法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘ (๒) มาตรา ๒๗ (๓) (จ) และมาตรา ๓๒

และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความมาตรา ๒๘

ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ และโดยที่มาตรา ๗ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

ประกอบกับเพื่อรักษาความปลอดภัยของเอกสารและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดู

คณะกรรมการสภาทนายความจึงออกข้อบังคับว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ.

๒๕๕๑ ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ” หมายความว่า

ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสภาทนายความ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกสภาทนายความเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

และมีอำนาจในการออกระเบียบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ได้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ให้คณะกรรมการสภาทนายความ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

ประกอบด้วย

(๑)

นายกสภาทนายความ เป็นประธานคณะกรรมการ

(๒)

อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน เป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่หนึ่ง

(๓)

อุปนายกฝ่ายบริหาร เป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่สอง

(๔)

กรรมการที่คณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสภาทนายความอื่นอีก

จำนวน ๔ คน

(๕)

เลขาธิการสภาทนายความเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดหลักเกณฑ์ หรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร

การจัดระบบการขออนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒)

กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข

และขอบเขตการเปิดเผยเรื่องของสภาทนายความนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๓)

กำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่สภาทนายความหรือส่งไปหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๔)

พิจารณาปัญหาหรืออุปสรรค

รวมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อบังคับนี้

(๕)

ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการสภาทนายความมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทน

ถ้ารองประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สภาทนายความจัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความในที่ทำการของสภาทนายความ

เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประชาชนสามารถใช้ในการค้นหาและการศึกษาข้อมูลข่าวสารได้สะดวกตามสมควร

และมอบหมายเจ้าหน้าที่ให้รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารภายในศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความที่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

ซึ่งอาจจัดทำเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือสิ่งพิมพ์หรือเอกสารอื่นใดที่มีความสะดวกในการสืบค้นและมีการควบคุมความปลอดภัยของระบบก็ได้

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ใดประสงค์จะเข้าตรวจดูหรือขอถ่ายสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือ คำขอดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุ

(๑)

ชื่อและที่อยู่ของผู้ขอข้อมูลข่าวสาร พร้อมเอกสารแสดงตัวบุคคล

(๒)

รายละเอียดของข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่เข้าใจได้ตามสมควร

(๓)

เหตุผลที่ขอให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หรือวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้

(๔)

ลายมือชื่อของผู้ขอ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการสภาทนายความมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสภาทนายความเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่

ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งเสนอเรื่องพร้อมความเห็นเบื้องต้นต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความหรือกรรมการคนหนึ่งคนใดซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความมอบหมายเพื่อวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๑

มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ทั้งนี้ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่มีคำสั่ง

และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้อมูลข่าวสารใดหากมีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ

คำสั่ง

หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตไว้เป็นพิเศษ

ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

การบริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สภาทนายความจะอนุญาตให้ตรวจดูข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความได้แต่ในกรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้

และสภาทนายความจะไม่อนุญาตในกรณีที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑)

การตรวจหรือขอข้อมูลนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้าส่วนตน

หรือเป็นการขอข้อมูลที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ

(๒)

เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

(๓)

เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้อื่น

(๔)

เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

(๕)

เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่มีคำขอสำเนาและสภาทนายความอนุญาตให้ทำสำเนาได้

ให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาเอกสารนั้นจัดทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ยื่นคำขอภายในวันทำการนั้น

ถ้าไม่อาจดำเนินการภายในวันทำการนั้น

ให้แจ้งกำหนดวันและเวลาเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมารับแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอาจขยายระยะเวลาออกไปได้แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันทำการ

หลักเกณฑ์การจัดทำสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

ต้องเป็นไปตามระเบียบให้เจ้าหน้าที่ของสภาทนายความซึ่งรับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นผู้รับรองโดยลงลายมือชื่อ

พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวันเดือนปี ให้ชัดเจน

และต้องมีการเสียค่าธรรมเนียม

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้

แต่การส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารโดยวิธีนี้

ผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมการทำสำเนาหรือการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร

และค่าส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไว้แล้วจึงจะดำเนินการให้ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาและการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ พ.ศ.

๒๕๔๕

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เดชอุดม ไกรฤทธิ์

นายกสภาทนายความ

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๗๙ ง/หน้า ๔๖/๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1dd8a733c0b43e3f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com