法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี พ.ศ. ๒๕๔๖

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
57
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการยึด

อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี

พ.ศ.

๒๕๔๖

โดยที่มาตรา ๔๔

แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่

๕) พ.ศ. ๒๕๔๓

และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘

ได้กำหนดให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการดำเนินการยึด

อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีได้

โดยให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม

จึงสมควรกำหนดระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการยึด

อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๒๘ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี พ.ศ.

๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

ประกาศหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้เสนอปลัดกรุงเทพมหานครวินิจฉัยสั่งการ

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ภาษี” หมายความว่า

ภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บเป็นรายได้ของกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

“ภาษีค้าง” หมายความว่า

ภาษีที่ต้องชำระตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อถึงกำหนดชำระแล้วผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ชำระ

และให้รวมถึงเงินเพิ่มด้วย

“ผู้ค้างภาษี” หมายความว่า

ผู้ต้องรับผิดชอบชำระภาษีค้าง

“การบังคับภาษีค้าง”

หมายความว่า กระบวนการบังคับเรียกเก็บภาษีค้างในชั้นยึด

อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน

“เจ้าพนักงานบังคับภาษี”

หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการบังคับภาษีค้าง

“ยึด” หมายความว่า

การกระทำใดๆ ต่อทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี

เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าพนักงานบังคับภาษี

“อายัด” หมายความว่า

การสั่งให้ผู้ค้างภาษีและหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่ายจ่ายโอน หรือกระทำนิติกรรมใดๆ

เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้

รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สิน

หรือชำระหนี้แก่ผู้ค้างภาษีและหรือให้ส่งมอบ หรือชำระหนี้ต่อกรุงเทพมหานคร

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การส่งหนังสือ เช่น หนังสือเตือน

คำสั่งหรือประกาศตามระเบียบนี้ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

๖.๑

ให้ส่งในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการ

๖.๒ ให้ส่ง

ณ ภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำการของผู้รับหรือให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ถ้าไม่พบผู้รับ ณ

ภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำการของผู้รับให้ส่งแก่ผู้ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ณ ภูมิลำเนา

หรืออยู่ในบ้านหรือสถานที่ทำการของผู้นั้น

ถ้าไม่สามารถจะส่งตามวิธีดังกล่าวได้

ให้ปิดไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำการของผู้นั้น หรือลงประกาศแจ้งความในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อย

๒ ฉบับ หรือโฆษณาด้วยวิธีอื่น

เมื่อได้ปฏิบัติการตามวิธีดังกล่าว

และเวลาได้ล่วงพ้นไปไม่น้อยกว่า ๗ วัน

นับแต่วันที่ปฏิบัติการให้ถือว่าผู้รับได้รับหนังสือนั้นแล้ว

หมวด

การยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี

ส่วนที่

วิธีการเร่งรัดภาษีค้าง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เมื่อถึงกำหนดเวลาที่อาจใช้สิทธิยึดทรัพย์สินได้ตามกฎหมาย

หากผู้ค้างภาษียังไม่นำเงินภาษีค้างมาชำระ

ให้พนักงานเก็บภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือเจ้าพนักงานประเมินตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่

แล้วแต่กรณี ออกหนังสือเตือนตามแบบ ภ.กทม.๑ โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องให้เวลาผู้ค้างภาษีนำเงินมาชำระภายใน ๓๐ วัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเตือน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๗ แล้วปรากฏว่า

๘.๑

ผู้ค้างภาษีมาพบตามกำหนดเวลา

และมีความประสงค์จะขอชำระภาษีค้างเป็นงวดรายเดือนให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือคำสั่งที่กรุงเทพมหานครกำหนด

๘.๒

ผู้ค้างภาษีขอชำระภาษีค้างแต่เพียงบางส่วน

ให้รับชำระภาษีนั้นไว้ก่อนแล้วบันทึกถ้อยคำและรายการทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนที่เหลือให้ปฏิบัติตาม ๘.๑

๘.๓

ผู้ค้างภาษีไม่มาพบตามวันและเวลาที่กำหนดไว้

หรือมาพบแต่ไม่ยินยอมชำระหรือผิดนัดไม่ชำระภายในกำหนดเวลาตาม ๘.๑

หรือ ๘.๒ ให้บันทึกเหตุผลไว้เป็นหลักฐานแล้ว

ให้ผู้อำนวยการเขตหรือผู้อำนวยการกองรายได้ออกหนังสือเตือนครั้งสุดท้ายตามแบบ ภ.กทม.๒

ขึ้นโดยเร็ว ให้ผู้ค้างภาษีนำเงินมาชำระ โดยกำหนดให้นำเงินมาชำระภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันได้รับหนังสือเตือนครั้งสุดท้าย

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว

หากผู้ค้างภาษียังไม่ได้ชำระเงินตามกำหนดให้ผู้อำนวยการเขตหรือผู้อำนวยการกองรายได้

แล้วแต่กรณี กำหนดตัวผู้รับผิดชอบออกไปทำการสืบสวนหาทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี และเมื่อทำการสืบสวนหาทรัพย์สินแล้วให้ประมาณราคาทรัพย์สินนั้นตามข้อ

๒๙ หรือข้อ ๓๐ พร้อมทั้งทำรายงานการสืบสวนหาทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีตามแบบ ภ.กทม.๓

เสนอผู้อำนวยการเขตหรือผู้อำนวยการกองรายได้ แล้วแต่กรณี

ให้ผู้อำนวยการเขตหรือผู้อำนวยการกองรายได้

แล้วแต่กรณี เร่งรัดให้มีการสืบสวนหาทรัพย์สินโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อทำการสืบสวนหาทรัพย์สินตามข้อ ๘

วรรคสองแล้ว ให้ผู้อำนวยการเขตหรือผู้อำนวยการกองรายได้ แล้วแต่กรณี

รายงานพร้อมเอกสารหลักฐานในการเร่งรัดภาษีค้าง

รายงานการสืบสวนหาทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี ตามแบบ ภ.กทม.๓

พร้อมเสนอคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับภาษี ตามแบบ ภ.กทม.๔

คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ตามแบบ ภ.กทม.๕

ประกาศยึดทรัพย์สิน ตามแบบ ภ.กทม.๖

หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน ตามแบบ ภ.กทม.๗

แล้วแต่กรณี เพื่อให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนาม

ส่วนที่

วิธีดำเนินการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ก่อนไปทำการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีผู้ไปยึดทรัพย์สินตรวจสอบและทำความเข้าใจให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์สินอะไรบ้าง

ของใคร และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เจ้าพนักงานบังคับภาษีผู้ไปทำการยึดทรัพย์สิน ต้องนำสำเนาคำสั่งยึดทรัพย์สินและคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับภาษีกับเครื่องมือสำหรับทำการยึดทรัพย์สิน

เช่น ครั่ง และตราตีครั่งไปด้วยพร้อมทั้งประกาศยึดทรัพย์สิน ตามแบบ ภ.กทม.๖

เพื่อติดไว้ ณ สถานที่ยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ก่อนดำเนินการยึดทรัพย์สิน เจ้าพนักงานบังคับภาษีต้องแสดงคำสั่งยึดทรัพย์สินและคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับภาษีต่อผู้ค้างภาษีหรือบุคคลที่ระบุไว้ใน

คำสั่งยึดทรัพย์สิน ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าว

ให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เจ้าพนักงานบังคับภาษีต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันการงานปกติ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการดำเนินการยึดทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานบังคับภาษีมีอำนาจเท่าที่มีความจำเป็นเพื่อที่จะเข้าไปในสถานที่ใดๆ

อันเป็นของผู้ค้างภาษีหรือที่ผู้ค้างภาษีได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้านที่อยู่

คลังสินค้า โรงงานและร้านค้าขาย เป็นต้น

ทั้งมีอำนาจที่จะยึดและตรวจสมุดบัญชีหรือแผ่นกระดาษ และกระทำการใดๆ

ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่หรือบ้านที่อยู่หรือโรงเรือนดังกล่าว

รวมทั้งตู้นิรภัยหรือที่เก็บของอื่นๆ แล้วรายงานให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการยึดทรัพย์สินรายใด ถ้ามีผู้ขัดขวาง

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีชี้แจงว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีก

เจ้าพนักงานบังคับภาษีชอบที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจ

เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินจนได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีแต่เพียงประมาณราคาที่ควรจะขายทอดตลาดได้พอชำระหนี้ตามคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน

พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดและการขายทอดตลาดซึ่งทรัพย์สินนั้น

แต่ถ้าผู้ค้างภาษีมีทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนเงินภาษีค้าง

และมิอาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา เช่น ทำให้เปลี่ยนสภาพและราคาตกต่ำ

เป็นต้น ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้พอคุ้มจำนวนภาษีค้างไม่ปรากฏด้วยแล้ว

ก็ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีการยึดทรัพย์สิน

ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน โรงเรือน

สิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างอยู่บนที่ดินหรือทรัพย์ที่มีทะเบียน เจ้าพนักงานบังคับภาษีต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสำเนาของโฉนดที่ดินหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหรือทะเบียนของทรัพย์สินนั้น

เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของทรัพย์สินที่จะยึดและราคาประมาณของทรัพย์สินนั้น

๑๗.๑

กรณีการยึดที่ดิน

หากควรเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้วให้จดชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียงเท่าที่ทราบกำกับไว้ในแผนที่จำลอง

และแสดงให้เห็นสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินที่ยึดและแสดงด้วยว่าอยู่ใกล้ไกลจากสถานที่ราชการหรือที่ชุมชน

หรือทางบก ทางน้ำ ประมาณระยะเท่าใด

๑๗.๒

กรณีการยึดเรือน โรง

หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีจดขนาดกว้างยาวและบรรยายสภาพแห่งสิ่งนั้นๆ

ว่าพื้น ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนใช้วัสดุชนิดใด หลังคาอะไร มีกี่ชั้น

กี่ห้องและเก่าใหม่อย่างใด เลขทะเบียนเท่าไร ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่า ค่าเช่าเท่าใด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ย่อมครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินและอุปกรณ์แห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย

เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในการยึดที่ดินของผู้ค้างภาษีถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุก

หรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปี

เป็นของผู้อื่นปลูกอยู่ ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีบันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้นๆ

ให้ปรากฎว่าได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินให้อยู่ในที่ดินนั้นหรือไม่และอาศัยสิทธิอะไร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีจดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วยภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร

พ.ศ. ๒๔๗๕

การยึดที่ไร่นาซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาล

จะยึดแต่ที่ดินไม่ยึดไม้ล้มลุกหรือธัญชาติ

หรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ถ้าอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่ผู้ค้างภาษีจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของผู้ค้างภาษี

เมื่อเจ้าพนักงานบังคับภาษีเห็นสมควรจัดการเก็บเกี่ยวเอง

ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ค้างภาษีทราบเสียก่อนในขณะทำการยึด แล้วจึงทำการเก็บเกี่ยวดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการยึดทรัพย์สินนั้น

ให้ยึดเฉพาะส่วนของผู้ค้างภาษี แต่ถ้ามีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย

และไม่ปรากฏว่าส่วนใดเป็นของผู้ค้างภาษีให้ยึดมาทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

เมื่อยึดทรัพย์สินมาแล้วปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดนั้นมีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทะเบียน

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีรีบแจ้งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการถอนยึดทรัพย์สินนั้น

ตามควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เจ้าพนักงานบังคับภาษีต้องแสดงให้เห็นโดยประจักษ์แจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว

เช่น

๒๔.๑

สิ่งของให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน

ถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้

ก็ให้รวมไว้แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

๒๔.๒ ห้องแถว

ตึกแถวหรือสิ่งปลูกสร้าง ให้ปิดเครื่องหมายไว้ทุกห้อง

๒๔.๓

สัตว์พาหนะและปศุสัตว์

จะใช้สีทาที่ขาด้านในตัวหรือที่ตัวหรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอหรือจะต้อนเข้าคอกและผูกเชือกประทับตราครั่งที่ประตูคอกก็ได้

แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ห้ามยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี ดังต่อไปนี้

๒๕.๑

เครื่องนุ่งห่มหลับนอนหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกิน

๕,๐๐๐ บาท

ในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่ราคาเกิน

๕,๐๐๐ บาท

ให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับภาษีค้าง ทั้งนี้

โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของผู้ค้างภาษี

๒๕.๒

เครื่องมือหรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกิน

๑๐,๐๐๐ บาท

แต่ถ้าผู้ค้างภาษียื่นคำร้องขอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตยึดหน่วงและใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อดำเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าวแล้ว

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นสมควร

๒๕.๓ วัตถุ

เครื่องใช้และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของผู้ค้างภาษี

๒๕.๔

ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันมิได้ตามกฎหมาย

หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

๒๕.๕

ทรัพย์สินของกสิกรตามมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร พ.ศ.

๒๔๗๕ ดังได้แก่ พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามสมควร

พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัวและครอบครัวตามฐานานุรูปสำหรับหนึ่งปี

สัตว์และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอแก่การดำเนินอาชีพต่อไป

ทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้

เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมายหรือสมุดบัญชีต่างๆ

นั้น อาจยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์แห่งการบังคับภาษีได้ถ้าจำเป็น

แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด

ประโยชน์แห่งข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในข้อนี้

ให้ขยายไปถึงทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งอันเป็นของภรรยาหรือของบุตรผู้เยาว์ของผู้ค้างภาษี

ซึ่งทรัพย์สินเช่นว่านี้ตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีหรือเป็นทรัพย์สินที่อาจบังคับเอาชำระหนี้ภาษีค้างได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด เช่น

ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพและราคาประมาณแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น ตามลำดับหมายเลขไว้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การจดบัญชีทรัพย์สิน

ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย

จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เมื่อได้กระทำการยึดทรัพย์สินเสร็จแล้ว

ต้องปิดประกาศยึดทรัพย์สินไว้ ณ สถานที่ยึดโดยเปิดเผย

ส่วนที่

การแจ้งและประมาณราคาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การประมาณราคาที่ดินพึงพิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ประกอบกัน คือ

๒๙.๑

ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่นั้นว่าเป็นที่อะไร

เช่น ที่ปลูกตึกแถว เรือนแถว ให้เช่า หรือที่บ้าน ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น

และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างไร เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย ที่ชุมนุมชน หรือใกล้ทางบก

ทางน้ำ ท่าเรือ หรือมีประโยชน์รายได้มากน้อยเพียงใดเหล่านี้ เป็นต้น

๒๙.๒

ราคาที่ดินท้องที่นั้นหรือท้องที่ใกล้เคียง

ซึ่งเคยมีการขายทอดตลาดไปแล้ว

๒๙.๓

ราคาซื้อขายหรือจำนองหรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึดและที่ดินข้างเคียง

๒๙.๔

ราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การประมาณราคาทรัพย์สินนอกจากที่ดินให้ประมาณตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้นๆ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑. การประมาณราคาทรัพย์สินที่มีการจำนองหรือจำนำ

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๒๙ และข้อ ๓๐ แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่า จำนอง

หรือจำนำเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด รวมดอกเบี้ยเท่าใด

เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การยึดที่ดินมีโฉนดและที่ดินที่ยังไม่มีโฉนด

ตราจอง หรือใบไต่สวนตามประมวลกฎหมายที่ดิน

หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นอันอยู่ในที่ดินให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีรีบแจ้งการยึดไปยังเจ้าพนักงานที่ดิน

ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การยึดสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินของผู้อื่นที่มีโฉนด

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีแจ้งชื่อเจ้าของที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบเพื่อมิให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้ผู้อื่น

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อได้ยึดเรือกำปั่น

หรือเรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีแจ้งการยึดไปยังกรมเจ้าท่า

กรณียึดสังหาริมทรัพย์อื่นที่มีทะเบียนแสดงกรรมสิทธิ์

เช่น เครื่องจักร ให้แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้น

กรณียึดรถยนต์

รถจักรยานยนต์ ที่มีกฎหมายควบคุมไว้ ให้แจ้งการยึดไปให้นายทะเบียนทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับภาษีประมาณราคายังไม่สมควรก็ให้แก้ไขและให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีแจงให้ผู้ค้างภาษีทราบ

และถ้าหากทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้แจ้งการยึดและราคาประมาณให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมทราบด้วย

ถ้าไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคแรกได้

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ยึด ที่สำนักงานเขต

ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครหรือประกาศแจ้งการยึดทรัพย์สินทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกิน

๗ วัน

ส่วนที่

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

โดยกล่าวอ้างว่าผู้ค้างภาษีไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับภาษีได้ยึดไว้

ก่อนที่ได้เอาทรัพย์สินเช่นว่านี้ออกขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น

เมื่อเจ้าพนักงานบังคับภาษีหรือคณะกรรมการได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้

ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดต่อไปเว้นแต่

๓๖.๑ หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ชักช้า

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

หรือต่อคณะกรรมการในเวลาที่กำหนดตามจำนวนเงินที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายใดๆ

ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้น

ถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

ยกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป

๓๖.๒

ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์

และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุอันควรฟังหรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายทรัพย์สินเช่นว่านี้โดยไม่ชักช้า

ส่วนที่

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ทรัพย์สินที่ยึดไว้แล้วให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานเขตหรือสถานที่อื่นใดที่ผู้อำนวยการสำนักการคลังกำหนด

แต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้ายให้มอบแก่บุคคลที่สมควรดูแลรักษาไว้

ในการที่จะให้ผู้ใดดูแลรักษาทรัพย์สินให้ถือหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

๓๗.๑

ถ้าผู้ค้างภาษียอมรับรักษาทรัพย์สินที่ยึดและเจ้าพนักงานบังคับภาษีเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นไว้ในความอารักขาของผู้ค้างภาษีก็ได้

๓๗.๒

ถ้าผู้ค้างภาษีไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด

เมื่อเจ้าพนักงานบังคับภาษีเห็นสมควรจะมอบไว้ในความอารักขาของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

๓๗.๓

ถ้าไม่สามารถปฏิบัติดังกล่าวใน ๓๗.๑

และ ๓๗.๒

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สินและจ้างคนเฝ้าทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณียึดอัญมณี เครื่องทองรูปพรรณ

หรือของมีค่าอื่นๆ

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีมอบแก่ผู้อำนวยการสำนักการคลังหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในที่อันปลอดภัยตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีจดไว้ในรายงานยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่าได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร

และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน

ค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ให้ผู้รับรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนก็ดี หรือไม่มีค่าตอบแทนก็ดี

หรือผู้ให้เช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินก็ดี

ทำหนังสือสัญญากับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น

เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์

ซึ่งทรัพย์สินที่ถูกยึดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดทุกเรื่อง

หมวด

การอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การอายัดทรัพย์สิน

ให้นำเอาวิธีการยึดทรัพย์สินตามที่กล่าวมาใช้ปฏิบัติโดยอนุโลม

หมวด

การขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ส่วนที่

การขายทอดตลาดทรัพย์สินและคณะกรรมการจัดการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีจัดทำรายงานเสนอให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

เช่น สำเนาคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีภาษี คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน

ประกาศยึดทรัพย์สิน บัญชีทรัพย์สินที่ยึด เป็นต้น

รวมทั้งเสนอความเห็นว่าควรขายทอดตลาดทรัพย์สินไว้ในรายงาน

พร้อมเสนอคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินตามแบบ ภ.กทม.๘ เพื่อให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนาม

หากทรัพย์สินที่ยึดมีสภาพเป็นของสดของเสียได้

เจ้าพนักงานบังคับภาษีมีอำนาจขายทันที โดยวิธีที่เห็นสมควร

แล้วรายงานให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทราบ

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการขายทอดตลาด

ซึ่งอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วยนิติกรของกองรายได้ สำนักการคลัง

และอาจมีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายรายได้

สำนักงานเขตที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย ตามแบบ ภ.กทม.๙

ให้คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดในคณะกรรมการเป็นผู้ทำหน้าที่

ผู้ทอดตลาด

ส่วนที่

วิธีการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว

ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีจัดทำประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สิน

โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขาย เช่น ชื่อเจ้าของทรัพย์สิน วัน เวลา

สถานที่ที่จะขาย ชื่อ ประเภท ลักษณะ จำนวน ขนาด

น้ำหนักและภาระติดพันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นๆ เป็นต้น

ถ้าเป็นที่ดินให้แจ้งเนื้อที่เขตกว้างยาวชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง

สถานที่ตั้งพร้อมทั้งแผนที่พอสังเขป ตามแบบ ภ.กทม.๑๐ เสนอประธานคณะกรรมการเพื่อลงนาม

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เมื่อประธานคณะกรรมการ

ได้ลงนามในประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สินตามแบบ ภ.กทม.๑๐

แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับภาษีจัดส่งประกาศเรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ค้างภาษีและผู้มีส่วนได้เสีย

ทั้งปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่จะขาย

สถานที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ที่ชุมนุมชนและสถานที่ราชการอันสมควรจะปิดได้

ก่อนกำหนดวันขายไม่น้อยกว่า ๗ วัน

อนึ่ง

ถ้าเจ้าพนักงานบังคับภาษีเห็นสมควร จะลงประกาศโฆษณาการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นในหนังสือพิมพ์รายวัน

หรือทางวิทยุกระจายเสียง หรือทางโทรทัศน์ก่อนกำหนดวันขายไม่น้อยกว่า ๗ วันก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การกำหนดวันขายทอดตลาดในประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สินให้ถือเกณฑ์ดังนี้

๔๗.๑ ที่ดิน

หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กำหนดวันขายไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน

นับแต่วันที่ที่ลงประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สิน

๔๗.๒ โรงเรือน

สิ่งปลูกสร้างต่างๆ และทรัพย์สินอื่น กำหนดวันขายไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน แต่ไม่เกิน ๓๐

วัน นับแต่วันที่ที่ลงประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สิน

๔๗.๓

ในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนคณะกรรมการอาจขายทอดตลาดทรัพย์สินได้เมื่อพ้นระยะเวลาอย่างน้อย

๕ วัน นับแต่วันที่ยึดทรัพย์สินเสร็จแล้ว

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ให้คณะกรรมการถือปฏิบัติ ดังนี้

๔๘.๑

ก่อนขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ให้ปักธงเครื่องหมายการขายทอดตลาดของกรุงเทพมหานคร

๔๘.๒

ให้อ่านประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สิน ณ

สถานที่ขายโดยเปิดเผย

๔๘.๓

ให้ทำการขายโดยเปิดเผย

๔๘.๔

คณะกรรมการหรือผู้ทอดตลาด โดยตนเองหรือจะใช้ให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ตนเป็นผู้จัดการขายไม่ได้

๔๘.๕

เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าทรัพย์สินที่ทำการขายทอดตลาดมีมูลค่าสูงมาก

หรือมีผู้ใดจะสู้ราคาโดยไม่สุจริตก็ดี หรือไม่สามารถจะชำระราคาได้ก็ดี

ให้คณะกรรมการจัดให้มีการวางหลักประกันที่เชื่อถือได้ตามที่เห็นสมควร

๔๘.๖

เมื่อประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว

หากมีเหตุอันสมควรอาจเลื่อนหรืองดการขายทอดตลาดทรัพย์สินในครั้งนั้นได้

๔๘.๗

การขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ตามปกติให้ผู้ทอดตลาดแสดงความตกลงขายด้วยวิธีเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด

ถ้ายังไม่ได้แสดงเช่นนั้นผู้สู้ราคาจะถอนคำสู้ราคาก็ได้

๔๘.๘ ตามปกติให้ผู้ทอดตลาดร้องขานจำนวนเงินที่มีผู้สู้ราคาครั้งที่หนึ่งและกล่าวคำว่า

“หนึ่ง” ๓-๔ หน

ถ้าไม่มีผู้สู้ราคาสูงขึ้นให้เปลี่ยนร้องขานจำนวนเงินนั้นเป็นครั้งที่สองและกล่าวคำว่า

“สอง” อีก ๓-๔ หน

เมื่อไม่มีผู้สู้ราคาสูงกว่านั้นและคณะกรรมการเห็นว่าได้ราคาพอสมควรก็ให้ผู้ทอดตลาดกล่าวคำว่า

“สาม” พร้อมกับเคาะไม้

หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด

แต่ถ้าก่อนเคาะไม้หรือแสดงกิริยาดังกล่าวมีผู้สู้ราคาสูงขึ้นไปอีกก็ให้ร้องขานราคานั้นตั้งต้นใหม่ตามลำดับ

๔๘.๙

ถ้าผู้สู้ราคาถอนคำสู้ราคาของตนเสียก่อนที่ผู้ทอดตลาดเคาะไม้

หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดให้ผู้ทอดตลาดตั้งต้นร้องขานราคาใหม่

๔๘.๑๐

ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้คณะกรรมการบันทึกเหตุการณ์การขายทอดตลาดไว้ทุกครั้งโดยมีข้อความอย่างน้อย

ดังนี้

๔๘.๑๐.๑ จำนวนบุคคลซึ่งมาฟังการขายและสู้ราคา

๔๘.๑๐.๒

ในการสู้ราคาทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ให้บันทึกชนิดของทรัพย์สิน

ชื่อและราคาของผู้ให้ราคาสูงสุด รวมทั้งชื่อและราคาของผู้ให้ราคาลำดับรองลงมาอีก ๒

ราคา (ถ้ามี)

ส่วนกรณีการสู้ราคาทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์

ให้บันทึกชนิดของทรัพย์สิน ชื่อและราคาของผู้ให้ราคาสูงสุดเท่านั้น

๔๘.๑๐.๓ คณะกรรมการได้ขายให้หรือไม่

เพราะเหตุใด

๔๘.๑๐.๔ คณะกรรมการและผู้ทอดตลาดต้องลงชื่อ

วัน เดือน ปี กำกับไว้

๔๘.๑๑

ถ้าทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเป็นตู้นิรภัย หีบ

หรือกำปั่นเหล็กให้คณะกรรมการจัดการเปิดเสียก่อนจึงจะขายทอดตลาดได้

๔๘.๑๒

การขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภทซึ่งผู้ยึดถือครอบครองจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายเสียก่อน

เช่น อาวุธปืน เป็นต้น ให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕

ของราคาซื้อและให้ผู้ซื้อจัดการนำใบอนุญาตมาแสดงภายใน ๓๐ วัน

พร้อมทั้งชำระเงินที่ค้างให้ครบถ้วน

ถ้าพ้นกำหนดนี้แล้วผู้ซื้อไม่สามารถนำใบอนุญาตมาแสดงได้

ก็ให้ริบเงินมัดจำนั้นและให้จัดการขายทอดตลาดใหม่ได้

๔๘.๑๓

การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จะต้องมีใบอนุญาตกำกับ

เช่น สุราตั้งแต่ ๑๐ ลิตรขึ้นไป

ให้คณะกรรมการขอความร่วมมือไปยังเจ้าพนักงานสรรพสามิตจัดการออกใบอนุญาตขนสุราให้แก่ผู้ซื้อด้วย

๔๘.๑๔ การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ติดจำนอง

ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจำนองทราบถึง วัน เวลา และสถานที่ที่จะทำการขายทอดตลาด

พร้อมทั้งให้สอบถามผู้รับจำนองถึงรายละเอียดของการจำนอง เช่น ต้นเงิน

ดอกเบี้ยที่ค้างชำระตลอดจนวิธีการขายทอดตลาดว่าจะให้ขายโดยติดจำนองหรือปลอดจำนอง

ถ้าผู้รับจำนองไม่แจ้งให้ทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแล้ว

ก็ให้ขายทรัพย์สินโดยติดจำนอง

ในกรณีที่ได้รับแจ้งจากผู้รับจำนองให้ขายทรัพย์สินโดยปลอดจำนองคณะกรรมการอาจพิจารณา

ให้ขายทรัพย์สินโดยติดจำนองก็ได้เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

การขายทรัพย์สินอย่างติดจำนอง

ให้แสดงรายชื่อผู้รับจำนองพร้อมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยที่ยังค้างชำระจนถึงวันขาย

และข้อความว่าผู้ใดซื้อทรัพย์สินนั้นต้องรับภาระจำนองติดไปด้วย ไว้ในการประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยชัดเจน

การขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง การกำหนดราคาขายให้พิจารณาถึงต้นเงิน ดอกเบี้ยจำนอง ซึ่งยังค้างชำระแก่ผู้รับจำนองจนถึงวันขาย

พร้อมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดและขายทอดตลาด

และเงินภาษีค้าง ถ้าคาดหมายว่าเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไม่อาจปลดเปลื้องหนี้ภาษีได้

หรือหากขายทอดตลาดแล้วเจ้าหนี้จำนองจะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดไปทั้งหมด

ก็ให้งดการขายทอดตลาดและรายงานผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งการเป็นรายๆ

ไป

การขอรับชำระหนี้ของผู้รับจำนอง

ให้ถือหนังสือตอบรับของผู้รับจำนองตามวรรคหนึ่งเป็นคำขอรับชำระหนี้จำนอง

ก่อนจ่ายเงินชำระหนี้จำนองพร้อมดอกเบี้ย

ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อนว่าหนี้จำนองและดอกเบี้ย

เป็นหนี้บุริมสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญหรือไม่

และผู้รับจำนองได้ปลดหนี้จำนองให้แล้วพร้อมทั้งให้ขอใบรับยึดถือไว้เป็นหลักฐานในการชำระหนี้จำนอง

พร้อมดอกเบี้ยด้วยจึงจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจำนองได้

๔๘.๑๕

ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลายสิ่ง ให้ปฏิบัติดังนี้

๔๘.๑๕.๑

การขายทรัพย์สินที่มีหลายสิ่งโดยแยกขายทีละสิ่งต่อเนื่องกัน

คณะกรรมการมีอำนาจ ดังนี้

๔๘.๑๕.๑.๑ จัดสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีราคาเล็กน้อยรวมกันขายเป็นกองๆ

ได้

๔๘.๑๕.๑.๒ จัดสังหาริมทรัพย์

หรืออสังหาริมทรัพย์สองสิ่ง หรือมากกว่านั้นขึ้นไปรวมขายไปด้วยกันได้

เมื่อเป็นที่คาดหมายว่าจะได้ราคาเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น

๔๘.๑๕.๒ ในการขายอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

และอาจแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ ได้ คณะกรรมการมีอำนาจขายทรัพย์สินนั้นเป็นส่วนๆ ได้

เมื่อเป็นที่คาดหมายว่าจะได้ราคาเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น

๔๘.๑๕.๓ ในการขายทรัพย์สินหลายสิ่งด้วยกัน

คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดลำดับที่จะขายทรัพย์สินนั้นได้

๔๘.๑๕.๔ บุคคลที่มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดอาจร้องขอให้คณะกรรมการรวมหรือแยก

หรือให้ขายทรัพย์สินนั้นตามลำดับที่กำหนดไว้

หรือจะร้องคัดค้านการขายของคณะกรรมการใน ๔๘.๑๕.๑

ถึง ๔๘.๑๕.๓ ก็ได้

ในกรณีที่คณะกรรมการไม่ยอมปฏิบัติตามคำร้องขอหรือคำคัดค้านเช่นว่านั้น

ผู้มีส่วนได้เสียจะยื่นคำร้องขอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายโดยทำเป็นคำร้องภายใน ๒ วัน

นับแต่วันปฏิเสธ เพื่อขอให้มีคำสั่งชี้ขาดในเรื่องนั้นก็ได้

๔๘.๑๖

กรณีผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หรือเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดการชำระราคานั้นจะขอหักส่วนได้ของตนออกจากราคาซื้อก็ได้

๔๘.๑๗

การขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ตามปกติเมื่อผู้ทอดตลาดตกลงขายโดยวิธีเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดแล้ว

ผู้ซื้อต้องชำระเงินทันที เว้นแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคาตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐

บาทขึ้นไป คณะกรรมการอาจผ่อนผันให้ผู้ซื้อวางมัดจำไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕

ของราคาซื้อและทำสัญญาใช้เงินที่ค้างชำระภายในเวลาไม่เกิน ๑๕

วันนับแต่วันที่ซื้อนั้นก็ได้

ถ้าผู้ซื้อวางมัดจำไว้แล้วไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนดตามสัญญาให้ริบเงินมัดจำที่ผู้ซื้อวางไว้และถือว่าเงินมัดจำนั้นเป็นเงินส่วนหนึ่งจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีย่อมนำไปชำระค่าธรรมเนียม

ค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด ขายทอดตลาดทรัพย์สิน

และภาษีค้างโดยให้คณะกรรมการเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดใหม่ได้

ในกรณีที่ผู้ทอดตลาดมีเหตุสงสัยว่า

ผู้ใดจะสู้ราคาโดยไม่สุจริตก็ดี หรือไม่สามารถจะชำระราคาได้ก็ดีให้ผู้ทอดตลาดจัดการสอบถามผู้นั้นเสียก่อนจึงเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดก็ได้

๔๘.๑๘

เมื่อการขายทอดตลาดบริบูรณ์โดยผู้ทอดตลาดตกลงขายโดยวิธีเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดแล้ว

ถ้าผู้ซื้อไม่ชำระเงินหรือไม่วางเงินมัดจำตามข้อสัญญา

ให้คณะกรรมการเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดซ้ำอีก และแจ้งให้ผู้ซื้อเดิมทราบกำหนด

วัน เวลา ขายด้วย ได้เงินเท่าใด เมื่อหักค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายแล้วยังไม่คุ้มราคาค่าขายทอดตลาดครั้งก่อนให้จัดการเรียกร้องให้ผู้ซื้อเดิมชำระเงินส่วนที่ยังขาดนั้น

ตลอดจนเสนอคดีต่อศาลหากจำเป็น

๔๘.๑๙

เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าราคาซื้อที่มีผู้สู้ราคาสูงสุดนั้นยังไม่เพียงพออาจถอนทรัพย์สินนั้นจากการขายทอดตลาดได้แล้วดำเนินการประกาศขายใหม่อีก

โดยไม่ต้องขออนุญาตในการขายทอดตลาดอีก

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ สถานที่ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

๔๙.๑ ที่ดิน

ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน โรง และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ซึ่งมิได้ยึด

อายัดไว้รวมกับที่ดินให้ขายทอดตลาด ณ สำนักงานเขตท้องที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่หรือสถานที่อื่นตามที่ประธานคณะกรรมการกำหนด

๔๙.๒

ทรัพย์สินอื่นๆ ให้ขาย ณ

สำนักงานเขตเจ้าของเรื่องที่ทำการยึด หรือสถานที่อื่นที่ประธานคณะกรรมการกำหนด

57 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษี พ.ศ. ๒๕๔๖ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1d7b0b67b0628459

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com