุจำเป็นต้องอยู่ในราชอาณาจักร
ให้พิจารณาเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาคำขอของคนต่างด้าวต่อไป
๖.
ภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามข้อ
๒.๑๘ (๖)
กรณีสมรสกับหญิงไทยและได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อเนื่องตลอดมาก่อนที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ
และไม่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ในคำสั่งนี้ให้ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้พิจารณาตามเหตุผลความจำเป็น
ทั้งนี้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๒๕
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑
พลตำรวจเอก
พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักร ตามข้อ ๒
ของคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๗๗๗ /๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
๒.
ตารางเงินได้ท้ายคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๗๗๗/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามหลักเกณฑ์ ข้อ ๒.๑ (๒) (ผนวก ก)
๓.
แนวทางพิจารณาสถานภาพธุรกิจว่ามีการประกอบการจริงและมีความต่อเนื่องท้ายคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่ ๗๗๗/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามหลักเกณฑ์ ข้อ ๒.๑ (๔) (ผนวก ข)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ภูวนนท์/ผู้จัดทำ
๓ กันยายน ๒๕๕๓
พัสสน/ผู้ตรวจ
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๓๒ ง/หน้า ๖๒/๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒