法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยการแจ้ง วิธีการที่เจ้าหน้าที่ให้ความคุ้มครองแก่พยานและการสิ้นสุดซึ่งการคุ้มครองพยาน พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ว่าด้วยการแจ้ง วิธีการที่เจ้าหน้าที่ให้ความคุ้มครองแก่พยาน

และการสิ้นสุดซึ่งการคุ้มครองพยาน

พ.ศ. ๒๕๔๙

โดยที่เป็นการสมควร กำหนดระเบียบในการให้ความคุ้มครองแก่เด็กและเยาวชนในฐานะพยานในคดีอาญาหรือผู้ที่พยานขอให้คุ้มครองให้เป็นไปโดยเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามมาตรา ๖ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการแจ้งวิธีการที่เจ้าหน้าที่ให้ความคุ้มครองแก่พยาน และการสิ้นสุดซึ่งการคุ้มครองพยาน พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเษกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“สถานพินิจ” หมายความว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด

“สถานแรกรับ” หมายความว่า สถานแรกรับเด็กและเยาวชน หรือศูนย์แรกรับเด็กและเยาวชนของสถานพินิจ

“ศูนย์ฝึกและอบรม” หมายความว่า ศูนย์ฝึกและอบรมตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศกำหนด

“สถานที่ควบคุม” หมายความว่า สถานที่สำหรับควบคุมตัวเด็กและเยาวชนของสถานพินิจหรือศูนย์ฝึกและอบรม

“พยาน” หมายความว่า พยานบุคคลซึ่งจะมาให้ หรือได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาหรือศาลในการดำเนินคดีอาญา รวมทั้งผู้ชำนาญการพิเศษ แต่มิให้หมายความรวมถึงจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยาน

“ความปลอดภัย” หมายความว่า ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของพยานทั้งก่อน ขณะ และหลังมาเป็นพยาน

“การคุ้มครอง” หมายความว่า การให้ความคุ้มครองตามมาตรการทั่วไปด้วยวิธีหนึ่งวิธีใดที่กำหนดในระเบียบนี้

“เด็กหรือเยาวชน” หมายความว่า เด็กหรือเยาวชนที่ถูกส่งตัวมายังสถานพินิจหรือศูนย์ฝึกและอบรม

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานคุมประพฤติ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา หรือบุคลากรตำแหน่งอื่นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเด็กหรือเยาวชน

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสถานพินิจหรือผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรม และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการให้ปฏิบัติราชการแทน

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

“การแจ้ง” หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ได้รับทราบว่าเด็กหรือเยาวชนอาจไม่ได้รับความปลอดภัยและจัดทำรายงานแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบ

“การร้องขอ” หมายความว่า การที่เด็กหรือเยาวชนในฐานะพยานที่มีสิทธิขอรับการคุ้มครอง หรือบุคคลอื่นที่มีสิทธิร้องขอให้นำมาตรการคุ้มครองพยานมาใช้กับเด็กหรือเยาวชนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ร้องขอรับการคุ้มครอง หรือขอให้นำมาตรการคุ้มครองมาใช้

การแจ้งและการร้องขอให้คุ้มครอง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่าเด็กหรือเยาวชนใดเป็นพยานในคดีอาญาอื่นและอาจไม่ได้รับความปลอดภัย หรือได้รับแจ้งจากเด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในสถานที่ควบคุมว่าประสงค์ขอรับการคุ้มครอง ให้ทำรายงานแจ้งผู้อำนวยการทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ พยานอาจร้องขอต่อผู้อำนวยการให้นำมาตรการคุ้มครองพยานมาใช้กับเด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในฐานะเป็นสามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือเป็นบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ซึ่งอาจไม่ได้รับความปลอดภัยจากการที่พยานให้การหรือจะให้การเป็นพยาน โดยการร้องขอเป็นหนังสือหรือร้องด้วยวาจาและเจ้าหน้าที่บันทึกพร้อมทั้งให้พยานลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อผู้อำนวยการได้รับการรายงานแจ้งตามข้อ ๔ หรือได้รับการร้องขอตามข้อ ๕ แล้ว ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวโดยอาจให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใด หรือแต่งตั้งคณะกรรมการให้ดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลว่าเด็กหรือเยาวชนรายใดสมควรได้รับการคุ้มครองในฐานะพยานหรือนำมาตรการคุ้มครองพยานมาใช้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การดำเนินการตามความในหมวดนี้ ให้ดำเนินการโดยลับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เด็กหรือเยาวชนซึ่งมิได้ถูกควบคุมตัวหรือพ้นจากการควบคุมไปแล้ว อาจร้องขอให้ใช้มาตรการคุ้มครองพยานโดยได้รับความยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องขอแล้วให้ดำเนินการตามข้อ ๔

วิธีการให้ความคุ้มครองแก่พยาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าเด็กหรือเยาวชนอาจไม่ได้รับความปลอดภัย ให้ผู้อำนวยการสั่งให้มีการคุ้มครองเด็กหรือเยาวชนนั้นไว้ก่อน แต่วิธีการคุ้มครองนั้นต้องไม่กระทบต่อสิทธิของเด็กหรือเยาวชน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ วิธีการคุ้มครองเด็กหรือเยาวชน อาจใช้วิธีหนึ่งวิธีใด ดังต่อไปนี้

(๑) จัดให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

(๒) จัดให้ย้ายหอนอน

(๓) จัดให้ย้ายสถานที่ควบคุมหรือจัดหาที่พักอันเหมาะสม โดยได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี

(๔) ดำเนินการอื่นใดให้ได้รับความช่วยเหลือ หรือได้รับความคุ้มครองตามที่เห็นสมควรโดยอาจประสานกับหน่วยงานอื่นให้ความคุ้มครอง รวมทั้งอาจประสานกับสำนักงานคุ้มครองพยาน เพื่อให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่เด็กหรือเยาวชนควรได้รับ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หากเด็กหรือเยาวชนผู้รับความคุ้มครองพ้นจากการควบคุมและไม่ประสงค์รับความคุ้มครองอีกต่อไป แต่ผู้อำนวยการพิจารณาแล้วเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนนั้นอาจไม่ได้รับความปลอดภัย ให้แนะนำเด็กหรือเยาวชนไปขอการคุ้มครองจากพนักงานเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในระหว่างการคุ้มครองหากผู้อำนวยการเห็นว่าวิธีการคุ้มครองที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสมอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๗

การสิ้นสุดซึ่งการคุ้มครองพยาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การคุ้มครองเด็กหรือเยาวชนในฐานะพยาน หรือการนำมาตรการคุ้มครองพยานมาใช้จะสิ้นสุดลงโดยผู้อำนวยการมีคำสั่งเมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้รับการคุ้มครองร้องขอระงับการคุ้มครองโดยบิดา มารดา หรือผู้ปกครองให้ความเห็นชอบ

(๒) พฤติการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยเปลี่ยนแปลงไป และไม่จำเป็นต้องให้การคุ้มครอง

(๓) ผู้รับการคุ้มครองไม่ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนดเพื่อความปลอดภัย

(๔) ผู้รับการคุ้มครองพ้นจากการควบคุม

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

ชูจิรา กองแก้ว

อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ศุภกรณ/ผู้จัดทำ

๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๙๓ ง/หน้า ๒๙/๑ กันยายน ๒๕๔๙

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยการแจ้ง วิธีการที่เจ้าหน้าที่ให้ความคุ้มครองแก่พยานและการสิ้นสุดซึ่งการคุ้มครองพยาน พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1df35f4e931974c4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com