法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของกองทุน พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ระเบียบกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของกองทุน

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การบริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตาม และตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ ประกอบกับข้อ ๔ ของประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ และมติคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๐ จึงออกระเบียบไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของกองทุน พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“บริการข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า การให้ตรวจดู ศึกษาค้นคว้า ขอรับ หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบบริการข้อมูลข่าวสาร ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“คณะกรรมการกองทุน” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“สำนักงานกองทุน” หมายความว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารงานภายในสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และส่วนงานอื่นใดที่ระเบียบหรือข้อบังคับกำหนดให้เป็นส่วนงานภายในของกองทุน

“ฝ่ายสื่อสารองค์กร” หมายความว่า ส่วนงานหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารงานภายในสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้จัดการรักษาการตามระเบียบนี้

คณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ” ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการอีกไม่เกินเจ็ดคนซึ่งผู้จัดการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารข้อมูลข่าวสาร หรือผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร และอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน โดยให้ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรเป็นเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี

ในกรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังมิได้แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้มีการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน โดยให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าคณะกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ผู้จัดการให้พ้นจากตำแหน่งเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์หรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร การจัดประเภท การจัดระบบ การขอ การอนุญาต และการบริการข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๒) พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารที่อาจไม่ต้องเปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่มีการกำหนดชั้นความลับไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

(๓) พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารที่ควรเก็บไว้ที่สำนักงานกองทุน หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๔) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์หรือมาตรการเกี่ยวกับการเชื่อมโยงหรือการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลของกองทุน

(๕) พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

(๖) เรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถามหรือให้ชี้แจงแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารหรือให้จัดส่งข้อมูลข่าวสาร

(๗) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการกองทุนมอบหมาย

(๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือตามที่ผู้จัดการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในการประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้นำความในข้อ ๑๐ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะทำงานที่แต่งตั้งตามข้อ ๙ (๗) โดยอนุโลม

การจัดประเภทข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ประเภทของข้อมูลข่าวสาร แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท ได้แก่

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

(๓) ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้เมื่อร้องขอ

(๔) ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เปิดเผย

ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดรายละเอียดของข้อมูลข่าวสารแต่ละประเภทตามวรรคหนึ่ง โดยให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ให้หัวหน้าส่วนงานจัดส่งประเภทข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง (๒) ไปยังฝ่ายสื่อสารองค์กร เพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลข่าวสารนั้นไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ใดมีความประสงค์ขอใช้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้แสดงความจำนงโดยการยื่นคำขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

เมื่อมีผู้ยื่นคำขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ตรวจสอบคำขอและความถูกต้องของเอกสารว่ามีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศกำหนดให้ต้องยื่นมาพร้อมกับคำขอนั้น หากคำขอไม่ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์แนะนำให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง และหากมีเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในเวลาไม่เกินห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ที่รับคำขอและระบุรายการเอกสาร ที่ไม่ถูกต้องหรือยังไม่ครบถ้วนให้ผู้ยื่นคำขอทราบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารให้ครบถ้วน และบันทึกเหตุผลการแจ้งดังกล่าวไว้ในคำขอนั้น

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในเวลาที่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กำหนดหรือภายในเวลาที่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อนุญาตให้ขยายเวลาออกไป ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดำเนินการตามคำขอนั้น ในกรณีเช่นนี้ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คืนคำขอพร้อมด้วยเอกสารให้ผู้ยื่นคำขอ

เมื่อผู้ยื่นคำขอได้แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่ได้ระบุในการแจ้งตามวรรคสองแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์จะปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำขอเพราะเหตุยังขาดเอกสารอีกมิได้ เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ และได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องและมีเอกสารครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ตรวจสอบว่าข้อมูลข่าวสารตามคำขอเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๒ (๑) และ (๒) ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เป็นผู้พิจารณาอนุญาตโดยไม่ชักช้าแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน เว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นอื่นใด ให้เสนอผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่ง เพื่อพิจารณาขยายเวลาออกไปครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน และแจ้งเหตุผลนั้นให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า

(๒) ข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๒ (๓) ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ประสานไปยังหัวหน้าส่วนงานที่รับผิดชอบเพื่อให้หัวหน้าส่วนงานนั้นเป็นผู้พิจารณาอนุญาตโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน เว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นอื่นใด ให้เสนอผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่งเพื่อพิจารณาขยายเวลาออกไปครั้งละไม่เกินสามสิบวัน และแจ้งเหตุผลนั้นให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า

ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าข้อมูลข่าวสารใดจะเปิดเผยได้หรือไม่ ให้เสนอคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อผู้มีอำนาจตามข้อ ๑๔ พิจารณาอนุญาตตามคำขอแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอสามารถรับบริการข้อมูลข่าวสาร ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

ในกรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๒ (๓) เมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตแล้ว ให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอสามารถเข้าใช้บริการข้อมูลข่าวสารนั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีผู้มีอำนาจตามข้อ ๑๔ เห็นว่าข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๒ (๔) ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เสนอผลการพิจารณาพร้อมเหตุผลต่อผู้จัดการ เพื่อพิจารณาแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นต้องระบุด้วยว่าที่เปิดเผยไม่ได้เพราะเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้น ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลหรือข้อมูลข่าวสารใด ซึ่งมีกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ การขอข้อมูลข่าวสาร และการอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การคุ้มครองข้อมูลข่าวสารนอกจากจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการแล้ว ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งของสำนักงานกองทุนที่เกี่ยวข้อง โดยเคร่งครัดด้วย

ในกรณีข้อมูลข่าวสารที่ยื่นคำขอเป็นข้อมูลข่าวสารลับ การอนุญาตและการเปิดเผยให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ฝ่ายสื่อสารองค์กรมีหน้าที่รับผิดชอบจัดสถานที่ตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารและประสานงานกับส่วนงาน โดยจัดระบบข้อมูลข่าวสารและจัดบริการข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ศึกษาค้นคว้า ตลอดจนเผยแพร่และจัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น

การบริการข้อมูลข่าวสารนอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การบริการส่งข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยทางโทรสารหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ให้ดำเนินการได้เฉพาะกรณีเร่งด่วน โดยให้คำนึงถึงความสิ้นเปลือง เช่น จำนวนข้อมูลข่าวสาร ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการส่ง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตั้งอยู่เลขที่ ๙๙/๘ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๒๐ โทรศัพท์ ๐-๒๓๔๓-๑๕๐๐ หรือ www.thaihealth.or.th

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย

รองนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

พิมพ์มาดา/ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๓๗ ง/หน้า ๘/๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของกองทุน พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1cc50613668a4afe

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com