法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2498) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช 2476

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
74
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๔๙๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง

ในเขตเพลิงไหม้

พุทธศักราช

๒๔๗๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช ๒๔๗๖ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในกฎกระทรวงนี้

(๑) “อาคารที่พักอาศัย” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง แพ

ซึ่งโดยปกติบุคคลอาศัยอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน

(๒) “อาคารพาณิชย์” หมายความว่า ห้างร้าน คลังสินค้า

หรือโรงงานที่ไม่ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่

(๓) “ห้องแถว” หมายความว่า

อาคารที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้องและประกอบด้วยวัตถุอันมิใช่วัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๔) “ตึกแถว” หมายความว่า

อาคารที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้องและประกอบด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๕) “โรงงานอุตสาหกรรม” หมายความว่า

อาคารที่ทำขึ้นเพื่อเป็นโรงงานสำหรับประกอบการอุตสาหกรรม โดยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นปัจจัย

(๖) “อาคารสาธารณะ” หมายความว่า โรงมหรสพ หอประชุม โรงเรียน

หรือสถานที่ซึ่งกำหนดให้เป็นที่ชุมนุมชนได้ทั่วไป เช่น โรงแรม ภัตตาคาร

หรือโรงพยาบาล เป็นต้น

(๗) “อาคารเลี้ยงสัตว์” หมายความว่า

สิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สัตว์พาหนะ เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ พักอาศัย

(๘) “อาคารชั่วคราว” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างซึ่งกรมโยธาเทศบาลพิจารณาเห็นว่า

เพื่อใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราว และมีกำหนดเวลาที่จะรื้อถอน

(๙) “อาคารพิเศษ” หมายความถึงอาคารดังต่อไปนี้

ก. โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หอประชุม

ข. อู่เรือ คานเรือ หรือท่าเรือ สำหรับเรือขนาดใหญ่เกินกว่า

๑๐๐ ตัน และโป๊ะ (ท่าเรือ)

ค. อาคารสูงกว่า ๑๕ เมตร หรือสะพานในที่ซึ่งติดต่อกับทางสาธารณะหรืออาคารที่มีคานหรือโครงหลังคาช่วงหนึ่งยาวเกิน

๑๐ เมตร

(๑๐) “ผู้ออกแบบ” หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการคำนวณเขียนแบบและกำหนดรายการเพื่อใช้ในการก่อสร้าง

(๑๑) “นายงาน” หมายความว่า

ผู้มีหน้าที่ควบคุมการปลูกสร้างให้ผู้ได้รับอนุญาต

(๑๒) “นายช่าง” หมายความว่า นายช่างในกรมโยธาเทศบาล

หรือนายช่างซึ่งอธิบดีกรมโยธาเทศบาลมอบหมาย

(๑๓) “แผนผัง” หมายความว่า

แผนที่แสดงลักษณะที่ดินบริเวณปลูกสร้างอาคาร

(๑๔) “แบบก่อสร้าง" หมายความว่า

แบบเพื่อใช้ประโยชน์ในการปลูกสร้างตัวอาคาร

(๑๕) “รายการ” หมายความว่า

ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวแก่การปลูกสร้างตามแนวของแบบก่อสร้างนั้น

(๑๖) “รายการคำนวณ” หมายความว่า รายละเอียดแสดงวิธีการคิดกำลังต้านทานของส่วนอาคารตามที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง

(๑๗) “แบบสังเขป” หมายความว่า

แบบชนิดซึ่งเขียนไว้พอเป็นประมาณ

(๑๘) “แผนอาคาร” หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนราบของอาคาร

(๑๙) “รูปด้าน” หมายความว่า

แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายนอกของอาคาร

(๒๐) “รูปตัด” หมายความว่า

แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายในของอาคาร

(๒๑) “พื้นอาคาร” หมายความว่า

เนื้อที่ส่วนราบของอาคารซึ่งอยู่ภายในขอบเขตของคานหรือรอดที่รับพื้นนั้นหรือภายในพื้นนั้น

หรือภายในขอบเขตของเสาอาคาร

(๒๒) “ฝา” หมายความว่า

ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งแบ่งกั้นพื้นอาคารให้เป็นห้อง ๆ

(๒๓) “ผนัง” หมายความว่า

ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นด้านนอกของอาคารให้เป็นหลังหรือหน่วยจากกัน

(๒๔) “ผนังกันไฟ” หมายความว่า

ผนังซึ่งทำด้วยวัตถุทนไฟและไม่มีช่องที่จะให้ไฟผ่านได้

(๒๕) “รากฐาน” หมายความว่า ส่วนรับน้ำหนักของอาคาร

นับจากใต้พื้นชั้นล่างลงไปจนถึงที่ฝังอยู่ในดิน

(๒๖) “เสาเข็ม” หมายความว่า

เสาที่ตอกฝังลงในพื้นดินเพื่อช่วยรับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร

(๒๗) “ช่วงบันได” หมายความว่า

ระยะตั้งบันไดซึ่งมีขั้นต่อกันโดยตลอด

(๒๘) “ลูกตั้ง” หมายความว่า ระยะตั้งของขั้นบันได

(๒๙) “ลูกนอน” หมายความว่า ระยะราบของขั้นบันได

(๓๐) “บ่อตรวจระบาย” หมายความว่า

ส่วนที่เปิดได้ของท่อระบายซึ่งกำหนดไว้ใช้ในการชำระล้างท่อ

(๓๑) “บ่อพักขยะ” หมายความว่า ส่วนของทางระบายน้ำที่กำหนดกั้นขยะให้หยุดระบายไปด้วยกับน้ำ

(๓๒) “อุปกรณ์อนามัย” หมายความว่า

เครื่องประกอบอันใช้ประโยชน์ในการสุขาภิบาลของอาคาร

(๓๓) “บ่ออาจม” หมายความว่า

บ่อพักอุจจาระหรือสิ่งโสโครกอันไม่มีวิธีการระบายออกไปตามสภาพปกติ

(๓๔) “ลิฟต์” หมายความว่า

เครื่องสำหรับใช้บรรทุกบุคคลหรือของขึ้นลงระหว่างพื้นต่าง ๆ ของอาคาร

(๓๕) “ท่อเอกประปา” หมายความว่า ท่อน้ำประปาในทางสาธารณะซึ่งเป็นสมบัติของการประปา

(๓๖) “วัตถุทนไฟ” หมายความว่า

วัตถุก่อสร้างซึ่งไม่เป็นเชื้อเพลิง

(๓๗) “วัตถุถาวร” หมายความว่า วัตถุทนไฟซึ่งตามปกติไม่แปลงสภาพได้ง่ายโดยน้ำ

ไฟ หรือดินฟ้าอากาศ

(๓๘) “อิฐธรรมดา” หมายความว่า ดินชนิดที่ปั้นขึ้นเป็นแท่งโดยไม่ใช้เครื่องอัด

และเผาไฟสุกแล้ว

(๓๙) “อิฐอัด” หมายความว่า

อิฐชนิดซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้เครื่องอัดให้เนื้อแน่นก่อนเผา

(๔๐) “คอนกรีต” หมายความว่า วัตถุซึ่งประกอบขึ้นด้วยส่วนผสมของซิเมนต์

ทราย หิน และน้ำ

(๔๑) “คอนกรีตเสริมเหล็ก” หมายความว่า

คอนกรีตซึ่งมีเหล็กฝังภายในให้ทำหน้าที่รับแรงได้มากขึ้นกว่าปกติ

(๔๒) “เหล็กหล่อ” หมายความว่า เหล็กซึ่งถลุงมาจากแร่เหล็ก

อันจะใช้ชุบไม่ได้ผล

(๔๓) “เหล็กล้วน” หมายความว่า

เหล็กที่มีธาตุอื่นเจือปนน้อยที่สุด และจะใช้ชุบไม่ได้ผล

(๔๔) “เหล็กถ่าน” หมายความว่า

เหล็กซึ่งมีธาตุถ่านผสมทำให้เหนียวกว่าปกติ อันจะใช้ชุบได้ผล

(๔๕) “เหล็กเสริม” หมายความว่า

เหล็กถ่านที่ใช้ฝังในเนื้อคอนกรีตเพื่อเพิ่มกำลังขึ้น

(๔๖) “ไม้อ่อน” หมายความว่า

ไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่คงทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์ เช่น ไม้ยาง หรือไม้ตะแบก

(๔๗) “ไม้แก่น” หมายความว่า

ไม้เนื้อแข็งซึ่งทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์ได้ดีตามสภาพอันสมควร เช่น ไม้เต็งรัง

ตะเคียนทอง เคี่ยม

(๔๘) “ปูนขาว” หมายความว่า วัตถุประสานซึ่งผลิตขึ้นจากหินธาตุปูนหรือเปลือกหอย

(๔๙) “ซิเมนต์” หมายความว่า วัตถุประสานซึ่งผลิตขึ้นจากแร่ธาตุปูนและธาตุดินผสมกันเป็นส่วนใหญ่

(๕๐) “ทราย” หมายความว่า

ก้อนหินเมล็ดเล็กละเอียดเกิดตามธรรมชาติซึ่งมีขนาดโตไม่เกิน ๓ มิลลิเมตร

(๕๑) “กรวด” หมายความว่า ก้อนหินเกิดตามธรรมชาติขนาดโตเกินกว่า

๓ มิลลิเมตร

(๕๒) “ดินดาน” หมายความว่า หินชนิดที่มีเนื้อเปื่อยไม่แน่นเป็นก้อนแกร่ง

(๕๓) “หินปูน” หมายความว่า

หินธาตุปูนซึ่งมีเนื้อแน่นแกร่งเป็นก้อนปึก

(๕๔) “หินทราย” หมายความว่า

หินประกอบด้วยเมล็ดทรายและประสานด้วยวัตถุอื่นเป็นก้อนปึก

(๕๕) “หินอัคนี” หมายความว่า

หินที่มีเนื้อแข็งแกร่งเป็นก้อนปึกโดยไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นประสาน

(๕๖) “แรงประลัย” หมายความว่า

แรงขนาดที่จะทำให้วัตถุแตกแยกออกจากกันเป็นส่วน

(๕๗) “แรงดึง” หมายความว่า

แรงที่จะทำให้วัตถุแยกออกห่างจากกัน

(๕๘) “แรงอัด” หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุทลายเข้าหากัน

(๕๙) “แรงเฉือน” หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุขาดออกจากกันดุจกรรไกรตัด

(๖๐) “ส่วนปลอดภัย” หมายความว่า

อัตราส่วนที่ใช้ทอนแรงประลัยลงให้ถึงขนาดที่จะใช้ได้ปลอดภัย

(๖๑) “น้ำหนักบรรทุก” หมายความว่า

น้ำหนักที่จะกำหนดว่าจะมาเพิ่มขึ้นบนอาคาร นอกจากน้ำหนักของตัวอาคารนั้นเอง

(๖๒) “ส่วนลาด” หมายความว่า ส่วนระยะตั้งเทียบกับส่วนระยะยาวของฐาน

(๖๓) “ทางระบายน้ำสาธารณะ” หมายความว่า

ช่องน้ำไหลตามทางสาธารณะ ซึ่งกำหนดไว้ให้ระบายน้ำออกจากอาคารได้

(๖๔) “ทางสาธารณะ” หมายความว่า ที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้

(๖๕) “ระดับถนน” หมายความว่า ความสูงของยอดถนนจากที่ดินใกล้ชิดเทียบกับระดับน้ำทะเล

(๖๖) “แนวถนน” หมายความว่า

แนวเขตที่กำหนดไว้ให้เป็นทางสาธารณะทางบก

การอนุญาตปลูกสร้าง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้

พุทธศักราช ๒๔๗๖ ณ ที่ใดแล้ว ผู้ใดจะขออนุญาตปลูกสร้างอาคารตามมาตรา ๖

ให้ยื่นคำขอต่อกรมโยธาเทศบาลตามแบบ “ย.ธ.๑” ท้ายกฎกระทรวงนี้

พร้อมด้วยแผนผังแบบก่อสร้างและรายการ อย่างละ ๓ ชุด

ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารจะต้องเป็นเจ้าของอาคารที่จะต้องปลูกสร้างขึ้น

หรือเป็นตัวแทนของผู้นั้น ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ใบอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารตามความในมาตรา ๖ ให้ออกตามแบบ “ย.ธ. ๒”

ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

คำสั่งของกรมโยธาเทศบาลให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแบบก่อสร้าง

หรือรายการตามความในมาตรา ๑๐ ให้ทำตามแบบ “ย.ธ. ๓” ท้ายกฎกระทรวงนี้ และให้จัดส่งให้ผู้ขออนุญาตโดยให้ลงลายมือชื่อรับเป็นหลักฐานไว้

แต่ถ้าส่งให้ไม่ได้ก็ให้ประกาศไว้ให้ทราบที่ป้ายโฆษณาของกรมโยธาเทศบาลและ ณ

สถานที่ปลูกสร้าง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

สำหรับอาคารดังต่อไปนี้

(๑) พระที่นั่งหรือพระราชวัง

(๒)

อาคารของรัฐบาลซึ่งใช้เป็นที่ทำงานในราชการหรือเพื่อสาธารณประโยชน์และ

(๓)

วัดวาอารามหรือโบราณสถานซึ่งอยู่ในความควบคุมของกระทรวงวัฒนธรรม

เมื่อแผนผังแบบก่อสร้างและรายการสิ่งที่ปลูกสร้างนั้นกระทรวงวัฒนธรรมได้รับรองแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างแจ้งให้กรมโยธาเทศบาลทราบเป็นหนังสือก่อนกำหนดก่อสร้างอย่างน้อยเป็นเวลา

๓๐ วัน พร้อมด้วยแผนผังและแบบก่อสร้าง ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ถ้ากรมโยธาเทศบาลมีข้อแก้ไขสำหรับอาคารตามความในข้อ ๕ แห่งกฎกระทรวงนี้

ก็ให้มีหนังสือแจ้งเหตุผลให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างทราบภายในกำหนด ๑๕

วัน นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้งความนั้น

แผนผัง

แบบก่อสร้าง และรายการ

แผนผัง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

แผนผังให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑,๐๐๐ แสดงขอบเขตที่ดินและบริเวณติดต่อ

และแสดงขอบนอกของอาคารที่มีอยู่แล้ว กับอาคารที่ขออนุญาตปลูกสร้างใหม่ด้วยลักษณะและเครื่องหมายต่างกันให้ชัดเจนพร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในแผนผังให้แสดงทางสาธารณะหรือแนวถนนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนี้ แล้วแต่กรณี

ที่ติดต่อกับที่ดินปลูกสร้างโดยบริบูรณ์กับทางระบายน้ำออกจากอาคารที่ปลูกสร้างนั้น

จนถึงทางระบายน้ำสาธารณะ

และตามแนวทางระบายน้ำนั้นให้แสดงเครื่องหมายชี้ทางน้ำไหลพร้อมด้วยส่วนลาด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในแผนผังให้แสดงระดับของพื้นชั้นล่างของอาคารและให้แสดงการสัมพันธ์กับระดับถนนสาธารณะ

หรือระดับพื้นดินตรงที่ปลูกสร้าง

แบบก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

แบบก่อสร้างให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐

แสดงแผนรากฐานของอาคารและพื้นชั้นต่าง ๆ

ของอาคารรูปด้านและรูปตัดเนื่องกันไม่ต่ำกว่า ๒ ด้าน รูปรายละเอียดส่วนสำคัญ ขนาด

และเครื่องหมายวัตถุประกอบแผนอาคารชัดเจนพอที่จะคิดรายการและสอบรายการคำนวณได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ แบบก่อสร้างอาคารสาธารณะและอาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป

ให้แสดงรายการคำนวณกำลังของส่วนสำคัญต่าง ๆ ของอาคารไว้โดยบริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ อาคารพิเศษนั้น

นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่มีกำหนดควบคุมอยู่โดยเฉพาะแล้ว

ให้เสนอรายการคำนวณอย่างละเอียดด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

แบบก่อสร้างสำหรับปลูกสร้างอาคารโดยต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงอาคารที่เพลิงไหม้

ให้แสดงแบบของส่วนเก่าและส่วนที่จะต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงให้เห็นชัดเจนต่างกัน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

อาคารชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการปลูกสร้างอาคารถาวร หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นจะเสนอแบบก่อสร้างเป็นแบบสังเขปก็ได้

รายการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ รายการให้แสดงลักษณะของวัตถุก่อสร้างอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคารโดยละเอียดชัดเจนพร้อมด้วยวิธีก่อสร้าง

ทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก และหน่วยการคำนวณต่าง ๆ ของแผนผัง

และแบบก่อสร้าง รายการ หรือรายการคำนวณนั้น ให้ใช้มาตราเมตริก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในแผนผัง แบบก่อสร้าง และรายการนั้น

ให้แจ้งนามและสำนักงานหรือที่อยู่ของผู้กำหนดแผนผังออกแบบก่อสร้างทำรายการและคิดรายการคำนวณไว้ด้วย

พร้อมกับเครื่องหมายวิทยฐานะ (ถ้ามี) ว่าเป็นผู้สามารถสมควรทำการเหล่านั้นได้

ลักษณะอาคารต่าง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ อาคารที่พักอาศัยซึ่งมิได้ทำด้วยวัตถุถาวรหรือทนไฟเป็นส่วนใหญ่นั้นจะมีครัวไฟอยู่ในอาคารนั้นไม่ได้

และจะปลูกสร้างเกินกว่าสองชั้นไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

อาคารที่พักอาศัยเกินกว่าสองชั้น ต้องทำด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

และต้องมีทางลงหนีไฟไว้ด้วย เว้นแต่มีบันไดขึ้นลงมากพอที่จะใช้เป็นทางหนีไฟได้ดีพอสมควรแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ห้องแถว ตึกแถว ให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๓๕๐ เซนติเมตรระหว่างผนัง

และต้องมีทางคนเข้าออกได้ทั้งข้างหน้ากับข้างหลัง ถ้าปลูกสร้างติดต่อกันให้มีผนังกันไฟทุก

ๆ ระยะ ๕ ห้องเป็นอย่างน้อย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ อาคารทุกชนิดจะปลูกสร้างบนที่ดินในบริเวณเพลิงไหม้ซึ่งถมด้วยขยะมูลฝอยมิได้ เว้นแต่ขยะมูลฝอยนั้นจะได้กลายสภาพเป็นดินแล้ว

หรือได้ทับด้วยดินกระทุ้งแน่นไม่ต่ำกว่า ๓๐ เซนติเมตร

และมีลักษณะไม่เป็นอันตรายแก่อนามัย และมั่นคงพอแก่การปลูกสร้างแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ รั้ว

หรือกำแพงกั้นเขต ให้ทำได้สูงไม่เกิน ๓๐๐ เซนติเมตรเหนือระดับถนน

ประตูรั้วหรือกำแพงทางรถเข้าเมื่อมีคานบนให้วางคานสูงตั้งแต่ ๓๐๐

เซนติเมตรขึ้นไปจากระดับถนน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ป้ายโฆษณาที่เป็นอาคารต้องติดตั้งโดยไม่บังช่องลม หน้าต่าง หรือประตู และต้องติดตั้งด้วยวัตถุติดต่ออันถาวรเพื่อป้องกันการหลุดออก

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

สะพานสำหรับรถข้ามได้ต้องมีช่องกว้างเป็นทางจราจรไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เซนติเมตร

และมีส่วนลาดไม่ชันกว่า ๑ ใน ๑๐ ถ้ามีหลังคาคลุมต้องวางคานบนสูงไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ เซนติเมตรจากระดับพื้นสะพาน

ส่วนต่าง ๆ

ของอาคาร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ห้องนอนหรือห้องที่ใช้เป็นที่พักอาศัยในอาคารให้มีส่วนกว้าง

หรือส่วนยาวไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ เซนติเมตร กับรวมเนื้อที่พื้นทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๙

ตารางเมตร และให้มีช่องประตูและหน้าต่างเป็นเนื้อที่รวมกันไม่น้อยกว่าส่วน ๑ ใน ๑๐

ของพื้นที่ของห้องนั้น โดยไม่รวมนับส่วนประตู หรือหน้าต่างอันติดต่อกับห้องอื่น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ห้องอาคารซึ่งบุคคลเข้าไปได้จะต้องมีช่องระบายลมให้เพียงพอในเมื่อได้ปิดประตูทั้งหมด

วิธีระบายลมนั้นให้ทำตามแบบซึ่งเหมาะสมกับสภาพของอาคารนั้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ช่องทางเดินภายในอาคารให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เซนติเมตร

กับมิให้มีเสากีดกั้นให้ส่วนหนึ่งส่วนใดแคบกว่ากำหนดนั้น

ทั้งให้มีแสงสว่างธรรมชาติแลเห็นได้เวลากลางวันด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

หน้าต่างและประตูของห้องนอนหรือห้องพักอาศัย

ให้ทำสูงจากพื้นถึงยอดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เซนติเมตร และให้บุคคลสามารถเปิดออกจากห้องนั้นได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดานตรงยอดฝาหรือยอดผนังสำหรับห้องในอาคารที่พักอาศัยต้องไม่ต่ำกว่า

๓๐๐ เซนติเมตร สำหรับห้องทั้งหลายอันเป็นประธานในอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม

อาคารพาณิชย์ ห้องแถว ตึกแถว โรงรถ หรือคอกสัตว์ที่มีห้องคนพักอาศัยอยู่ชั้นบน

ระยะนั้นต้องไม่ต่ำกว่า ๓๕๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

พื้นชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัยนั้นต้องมีระดับสูงกว่าพื้นดินปลูกสร้างอาคารอย่างน้อย

๙๐ เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นพื้นซิเมนต์ อิฐ หิน หรือวัตถุแข็งอย่างอื่นที่สร้างตันติดพื้นดิน

ต้องมีระดับสูงกว่าพื้นดินปลูกสร้างอาคารอย่างน้อย ๑๐ เซนติเมตร

และถ้าเป็นอาคารตั้งอยู่ริมแนวถนนในที่ราบ จะเป็นอาคารที่พักอาศัยหรือไม่ก็ตาม

ต้องสูงกว่าระดับถนนนั้นไม่ต่ำกว่า ๓๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ถ้าครัวไฟอยู่ติดกับห้องนอนหรือห้องส้วม ห้ามมิให้มีประตู หน้าต่าง

หรือช่องลมในด้านที่ติดต่อกันนั้น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

เตาไฟสำหรับการอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์ชนิดเป็นเตาก่อหรือเตาเหล็กให้ตั้งได้เฉพาะในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

เตาไฟและปล่องระบายควันไฟจะต้องทำมิให้ฝา หรือผนัง หรือหลังคาถูกความร้อนจัดได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

บันไดสำหรับอาคารที่พักอาศัยต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๙๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งไม่สูงเกิน ๓๐๐ เซนติเมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๒๐ เซนติเมตร

ลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๒ เซนติเมตร ถ้าตอนใดต้องทำเลี้ยวมีบันไดเวียน

ส่วนแคบที่สุดของลูกนอนต้องไม่แคบกว่า ๑๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

บันไดอันเป็นประธานสำหรับอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารพาณิชย์

ต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร ช่วงหนึ่งไม่สูงเกิน ๔๐๐ เซนติเมตร

ลูกตั้งไม่สูงกว่า ๑๙ เซนติเมตร ลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๔ เซนติเมตร

ถ้าไม่มีบันไดขึ้นลงให้มากพอที่จะใช้เป็นทางลงหนีไฟได้ดีพอสมควรแล้ว

จะต้องมีทางลงหนีไฟอีก ตอนใดที่ต้องทำเลี้ยวมีบันไดเวียน

ส่วนแคบที่สุดของลูกนอนต้องไม่แคบกว่า ๑๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

บันไดซึ่งมีช่วงสูงกว่าระยะที่กำหนดไว้

ให้ทำที่พักมีขนาดกว้างยาวไม่น้อยกว่าส่วนกว้างของบันไดนั้น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

วัตถุมุงหลังคาให้ทำด้วยวัตถุทนไฟ เว้นแต่อาคารซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอาคารอื่นซึ่งมุงด้วยวัตถุทนไฟ

หรือจากเขตที่ดินหรือทางสาธารณะเกิน ๔๐ เมตร จึงจะใช้มุงด้วยวัตถุอื่นได้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ลิฟต์สำหรับใช้บรรทุกบุคคล

ให้ทำได้แต่ในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ และโดยเฉพาะส่วนต่อเนื่องกับลิฟต์นั้นต้องเป็นวัตถุทนไฟทั้งสิ้น

และลิฟต์นั้นจะต้องเป็นส่วนปลอดภัยไม่น้อยกว่า ๔ เท่าของน้ำหนักที่กำหนดใช้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

อาคารซึ่งต่อเนื่องกับทางสาธารณะนั้น

ถ้ากรมโยธาเทศบาลเห็นสมควรจะอนุญาตให้ส่วนรากฐานซึ่งอยู่ใต้ดินของอาคารนั้นเหลื่อมล้ำเข้าไปในทางสาธารณะก็ได้

แต่ต้องไม่เกิน ๑๐๐ เซนติเมตร

และต้องไม่กีดขวางสิ่งปลูกสร้างซึ่งได้มีอยู่ในทางสาธารณะนั้นแล้ว

และระดับของส่วนรากฐานที่ยื่นออกมาในทางสาธารณะจะต้องไม่สูงกว่าระดับที่กรมโยธาเทศบาลกำหนดให้

ความลึกของรากฐานนั้นจะให้อยู่ในระดับใด ให้กรมโยธาเทศบาลกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

รากฐานของอาคารจะต้องทำเป็นลักษณะถาวรมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนักของตัวอาคารและน้ำหนักบรรทุกได้โดยปลอดภัย

ในกรณีสงสัยให้กรมโยธาเทศบาลเรียกรายการคำนวณ หรือผลของการทดลอง หรือทั้งสองอย่าง

เพื่อประกอบการพิจารณาได้

กำลังวัตถุและน้ำหนักบรรทุก

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงดันส่วนอาคารประกอบด้วยอิฐประสาน

ด้วยปูนผสมส่วนต่าง ๆ ให้กำหนดใช้ไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดอิฐ

ส่วนปูนขาว

ตามปริมาตร

ส่วนซีเมนต์

ตามปริมาตร

ส่วนทราย

ตามปริมาตร

กำลังดันต่อ ๑ ตาราง

เซนติเมตร

ธรรมดา

อัด

๒ กิโลกรัม

๓ กิโลกรัม

๔ กิโลกรัม

๕ กิโลกรัม

๔ กิโลกรัม

๖ กิโลกรัม

๘ กิโลกรัม

๑๐ กิโลกรัม

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งเหล็ก กำลังต้านทานแรงประเภทต่าง

ๆ ของส่วนอาคารประกอบด้วยเหล็กชนิดต่าง ๆ ที่มีส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑

ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งเหล็กนั้น ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลการทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น

ให้คำนวณโดยอัตราแรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดเหล็ก

แรงดึงต่อ ๑

ตารางเซนติเมตร

แรงอัดต่อ ๑

ตารางเซนติเมตร

แรงเฉือนต่อ ๑

ตารางเซนติเมตร

เหล็กหล่อ

เหล็กล้วน

เหล็กถ่านอ่อน

เหล็กเสริม

๒๐๐ กิโลกรัม

๗๐๐ กิโลกรัม

๑,๐๐๐ กิโลกรัม

๑,๒๐๐ กิโลกรัม

๑,๒๐๐ กิโลกรัม

๗๐๐ กิโลกรัม

๑,๐๐๐ กิโลกรัม

๑,๒๐๐ กิโลกรัม

๒๐๐ กิโลกรัม

๖๐๐ กิโลกรัม

๘๐๐ กิโลกรัม

๘๕๐ กิโลกรัม

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งไม้

แต่ไม่ให้ความแอ่นของไม้เกิน ของช่วงคาน

กำลังต้านทานแรงประเภทต่าง ๆ ของไม้ชนิดต่าง ๆ ที่มีส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน

๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งไม้นั้น ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น

ให้คำนวณโดยอัตราแรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดไม้

แรงดึงตาม

เสี้ยน

ต่อ ๑ ตาราง

เซนติเมตร

แรงอัดตาม

เสี้ยน

ต่อ ๑ ตาราง

เซนติเมตร

แรงอัดขวางเสี้ยน

ต่อ ๑ ตาราง

เซนติเมตร

แรงเฉือนตามเสี้ยนต่อ

๑ ตาราง

เซนติเมตร

ไม้อ่อน

ไม้ปานกลาง

ไม้แข็ง

๑๐๐

กิโลกรัม

๑๑๐

กิโลกรัม

๑๒๕

กิโลกรัม

๘๐

กิโลกรัม

๙๐

กิโลกรัม

๑๐๐

กิโลกรัม

๒๔

กิโลกรัม

๒๗

กิโลกรัม

๓๐

กิโลกรัม

กิโลกรัม

๑๐ กิโลกรัม

๑๕

กิโลกรัม

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งคอนกรีต เมื่อครบอายุ

๒๘ วันแล้ว

กำลังต้านทานแรงอัดของคอนกรีตธรรมดาที่มีส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน

๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งคอนกรีตเมื่อครบอายุ ๒๘ วันแล้วนั้น

ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น

ให้คำนวณโดยอัตราแรงต่อไปนี้

ส่วน

ซีเมนต์

ตามปริมาตร

ส่วน

ทราย

ตามปริมาตร

ส่วน

หิน

ตามปริมาตร

แรงต่าง ๆ

กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร

แรงอัดสำหรับ

คาน

แรงอัดสำหรับ

เสา

แรงเฉือน

แรงยึด

๕๐

๔๕

๔๐

๓๕

๓๐

๑๕

๔๐

๓๖

๓๒

๒๘

๒๔

๑๒

๔.๕

๓.๕

๑.๕

ถ้าความยาวของเสามากกว่า ๑๒

เท่าของด้านที่แคบ หรือของเส้นผ่านศูนย์กลาง ให้ใช้ค่าในตารางข้างบนคูณด้วย (๑.๓๓

- )

หมายเหตุ ส = ความยาวของเสา

บ = ด้านที่แคบของเสา

กฎนี้ให้ใช้ได้ทั้งเสาคอนกรีตและเสาไม้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในการคำนวณกำลังแรงของส่วนอาคารประกอบด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ให้ผู้คำนวณแสดงรายการคำนวณจนเป็นที่พอใจกรมโยธาเทศบาลว่าอยู่ในลักษณะปลอดภัย

ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือเป็นอย่างอื่นได้

ให้ถือหลักการคำนวณดังต่อไปนี้

(๑)

พิกัดยึดของคอนกรีต = ๑.๔ x ๑๐๖ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๒)

พิกัดยึดของเหล็กเสริม = ๒๑ x ๑๐๖ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๓)

ส่วนผสมของคอนกรีต = ซีเมนต์ ๑ ทราย ๒ และหิน ๔ ตามปริมาตร

(๔)

แรงอัดของคอนกรีตไม่เกิน ๔๕ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร

(๕)

แรงดึงของเหล็กเสริมไม่เกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร

(๖)

แรงเฉือนของเหล็กเสริมไม่เกิน ๘๕๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร

(๗)

สำหรับคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๒.๕ เซนติเมตร

และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด

(๘)

สำหรับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๑.๕ เซนติเมตร

และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด

(๙)

ให้มีช่องว่างระหว่างเหล็กที่ขนานกันไม่น้อยกว่า ๒.๕ เซนติเมตร

และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริม อย่างไรก็ดีต้องโตกว่าขนาดของหินที่โตที่สุดที่ใช้อยู่

๐.๕ เซนติเมตร

(๑๐)

คานคอนกรีตเสริมเหล็กต้องมีส่วนยาวไม่เกิน ๒๔ เท่าของส่วนหนา

เว้นแต่มีเหตุผลเป็นพิเศษ และไม่ใช้เหล็กเสริมแนวนอนเล็กกว่า ๖ มิลลิเมตร

(๑๑)

สำหรับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำหนัก ต้องมีเหล็กเสริมตามลำไม่น้อยกว่า ๑

เส้นทุกมุม ถ้าเป็นเสากลมต้องไม่น้อยกว่า ๖ เส้น และมีส่วนเหล็กไม่น้อยกว่า ๐.๘ ใน

๑๐๐ ของคอนกรีต และขนาดของเหล็กเสริมต้องไม่น้อยกว่า ๑๒.๗ มิลลิเมตร

ปริมาตรของเหล็กปลอกต้องไม่น้อยกว่า ๐.๔ ใน ๑๐๐ ของปริมาตรของคอนกรีต

และระยะห่างของเหล็กปลอก ต้องไม่เกิน ๑๖ เท่าของขนาดเหล็กแกน หรือ ๔๘

เท่าของขนาดเหล็กปลอก หรือไม่เกินด้านแคบที่สุดของเสา

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

น้ำหนักบรรทุกบนพื้นที่จะใช้ในการคำนวณออกแบบอาคารประเภทต่าง ๆ

ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

(๑) โรงเก็บรถยนต์ (นอกจากโรงเก็บรถยนต์ส่วนบุคคล)

โรงเก็บเครื่องจักร โรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ ๕๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) คลังสินค้า ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ โรงกีฬา ๕๐๐ กิโลกรัม

ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๓) โรงงาน โรงพิมพ์ ร้านขายของ โรงมหรสพ หอประชุม ภัตตาคาร

๔๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๔) โรงเรียนชั้นเตรียมอุดมขึ้นไป โรงพยาบาล โรงแรม

อาคารสำนักงาน ๓๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๕) โรงเรียนชั้นประถมและมัธยม ๒๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑

ตารางเมตร

(๖) อาคารที่พักอาศัย ๑๕๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร

แต่ถ้าเนื้อที่ส่วนใดแห่งอาคารนั้นจะรับน้ำหนักบรรทุกสิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าอัตราที่กล่าวแล้ว

เช่น เครื่องจักรกลและอุปกรณ์อย่างอื่น ก็ให้คำนวณน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้นให้พอที่จะรับน้ำหนักนั้นได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

แรงลมอย่างสูงขนานกับพื้นดินสำหรับส่วนอาคารที่สูงกว่า ๑๕ เมตรขึ้นไป

ให้ถือกำหนดแรงเท่ากับ ๑๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร เป็นอย่างน้อย ส่วนที่ต่ำกว่านี้ลงมา

ให้ลดอัตราแรงลมเป็น ๕๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

น้ำหนักบรรทุกบนดินที่รากฐานของอาคารนั้นต้องคำนวณให้เหมาะสมเพื่อความมั่นคงและปลอดภัย

ซึ่งถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น

จะต้องไม่เกินอัตรากำหนดสำหรับดินประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(๑) ดินอ่อนหรือดินถมไว้แน่นตัวเต็มที่ ๒ เมตริกตัน ต่อ ๑

ตารางเมตร

(๒) ดินปานกลางหรือทรายร่วน ๑๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๓) ดินแน่นหรือทรายหยาบ ๒๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๔) กรวดหรือดินดาน ๔๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๕) หินปูนหรือหินทราย ๘๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร

(๖) หินอัคนี ๑๕๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร

ทั้งนี้ เว้นไว้แต่จะได้แสดงให้เห็นเป็นที่เชื่อถือได้ว่า จะจัดการเพิ่มอัตรารับน้ำหนักบรรทุกแห่งรากฐานของอาคารได้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ในการคำนวณน้ำหนักที่ลงบนรากฐานและเสาของอาคารสูงตั้งแต่สองชั้นลงมา

ให้คำนวณน้ำหนักของอาคารและน้ำหนักบรรทุกเต็มอัตรา

ส่วนน้ำหนักบรรทุกของอาคารซึ่งสูงกว่าสองชั้นขึ้นไปและมิได้เป็นอาคารพิเศษ

คลังสินค้า ห้องสมุด หรือโรงงานอุตสาหกรรมนั้น

ให้ลดส่วนลงได้ตามชั้นของอาคารดังนี้

(๑) ชั้นถัดจากชั้นยอด ลดอัตราลง ๑๐ ใน ๑๐๐

(๒) ชั้นถัดลงมา ลดอัตราลง ๒๐ ใน ๑๐๐

(๓) ชั้นถัดลงมา ลดอัตราลง ๒๐ ใน ๑๐๐

(๔) ชั้นถัดลงมา ลดอัตราลง ๒๐ ใน ๑๐๐

ทุกชั้นที่ถัดลงมาจากนี้ ลดอัตราลง ๕๐ ใน ๑๐๐

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

ในการคำนวณกำลังต้านทานของรากฐาน ให้คำนวณน้ำหนักของอาคารเต็มอัตรา และ

(เข็มรากฐานบนดินอ่อน) ให้เข็มรับน้ำหนักทั้งหมดโดยไม่คิดเอาแรงต้านของดินรอบ ๆ

เข็มมาช่วยรับน้ำหนัก สำหรับปลายเข็มจดดินแข็งดินดาน หรือวัตถุพื้นแข็งให้คำนวณเข็มนั้นเช่นลักษณะเสา

แต่ถ้ามีเข็มอยู่ในดินอ่อน อาศัยแรงผืดพยุง ให้ใช้เข็มไม่สั้นกว่า ๓๐๐ เซนติเมตร

และให้ใช้แรงฝืดดินตามสูตรต่อไปนี้

ให้ ฝ.

= ๔๐๐ + ๓๕ ย.

ฝ.

= แรงฝืดดินเป็นกิโลกรัมต่อตารางเมตรของเนื้อที่ผิวเข็ม

ย.

= ความยาวของเสาเข็มเป็นเมตร

ถ้าความยาวของเสาเข็มเกิน ๑๒.๐๐ เมตร

ต้องมีการทดลองกำลังน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม

เนื้อที่ของรากฐานทั้งหมดจะต้องไม่น้อยกว่า

ของเนื้อที่ผิวของเสาเข็มทั้งหมดซึ่งอยู่ภายใต้รากฐานนั้น

ในกรณีที่ไม่สามารถตอกเข็มได้เพราะพื้นดินแข็ง เป็นดินปานกลางหรือทรายร่วน

ในการคำนวณความต้านทานของดินใต้แผ่นฐานรากจะต้องไม่เกิน ๑๐ ตันต่อ ๑ ตารางเมตร

ถ้าจะใช้มากกว่านี้ จะต้องแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้

สำหรับเครื่องตอกเข็มด้วยแรงคน

ถ้าตอกด้วยเครื่องจักร

ซึ่งตอกได้ไม่น้อยกว่า ๔๐ ครั้ง ต่อ ๑ นาที

ให้ บ

= น้ำหนักบรรทุกได้โดยปลอดภัยเป็นกิโลกรัม

= น้ำหนักลูกตุ้มเป็นกิโลกรัม

= ระยะลูกตุ้มตกเป็นเซนติเมตร

= ระยะที่เข็มจมครั้งสุดท้ายเป็นเซนติเมตร

แนวอาคารและระยะต่าง

74 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2498) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช 2476 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1c36076e22b30176

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com