法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ของผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างและวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
31
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงแรงงาน

ระเบียบกระทรวงแรงงาน

ว่าด้วยการได้มา

วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง

ของผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างและวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง

ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าว

พ.ศ. ๒๕๕๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๕ แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๕๑

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการได้มา

วาระการดำรงตำแหน่ง

และการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

และวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าว

พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

“สภาองค์การนายจ้าง” หมายความว่า สภาองค์การนายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“สภาองค์การลูกจ้าง” หมายความว่า

สภาองค์การลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“สมาคมนายจ้าง” หมายความว่า

สมาคมนายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“สหภาพแรงงาน” หมายความว่า

สหภาพแรงงานตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ปลัดกระทรวงแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้

ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

ให้มาจากการเลือกตั้งจากผู้แทนสภาองค์การนายจ้างและผู้แทนสภาองค์การลูกจ้าง

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ ในระเบียบนี้

ให้กรมการจัดหางานแจ้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนที่ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ในการดำเนินการตามวรรคสองอธิบดีมีอำนาจออกประกาศกำหนดเพื่อให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้อธิบดีแจ้งสภาองค์การนายจ้างและสภาองค์การลูกจ้างให้เสนอชื่อผู้ที่จะสมัครเข้ารับการเลือกตั้ง

เพื่อเป็นผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าวต่ออธิบดีได้ไม่เกินแห่งละหนึ่งคนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๖ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑)

มีสัญชาติไทย

(๒)

มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(๓)

เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๔)

เป็นนายจ้างหรือลูกจ้างของสถานประกอบกิจการ

(๕)

เป็นกรรมการของสภาองค์การนายจ้างหรือกรรมการของสภาองค์การลูกจ้างที่เสนอชื่อ

(๖)

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๗)

ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

ให้ผู้เสนอชื่อและผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อรับรองการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง

โดยแสดงหลักฐานต่ออธิบดี

หากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเห็นว่าผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง

แล้วแต่กรณี ให้แจ้งผู้เสนอชื่อและผู้นั้นทราบ

ในกรณีผู้เสนอชื่อหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาตามวรรคสามมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงแรงงานภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้ปลัดกระทรวงแรงงานวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบวันทำการ

คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงแรงงานให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้สมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน แจ้งชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งแห่งละหนึ่งคน

ซึ่งต้องเป็นกรรมการสมาคมนายจ้าง หรือกรรมการสหภาพแรงงานนั้น แล้วแต่กรณี

ต่ออธิบดีภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

ณ สถานที่ทำการเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

บุคคลใดได้รับการแจ้งชื่อเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้งของสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานใดในการเลือกตั้งครั้งใดแล้ว

ไม่มีสิทธิเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้งของสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานอื่นในการเลือกตั้งครั้งนั้นได้อีก

ในกรณีที่อธิบดีมีหนังสือแจ้งว่าผู้ลงคะแนนเลือกตั้งขาดคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง

สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานนั้น

มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงแรงงานภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้ปลัดกระทรวงแรงงานวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบวันทำการ

คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงแรงงานให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อดำเนินการตามข้อ ๗ เสร็จแล้ว

ให้อธิบดีประกาศรายชื่อและหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง วัน

เวลาเปิดและปิดการลงคะแนนเลือกตั้งและสถานที่ทำการเลือกตั้งผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างเพื่อเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าว

ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด และสถานที่ทำการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้อธิบดีเตรียมการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำบัญชีรายชื่อ หมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งที่จะใช้ในการลงคะแนน

และบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

(๒)

จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ดังนี้

(ก)

บัตรเลือกตั้ง

(ข)

หีบบัตรเลือกตั้ง

(ค)

เครื่องเขียน

(ง)

กระดานดำ กระดาษ

หรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันเพื่อใช้ในการนับคะแนนเลือกตั้ง

บัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้อธิบดีแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจคะแนนประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างน้อยสี่คนประกอบด้วย

ประธานกรรมการ

และกรรมการตรวจคะแนนหนึ่งคนจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

และกรรมการตรวจคะแนนอื่นจากผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

คณะกรรมการตรวจคะแนนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดระเบียบและควบคุมดูแลให้ความสะดวกแก่ผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

รวมทั้งต้องมิให้ผู้ใดเข้าไปในที่เลือกตั้ง

เว้นแต่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือผู้ที่จะเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง

(๒)

ตรวจสอบหลักฐานการแสดงตนของผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

บันทึกชื่อและหมายเหตุลงในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

(๓)

ส่งบัตรเลือกตั้งให้กับผู้ลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

(๔)

จัดระเบียบในการเข้าไปลงคะแนนเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๕)

ตรวจนับและรวมคะแนนเลือกตั้ง

(๖)

พิจารณาตัดสิทธิลงคะแนนของผู้ลงคะแนนเลือกตั้งที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๕

วรรคสาม ข้อ ๑๙ หรือข้อ ๒๐

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้อธิบดีแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คะแนนจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือกรมการจัดหางาน

เจ้าหน้าที่คะแนนมีหน้าที่ช่วยเหลือกรรมการตรวจคะแนนตามที่ได้รับมอบหมาย

ในการปฏิบัติหน้าที่โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การลงมติวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจคะแนนให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการตรวจคะแนนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน

ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เมื่อถึงเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งให้ประธานกรรมการตรวจคะแนน

เปิดหีบบัตรเลือกตั้งในที่เปิดเผยแสดงให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ ณ

ที่เลือกตั้งนั้นเห็นว่า หีบบัตรเลือกตั้งเป็นหีบเปล่า

แล้วให้ทำการบันทึกการดำเนินการดังกล่าว

โดยให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองคนซึ่งอยู่ในที่เลือกตั้งในขณะนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกด้วย

เว้นแต่ไม่มีผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไปแสดงตนต่อกรรมการตรวจคะแนน

โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้และมีหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร

ให้กรรมการตรวจคะแนนตรวจสอบรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งและจดหมายเลขของบัตรและชื่อหน่วยงานของรัฐที่ออกบัตร

แล้วให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งลงลายมือชื่อ

หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

แล้วให้กรรมการตรวจคะแนนมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้น เพื่อไปลงคะแนนเลือกตั้ง

การจ่ายบัตรเลือกตั้ง

ให้จ่ายตามลำดับบัตรเลือกตั้ง

ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งต้องมาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยตนเอง

จะมอบให้ผู้อื่นมาใช้สิทธิแทนไม่ได้

ในกรณีที่สงสัยว่าผู้ลงคะแนนเลือกตั้งที่มาแสดงตนนั้นไม่ใช่ผู้ที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้นั้นมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่

คำชี้ขาดของคณะกรรมการตรวจคะแนนให้เป็นที่สุด

คณะกรรมการตรวจคะแนนต้องบันทึกคำวินิจฉัยและลงลายมือชื่อไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การลงคะแนนเลือกตั้งให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งให้ตรงกับหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งซึ่งตนต้องการเลือก

และในกรณีที่ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมาย

“ไม่ลงคะแนน” ในบัตรเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งคนหนึ่งลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนได้หนึ่งคน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เมื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งได้รับบัตรเลือกตั้งแล้วให้ไปยังคูหาลงคะแนนที่ว่างคราวละหนึ่งคนเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง

โดยให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้งแล้วพับบัตรเลือกตั้งเพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้ใด

หรือไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง

แล้วให้นำบัตรเลือกตั้งนั้นใส่ลงหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการตรวจคะแนนแล้วออกไปจากหน่วยเลือกตั้ง

ทั้งนี้

ต้องลงคะแนนเลือกตั้งให้เสร็จภายในเวลาอันสมควร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งจะนำเอกสาร หรือกระทำด้วยประการใด ๆ

ซึ่งเป็นการระบุรายชื่อหรือหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งเข้าไป ณ

ที่เลือกตั้งไม่ได้ ทั้งนี้

ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เมื่อปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนนับคะแนนเลือกตั้ง

ณ หน่วยเลือกตั้งนั้นโดยเปิดเผยจนเสร็จ

ห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนนเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนประกาศผลของการนับคะแนนเลือกตั้ง

ณ หน่วยเลือกตั้ง นั้น และให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้ง

โดยเรียงลำดับผู้ซึ่งได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุดเรียงลำดับจนถึงผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งน้อยที่สุด

แล้วมอบให้อธิบดีโดยเร็ว

ในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งเท่ากันในลำดับใด

ให้ประธานกรรมการตรวจคะแนนจับสลากเพื่อเรียงลำดับในลำดับนั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

บัตรเลือกตั้งต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย

(๑)

บัตรที่มิใช่บัตรซึ่งกรรมการตรวจคะแนนมอบให้

(๒)

บัตรที่ทำเครื่องหมายนอกช่องทำเครื่องหมาย

(๓)

บัตรที่มีเครื่องหมายหรือข้อความอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาท

(๔)

บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้ง

(๕)

บัตรที่ทำเครื่องหมายเกินกว่าจำนวนที่กำหนดตามข้อ ๑๘

(๖)

บัตรที่ได้ทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อ

แล้วทำเครื่องหมายในช่อง “ไม่ลงคะแนน” เลือกตั้งด้วย

(๗)

บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้กับผู้ได้รับการเสนอชื่อคนใด

บัตรดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจคะแนนสลักหลังว่า

“เสีย” พร้อมทั้งระบุเหตุผลของการเป็นบัตรเสีย

และลงลายมือชื่อกำกับไว้ไม่น้อยกว่าสามคน

ในการนับคะแนน

หากปรากฏว่ามีบัตรเสีย ให้แยกบัตรเสียออกไว้เป็นส่วนหนึ่งและห้ามมิให้นับบัตรเสียเป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

เมื่อการนับคะแนนเลือกตั้งเสร็จแล้ว

ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเก็บบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนนเลือกตั้งแล้วใส่ซองปิดผนึกโดยลงลายมือชื่อคณะกรรมการตรวจคะแนนกำกับไว้บนซองและแยกเก็บบัตรเสียไว้ต่างหาก

แล้วมอบให้อธิบดีพร้อมกับบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเพื่อส่งมอบให้กรมการจัดหางานต่อไป

เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว

หากไม่มีการคัดค้านการเลือกตั้ง

อธิบดีจะทำลายบัตรเลือกตั้งและเอกสารอื่นได้เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านการเลือกตั้งตามข้อ

๒๔ แล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

หากมีการคัดค้านการเลือกตั้งอธิบดีจะทำลายบัตรเลือกตั้งและเอกสารอื่นได้

เมื่อผลการวินิจฉัยคำคัดค้านเป็นที่ยุติแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เมื่อคณะกรรมการตรวจคะแนนประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว

ถ้าสภาองค์การนายจ้างสภาองค์การลูกจ้าง สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นผู้แทนองค์กรนายจ้างหรือผู้แทนองค์กรลูกจ้างเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายให้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านต่ออธิบดีภายในเจ็ดวันนับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง

เมื่ออธิบดีได้รับคำคัดค้านแล้วให้ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควรโดยไม่ชักช้าคำวินิจฉัยสั่งการของอธิบดีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้กรมการจัดหางานนำรายชื่อผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดตามลำดับตามบัญชีรายชื่อผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างฝ่ายละหนึ่งคนเสนอรัฐมนตรีเพื่อประกาศให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้แทนองค์กรนายจ้าง

และผู้แทนองค์กรลูกจ้างในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าวต่อไป

ผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปตามลำดับทั้งหมด

ให้เป็นผู้แทนสำรอง

บัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งตามวรรคสองมีผลใช้บังคับตามวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

มีวาระการดำรงตำแหน่งสามปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีประกาศตามข้อ ๒๕

ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการเลือกตั้งอีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ในกรณีที่ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

หากยังมิได้มีการเลือกตั้งผู้แทนขึ้นใหม่

ให้ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าผู้แทนซึ่งได้รับเลือกตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้ผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖)

(๔)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ในกรณีที่ผู้แทนองค์กรนายจ้างหรือผู้แทนองค์กรลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าวเสนอชื่อผู้แทนองค์กรนายจ้างหรือผู้แทนองค์กรลูกจ้างจากผู้แทนสำรองต่อรัฐมนตรีเพื่อประกาศให้เป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง

โดยให้มีวาระเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

ในกรณีที่ไม่มีผู้แทนสำรองที่ได้ขึ้นบัญชีไว้

หากวาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่จัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ให้เบิกจ่ายจากกรมการจัดหางาน

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง

และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

และมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน

ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน

ในกรณีที่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ

เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระหากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

รัฐมนตรีให้พ้นจากตำแหน่ง

(๖)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ไพฑูรย์ แก้วทอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ภัทรวีร์/ปรับปรุง

๖ ธันวาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖๓ ง/หน้า ๑๒/๒๙ เมษายน ๒๕๕๒

31 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ของผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างและวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1da7f1dbb36a14b5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com