法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]

โดยที่เห็นสมควรกำหนดจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ ตลอดจนการประชุมและการดำเนินงานของสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ (๒) และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ และโดยมติสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๙ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“สภาคณาจารย์” หมายความว่า สภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“ประธานสภา” หมายความว่า ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“เลขาธิการสภา” หมายความว่า เลขาธิการสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“กรรมการสภา” หมายความว่า กรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“คณาจารย์” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา ๑๘ (ก) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้หมายรวมถึง พนักงานมหาวิทยาลัยสายผู้สอน ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“ผู้บริหาร” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา ๑๘ (ข) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา ๑๘ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้หมายรวมถึง พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“ส่วนราชการ” หมายความว่า คณะ วิทยาเขต วิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน สำนักตามที่กฎหมายกำหนด หรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่าคณะที่จัดตั้งขึ้นโดยอำนาจของสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“หน่วยเลือกตั้ง” หมายความว่า ส่วนราชการที่กำหนดให้เป็นสถานที่เลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้

องค์ประกอบสภาคณาจารย์และข้าราชการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สภาคณาจารย์ ประกอบด้วย

(๑) กรรมการสภาประเภทตัวแทนของคณะและส่วนราชการที่จัดการศึกษาที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งเลือกตั้งจากคณาจารย์ของคณะนั้นๆ คณะละหนึ่งคน

(๒) กรรมการสภาประเภททั่วไป ซึ่งเลือกตั้งจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย มีจำนวนเท่ากับ (๑)

(๓) กรรมการสภาประเภททั่วไป ซึ่งเลือกตั้งจากข้าราชการของมหาวิทยาลัย จำนวนไม่เกินหนึ่งต่อห้าของจำนวนกรรมการสภาตาม (๑) และ (๒) รวมกัน

อำนาจและหน้าที่

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สภาคณาจารย์มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในกิจการของมหาวิทยาลัย และการพัฒนามหาวิทยาลัยแก่อธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัย

(๒) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และข้าราชการในการปฏิบัติหน้าที่ตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ

(๓) พิทักษ์ผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่อธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

(๔) เรียกประชุมคณาจารย์และข้าราชการเพื่อพิจารณากิจกรรมของมหาวิทยาลัย และนำเสนอความคิดเห็นต่อสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

การปฏิบัติหน้าที่ของสภาคณาจารย์ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้กรรมการสภามีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี นับแต่วันที่มหาวิทยาลัยประกาศผลการเลือกตั้ง และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการสภาพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) พ้นจากการเป็นคณาจารย์และข้าราชการในสังกัดมหาวิทยาลัย

(๔) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย

(๕) ลาไปศึกษาต่อ ดูงาน ฝึกอบรม หรืออื่นๆ ติดต่อกันนานเกินหกเดือน

(๖) ขาดประชุมสามครั้งติดต่อกัน โดยไม่ได้แจ้งประธานสภาหรือเลขาธิการสภาล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่มีเหตุผลอันสมควร

(๗) สภาคณาจารย์มีมติให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

(๘) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๙) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

การพ้นจากตำแหน่งตาม (๗) ต้องมีคะแนนเสียงลงมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

ในกรณีที่ตำแหน่ง กรรมการสภาว่างลง ไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาคณาจารย์ ประกอบด้วย กรรมการสภาเท่าที่มีอยู่

ในกรณีที่กรรมการสภาพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้มีการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้

ในกรณีที่กรรมการสภาพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้เลือกตั้งกรรมการสภาขึ้นใหม่ ให้กรรมการสภาซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีกรรมการสภาชุดใหม่

ให้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

การเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการสภาแต่ละประเภทมี ดังนี้

(๑) ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการสภาตามข้อ ๕ (๑) ได้แก่ คณาจารย์ของคณะและส่วนราชการที่จัดการศึกษาที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

(๒) ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการสภาตามข้อ ๕ (๒) ได้แก่ คณาจารย์ไม่ว่าจะสังกัดส่วนราชการใด

(๓) ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการสภาตามข้อ ๕ (๓) ได้แก่ ข้าราชการไม่ว่าจะสังกัดส่วนราชการใด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการสภา ได้แก่ คณาจารย์และข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในมหาวิทยาลัยมาแล้ว ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี นับถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการสภา ได้แก่ คณาจารย์และข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยมาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าปี และไม่เป็นผู้บริหาร

ผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการสภา จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการสภา ตามข้อ ๕ (๑) และ ข้อ ๕ (๒) ได้เพียงประเภทเดียวเท่านั้น

กรรมการสภาที่พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๗ วรรคสอง (๖) และ (๗) ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในวาระแรกที่ยังไม่มีกรรมการสภาหรือกรรมการสภาว่างลงก่อนครบวาระ และเหลือเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ให้มหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งขึ้นคณะหนึ่งตามจำนวนที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ต้องมีกรรมการตามคำเสนอของสภาคณาจารย์เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งจำนวนสี่คน เพื่อทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

กรณีที่สภาคณาจารย์ไม่เสนอผู้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งตามวรรคแรก ให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้แต่งตั้งจากคณาจารย์ที่เห็นสมควรแทน

คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งต้องไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการสภา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) กำหนดหน่วยเลือกตั้งและรายชื่อส่วนราชการประจำหน่วยเลือกตั้ง

(๒) กำหนดวัน เวลารับสมัครเลือกตั้ง และวันเวลาลงคะแนนเลือกตั้ง

(๓) กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานการสมัคร รับสมัครและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง

(๔) จัดทำและประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

(๕) กำหนดลักษณะบัตรเลือกตั้ง

(๖) จัดทำและประกาศบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง

(๗) รวมคะแนนผลการเลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้ง

(๘) พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินการเลือกตั้ง

(๙) รายงานผลการเลือกตั้งต่ออธิการบดี

(๑๐) ออกประกาศเพื่อดำเนินการตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งออกประกาศกำหนดวัน เวลารับสมัครเลือกตั้งแล้ว ให้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งขึ้นในแต่ละหน่วยเลือกตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน

คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งต้องไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการสภา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งตามข้อ ๑๓ มีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดำเนินการเลือกตั้ง

(๒) ตรวจนับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง

(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

(๑) กรรมการสภาตามข้อ ๕ (๑) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน

(๒) กรรมการสภาตามข้อ ๕ (๒) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ไม่เกินจำนวนกึ่งหนึ่งของกรรมการสภาที่มีได้ตามข้อ ๕ (๒)

(๓) กรรมการสภาตามข้อ ๕ (๓) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ไม่เกินจำนวนกึ่งหนึ่งของกรรมการสภาที่มีได้ตามข้อ ๕ (๓)

การเลือกตั้งกรรมการสภา ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งนับคะแนนเลือกตั้งให้แล้วเสร็จในวันลงคะแนน พร้อมประกาศผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งนั้น และทำรายงานผลการนับคะแนนส่งให้ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งในวันเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุดตามลำดับในแต่ละประเภทจากคะแนนรวมของทุกหน่วยเลือกตั้ง เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการสภา ตามจำนวนกรรมการสภาที่กำหนดในข้อ ๕

ในกรณีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสภาในลำดับสุดท้ายตามวรรคแรกมีคะแนนรวมเท่ากัน ให้ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งจับสลากเฉพาะผู้ที่มีคะแนนรวมเท่ากันในลำดับนั้นโดยเปิดเผย ให้ได้ผู้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสภาจนครบตามจำนวนที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้อธิการบดีประกาศผลการเลือกตั้งภายในเจ็ดวันทำการ นับแต่วันเลือกตั้งและนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ

การดำเนินงาน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้มีประธานสภาหนึ่งคน และรองประธานสภาสองคน โดยระบุว่าคนใดเป็นรองประธานสภาคนที่หนึ่ง และรองประธานสภาคนที่สอง

ในกรณีที่ประธานสภาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาคนที่หนึ่งหรือคนที่สองตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน แต่ถ้าประธานสภาและรองประธานสภาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภาคณาจารย์เลือกกรรมการสภาคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาชั่วคราว

ประธานสภาและรองประธานสภาจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้มีเลขาธิการสภาหนึ่งคน และอาจมีผู้ช่วยเลขาธิการสภาอีกหนึ่งคนด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สภาคณาจารย์ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของสภาคณาจารย์ได้ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้

งบประมาณและทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้มีสำนักงานสภาคณาจารย์ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ โดยได้รับงบประมาณจากมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ งบประมาณและทรัพย์สินของสภาคณาจารย์อาจได้รับจาก

(๑) งบประมาณประจำปี

(๒) เงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

(๓) ทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่สภาคณาจารย์

(๔) รายได้หรือผลประโยชน์อื่นๆ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ และการดำเนินกิจการภายในสำนักงานสภาคณาจารย์ ให้กำหนดเป็นระเบียบของสภาคณาจารย์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ สภาคณาจารย์อาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติว่าด้วยการเงินที่ไม่ขัดต่อระเบียบของมหาวิทยาลัยหรือของทางราชการก็ได้

การประชุม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อเลือกตั้งกรรมการสภาได้ครบจำนวนตามข้อ ๕ แล้ว ให้อธิการบดีเป็นผู้เรียกประชุมสภาคณาจารย์ครั้งแรก เพื่อเลือกตั้งกรรมการสภาเป็นประธานสภา รองประธานสภา และเลขาธิการสภาตามข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ประกาศผลการเลือกตั้ง โดยให้ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ประธานสภาเรียกประชุมสภาคณาจารย์สมัยสามัญอย่างน้อยภาคการศึกษาละสองครั้ง การประชุมแต่ละครั้ง ให้แจ้งกรรมการสภาทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมด้วยวาระการประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ นอกเหนือจากการประชุมสมัยสามัญ ประธานสภาหรือกรรมการสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการสภาเท่าที่มีอยู่ ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรให้มีการประชุมสมัยวิสามัญก็ได้และให้ประธานสภาเป็นผู้เรียกประชุม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การประชุมแต่ละครั้งจะต้องมีกรรมการสภาเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ กรรมการสภาแต่ละคนมีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียง มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การประชุมสภาคณาจารย์ให้มีสิทธิเบิกเบี้ยประชุมตามระเบียบของมหาวิทยาลัย

การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับและการตีความ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนี้ ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภาทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เมื่อกรรมการสภาลงมติขอให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนี้ ให้ประธานสภาเสนอมตินั้นต่อมหาวิทยาลัย เพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ คำวินิจฉัยของสภามหาวิทยาลัยให้ถือเป็นที่สุด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการเลือกตั้งกรรมการสภาให้แล้วเสร็จภายในไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในการเลือกตั้งกรรมการสภาครั้งแรกที่ยังไม่มีสภาคณาจารย์ ให้คณะกรรมการพิจารณาร่างข้อบังคับของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทน ตามข้อ ๑๑ วรรคแรก

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

วิภา/ตรวจ

๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๘๗ ง/หน้า ๑๕/๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๙

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1dd22f37101791c6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com