ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกตั๋วแลกเงินเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน
๑. เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อเพิ่มช่องทางการระดมเงินของธนาคารพาณิชย์ เพิ่มทางเลือกในการออมเงินให้กับประชาชน
และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในเรื่องการออกตั๋วแลกเงินของธนาคารพาณิชย์
๒. อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ และมาตรา ๑๓ จัตวา
แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่แก้ไขแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกตั๋วแลกเงินเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชนตามข้อกำหนดในประกาศนี้
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมาย
ว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจ
๔. เนื้อหา
อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกตั๋วแลกเงินเพื่อกู้ยืมเงินประเภทระบุชื่อผู้รับเงินได้เป็นการทั่วไป
โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้
ทั้งนี้ ตั๋วแลกเงินที่มีการจ่ายผลตอบแทนที่อ้างอิงกับตัวแปร
หรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง ไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศฉบับนี้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง
หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ
๔.๑ ตั๋วแลกเงินสกุลเงินบาท
อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกตั๋วแลกเงินเป็นสกุลเงินบาท
เพื่อกู้ยืมเงินจากบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยได้เป็นการทั่วไป
๔.๒ ตั๋วแลกเงินสกุลเงินตราต่างประเทศ
อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกตั๋วแลกเงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศได้เฉพาะเพื่อกู้ยืมเงินจากบุคคล
ดังต่อไปนี้
(๑) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไทย (Non-resident)
(๒) สถาบันการเงินในประเทศไทยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ
ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. ๒๔๘๕
๔.๓ การออกตั๋วแลกเงินตามข้อ ๔.๑ และ ๔.๒ จะต้องไม่ขัดกับกฎหมาย
ตลอดจนกฎเกณฑ์ที่ออกตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย
๔.๔ ธนาคารพาณิชย์ต้องมีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงและการแก้ไขข้อความบนตั๋วแลกเงิน
ทั้งนี้ ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารพาณิชย์ออกต้องเป็นไปตามแบบมาตรฐาน ดังนี้
(๑) ใช้กระดาษสำหรับพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่า (Security
Paper) เช่น กระดาษตามมาตรฐาน London Clearing Banks
Paper Specification No.1 พร้อมทั้ง มีลายน้ำ (Watermark) ฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ
(๒) มีรายการตามที่กำหนดในมาตรา ๙๐๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(๓) มีหมายเลขอ้างอิงของตั๋วแลกเงินที่จัดพิมพ์จากโรงพิมพ์
ซึ่งเป็นหมายเลขที่เรียงลำดับติดต่อกันและต่อเนื่องจากหมายเลขในแบบพิมพ์ลักษณะเดียวกันที่ธนาคารพาณิชย์นั้นสั่งพิมพ์ในครั้งก่อน
(๔) มีข้อกำหนดในตั๋วแลกเงินว่า ไม่จำต้องมีคำคัดค้าน
หรือสำนวนอื่นในทำนองเดียวกัน
๔.๕ ธนาคารพาณิชย์ต้องมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมในกระบวนการต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการออกตั๋วแลกเงิน โดยให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติ ดังนี้
(๑) การออกตั๋วแลกเงิน
(๑.๑) ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางราชการที่แสดงชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อตั๋วแลกเงิน
รวมทั้ง จัดให้มีสำเนาเอกสารหลักฐานดังกล่าว
(๑.๒) การออกตั๋วแลกเงิน ให้เป็นไปตามลำดับของหมายเลขตั๋วแลกเงินที่โรงพิมพ์ได้จัดพิมพ์ไว้ล่วงหน้า
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์อาจพิมพ์เลขที่หรือรหัสอื่นเพิ่มเติมต่างหากจากหมายเลขตั๋วแลกเงินเพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงก็ได้
และหากมีการยกเลิกตั๋วแลกเงินฉบับใดต้องประทับตรา ยกเลิก
หน้าตั๋วแลกเงินนั้น และให้จัดเก็บไว้เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและตรวจสอบต่อไป
(๑.๓) จัดทำทะเบียนควบคุมการออกตั๋วแลกเงิน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยเกี่ยวกับ
วันที่ออก เลขที่อ้างอิงตั๋วแลกเงิน ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อตั๋วแลกเงิน ชื่อผู้รับเงินตามตั๋วแลกเงิน
สกุลเงิน จำนวนเงินที่ตราไว้ วันครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลด และ ชื่อและที่อยู่ของผู้รับเงินจากการไถ่ถอนตั๋วแลกเงิน
(๑.๔) จัดให้มีบัญชีคุมยอดคงเหลือของตั๋วแลกเงินที่เป็นปัจจุบัน
(๒) การเก็บรักษาแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงิน (Blank
Form)
(๒.๑) ให้เก็บรักษาแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงินไว้ในห้องนิรภัยหรือตู้นิรภัยภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบที่จัดไว้โดยเฉพาะ
รวมทั้ง กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเบิกแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงินให้ชัดเจน และในการเบิกแบบพิมพ์ทุกครั้ง
ต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดังกล่าวลงนามไว้เป็นหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษาแบบพิมพ์
(๒.๒) ให้ธนาคารพาณิชย์มีระบบปฏิบัติการและการควบคุมภายในที่เหมาะสมในเรื่องการเก็บรักษาแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงิน
และการจัดทำทะเบียนควบคุมแบบพิมพ์ให้เป็นปัจจุบัน
โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับวันที่และจำนวนแบบพิมพ์ที่ได้รับจากโรงพิมพ์ วันที่และจำนวนที่เบิกใช้และยอดคงเหลือ
(๒.๓) ให้ตรวจนับยอดคงเหลือของแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงิน
พร้อมทั้งตรวจเทียบกับทะเบียนควบคุมแบบพิมพ์อย่างน้อยเดือนละครั้ง
(๓) การเปิดเผยข้อมูล
(๓.๑) ให้ธนาคารพาณิชย์ประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่ธนาคารพาณิชย์จะจ่ายสำหรับตั๋วแลกเงินแต่ละประเภทตามอายุตั๋วแลกเงิน
วงเงิน และประเภทลูกค้า รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการออกตั๋วแลกเงิน
และเงื่อนไขต่างๆ (ถ้ามี) ไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานทุกแห่ง ภายในวันเดียวกับที่ธนาคารพาณิชย์ออกประกาศ
หรือเปลี่ยนแปลงประกาศ โดยให้ใช้บังคับกับสำนักงานใหญ่และสาขาธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง
สาขาของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งอาจกำหนดวงเงินในการออกตั๋วแลกเงินที่แตกต่างกัน
เพื่อการจ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดในอัตราเดียวกันกับที่สำนักงานใหญ่ประกาศสำหรับลูกค้าประเภทเดียวกัน
(ถ้ามี) โดยให้สาขาธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งเป็นผู้ประกาศเอง
(๓.๒) ธนาคารพาณิชย์สามารถประกาศอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่จะจ่ายสำหรับลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขตามที่ธนาคารพาณิชย์กำหนด
ซึ่งเพิ่มขึ้นจากอัตราที่ประกาศไว้ตาม (๓.๑) อีกได้ไม่เกินร้อยละ ๐.๕ สำหรับอายุตั๋วแลกเงิน
วงเงิน และลูกค้าประเภทเดียวกัน
(๓.๓) เผยแพร่ประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดตามข้อ
(๓.๑) ไว้ในเว็บไซต์ (Website) ของธนาคารพาณิชย์ก่อนวันที่อัตราที่ประกาศมีผลใช้บังคับ
และต้องเผยแพร่ข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย ๓ ปี เพื่อให้ลูกค้าเรียกดูข้อมูลได้
(๓.๔) ธนาคารพาณิชย์ต้องชี้แจงต่อลูกค้าเกี่ยวกับลักษณะธุรกรรมของตั๋วแลกเงินและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
เช่น วิธีการโอนตั๋วแลกเงิน ความเสี่ยงกรณีลูกค้าทำตั๋วแลกเงินสูญหาย และความเสี่ยงกรณีอื่นที่อาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับเงินต้นหรือดอกเบี้ยครบตามจำนวน
เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินความเสี่ยงในการซื้อตั๋วแลกเงินได้ รวมทั้ง ธนาคารพาณิชย์ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าว่า
ผู้ถือตั๋วแลกเงินนั้นมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของธนาคารพาณิชย์และตั๋วแลกเงินดังกล่าวไม่ได้รับการประกันเงินต้นและดอกเบี้ยจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(๓.๕) ธนาคารพาณิชย์ต้องชี้แจงเงื่อนไขและวิธีการคำนวณและการจ่ายชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนของตั๋วแลกเงิน
รวมถึง การคิดค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมในกรณีที่ลูกค้าต้องการไถ่ถอนตั๋วแลกเงินก่อนครบกำหนดสัญญา
(ถ้ามี) ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนการซื้อตั๋วแลกเงิน
(๓.๖) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีหลักฐานแสดงว่า
ลูกค้าผู้ซื้อตั๋วแลกเงินมีความเข้าใจข้อมูลตามข้อ (๓.๔) และ (๓.๕) เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้
(๓.๗) หลักเกณฑ์ตามข้อ (๓.๔) (๓.๖)
ข้างต้นไม่ใช้บังคับกับตั๋วแลกเงินที่ธนาคารพาณิชย์ออก
เพื่อกู้ยืมเงินจากผู้ลงทุนสถาบันที่กำหนดท้ายประกาศนี้และมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่น
(๓.๘) ธนาคารพาณิชย์ต้องยืนยันความถูกต้องและแท้จริงของตั๋วแลกเงินที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออกเมื่อได้รับการร้องขอ
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์อาจกำหนดวิธีการและระยะเวลาในการยืนยันความถูกต้องตั๋วแลกเงินได้
โดยต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า
(๔) การจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงิน
(๔.๑) การจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินเมื่อครบกำหนด หรือการจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินที่ลูกค้าไถ่ถอนก่อนกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ประทับตรา
จ่ายแล้ว หน้าตั๋วแลกเงินดังกล่าว รวมทั้งบันทึกชื่อและที่อยู่ของผู้รับเงินจากการไถ่ถอนตั๋วแลกเงินที่ปรากฏตามหลักฐานทางราชการไว้หน้าตั๋วแลกเงินนั้น
(๔.๒) ในกรณีที่วันครบกำหนดชำระเงินตามตั๋วแลกเงินตรงกับวันหยุดทำการของธนาคารพาณิชย์
ให้ถือเอาวันทำการวันแรกต่อจากวันหยุดทำการนั้นเป็นวันครบกำหนดชำระเงิน ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์คิดดอกเบี้ยให้สำหรับวันหยุดทำการนั้นด้วย
ตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้ในตั๋วแลกเงิน หรือไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่จ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ตามที่ธนาคารพาณิชย์ประกาศกำหนด
แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า
๔.๖ ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกตั๋วแลกเงินต้องเสนอบริการดูแลและเก็บรักษาตั๋วแลกเงินให้กับลูกค้า
โดยแยกหน่วยงานที่ดูแลและเก็บรักษาตั๋วแลกเงินดังกล่าวต่างหากจากหน่วยงานที่ออกตั๋วแลกเงินหรือหน่วยงานที่ทำการซื้อขายตั๋วแลกเงินโดยเด็ดขาด
โดยธนาคารพาณิชย์อาจทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนการโอนเปลี่ยนมือตั๋วแลกเงินซึ่งตนเองออกได้
๔.๗ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชี
กฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
๔.๘ การจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน
(๑) ธนาคารพาณิชย์ที่ออกตั๋วแลกเงินต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรม
ได้แก่ เลขที่อ้างอิงตั๋วแลกเงิน สาขาที่ออก วันที่ออก วันครบกำหนด ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อตั๋วแลกเงิน
ชื่อผู้รับเงินตามตั๋วแลกเงิน สกุลเงิน จำนวนเงินที่ตราไว้ วันครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลด
รวมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้รับเงินจากการไถ่ถอนตั๋วแลกเงิน เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ
หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
(๒) ให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมการออกตั๋วแลกเงินเป็นเงินกู้ยืมในแบบรายงานทุกรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
และตามแบบรายงานที่แนบท้ายประกาศนี้
รวมถึงแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป
๕[๑].
วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร
เทวกุล
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
เอกสารแนบประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกตั๋วแลกเงินเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน ลงวันที่ 17
สิงหาคม 2549
๒.
วิธีปฏิบัติในการส่งรายงาน และคำอธิบายรายงาน
๓.
รายงานยอดคงค้างตั๋วแลกเงิน (รายเดือน)
๔.
รายงานการไถ่ถอนตั๋วแลกเงินสกุลเงินบาทที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป
(รายเดือน)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
นันทนา/ผู้จัดทำ
๘ กันยายน ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๙๒ ง/หน้า ๒๕/๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๙