法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วย วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรม หรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ พ.ศ. 2548 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

ว่าด้วย วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรม หรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ

พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๔) และมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ. ๒๕๔๖ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วย วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ เห็นว่าผู้ปกครองสามารถดูแลไม่ให้เด็กถูกทารุณกรรม หรือจะไม่เลี้ยงดูเด็กโดยมิชอบอีก ให้มอบตัวเด็กแก่ผู้ปกครองหรือบุคคลที่ยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล โดยอาจแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๔๘ หรือไม่ก็ได้ และอาจจะวางข้อกำหนดเพื่อป้องกันมิให้เด็กถูกทารุณกรรมหรือได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบอีก โดยให้ผู้ปกครองหรือบุคคลที่รับเด็กไปปกครองดูแลต้องปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความเหมาะสม ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพังเป็นการเฉพาะตัวกับผู้ใหญ่หรือเด็กอื่นในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็ก

(๒) ให้ความร่วมมือแก่โรงเรียนในการดูแลเด็กให้มีความปลอดภัยหรือในการปฏิบัติกิจกรรมทางการศึกษา

(๓) ห้ามมิให้บุคคลซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเด็กเข้าใกล้ตัวเด็ก

(๔) ห้ามผู้กระทำทารุณกรรมแก่เด็กเข้าเขตกำหนด หรือเข้าใกล้ตัวเด็กเพื่อไม่ให้ก่ออันตรายแก่เด็ก

(๕) กำหนดให้ผู้ปกครองหรือนำผู้กระทำทารุณกรรมแก่เด็กไปรับการบำบัดฟื้นฟูจากแพทย์ก่อน

(๖) กำหนดให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรมในการฟื้นฟูเด็กและครอบครัว

(๗) กำหนดให้ผู้ปกครองรับการฝึกทักษะในการเลี้ยงดู ทักษะในการจัดการปัญหา ทักษะในการควบคุมตนเองจากหน่วยงานหรือบุคคลที่เหมาะสม

(๘) กำหนดเงื่อนไขในการประกอบอาชีพที่เอื้อต่อการดูแลเด็ก โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยพัฒนาอาชีพหรือรายได้เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ปกครอง

(๙) กำหนดให้ผู้ปกครองขอความเห็นจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในการย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อสามารถติดตามดูแลสวัสดิภาพของเด็ก หรือส่งต่อความรับผิดชอบไปยังหน่วยงาน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้น ๆ หากปรากฏชัดว่าผู้ปกครองหรือผู้ที่รับเด็กไว้ปกครองดูแลละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก รับเด็กกลับไปดูแล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีส่งเด็กเข้าสถานคุ้มครองสวัสดิภาพหรือให้การสงเคราะห์แก่เด็กด้วยวิธีการแยกตัวเด็กจากครอบครัว ให้ใช้วิธีการตามข้อ ๓ ควบคู่ไปด้วยเท่าที่สามารถจะกระทำได้ เพื่อดำเนินการให้เด็กสามารถกลับไปอยู่กับผู้ปกครองได้อีก เว้นแต่กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ และผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเห็นว่าจะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กหรือเด็กไม่อาจกลับไปอยู่กับผู้ปกครองได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ก่อนยุติการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องประเมินสภาวะและความต้องการของเด็กและครอบครัวก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ทำรายงานเกี่ยวกับการขจัดหรือควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่ออันตรายให้แก่เด็กประกอบการประเมินสภาวะและความต้องการของเด็กและครอบครัวด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้และมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๒]

พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ เมื่อได้รับแจ้งหรือรายงานจากบุคคลที่พบเห็น หรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กหรือเป็นที่ปรากฏชัดหรือน่าสงสัย (ระบุโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง) ว่าเด็กถูกทารุณกรรมหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ต้องให้การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็ว หากเข้าตรวจค้นแล้วจำเป็นจะต้องแยกเด็กออกจากครอบครัว ต้องจัดทำบันทึกแจ้งเหตุที่จำเป็นที่จะต้องแยกตัวเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้ผู้ปกครองทราบด้วย ตามแบบบันทึกแจ้งเหตุในการแยกตัวเด็กแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๓]

กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ มอบเด็กที่ได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพให้สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพหรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ ต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว พฤติการณ์การทารุณกรรมต่อเด็ก รวมทั้งสาเหตุที่ต้องส่งเด็กให้แก่ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานนั้น ๆ ด้วย ตามแบบบันทึกรายงานการมอบตัวเด็กแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๔]

ทันทีที่รับเด็กเข้ามาไว้ในความดูแล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ รีบจัดให้มีการตรวจรักษาทางร่างกายและจิตใจแก่เด็กนั้นและดำเนินการพิสูจน์ทราบว่าเด็กถูกกระทำทารุณกรรมจริงหรือไม่ รวมทั้งเรียกผู้ปกครองมาให้ถ้อยคำตามมาตรา ๓๐ (๓) หากผู้ปกครองไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเกิดเหตุใดขึ้นและเหตุใดจึงไม่สามารถคุ้มครองให้เด็กปลอดภัย ให้ส่งเด็กไปคุ้มครองสวัสดิภาพ ในสถานที่ที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับเด็กโดยอาจส่งไปครอบครัวอุปถัมภ์ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพหรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู

กรณีผู้ปกครองไม่ยอมมาให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้ถ้อยคำ โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ ให้ดำเนินการตามมาตรา ๘๐ วรรคสอง หากไม่สามารถให้ถ้อยคำไม่ว่าจากสาเหตุใดให้ส่งเด็กไปคุ้มครองสวัสดิภาพ ในสถานที่ที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับเด็กตามที่กำหนดในวรรคหนึ่ง

การวินิจฉัยว่าเด็กถูกกระทำทารุณกรรมหรือไม่ ให้พิจารณาจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นเบื้องต้น ประกอบคำบอกเล่าของเด็กและบุคคลแวดล้อม หากไม่พบหลักฐานดังกล่าว ให้พิจารณาคำบอกเล่าของเด็กและผู้เกี่ยวข้อง โดยนำเหตุการณ์ก่อนหน้าการถูกกระทำและหลังการถูกกระทำมาประกอบการพิจารณา โดยอาศัยหลักข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นแห่งคดีร่วมกับข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันกับประเด็นแห่งคดี ทั้งนี้ การวิเคราะห์วินิจฉัยพยานหลักฐานต้องใช้วิธีการตามหลักวิชาการ โดยมิให้นำความคิดเห็น ความเชื่อส่วนบุคคลมาใช้วิเคราะห์วินิจฉัย

หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นอกจากร่องรอยบาดแผลทั้งภายในภายนอกร่างกายเด็ก เชื้อโรค เชื้ออสุจิ หรือชิ้นส่วนจากร่างกายของผู้กระทำส่วนอื่น ๆ แล้ว ให้รวมถึง สุขภาพจิต พัฒนาการของเด็กที่ผิดปกติ รวมทั้งพฤติกรรมผิดปกติที่จิตแพทย์ นักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์สามารถระบุได้ว่าเป็นผลอันเกิดจากการถูกกระทำทารุณกรรม

การให้ปากคำหรือบอกเล่าข้อเท็จจริงของเด็กผู้เสียหายในครั้งแรก ให้ถือว่าน่าเชื่อที่สุดและกรณีมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการกระทำทารุณกรรมแก่เด็กอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง เพื่อไม่ให้บุคคลในครอบครัวติดต่อกับเด็ก หากจำเป็นให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำขอต่อศาลเพื่อควบคุมการติดต่อ ทั้งนี้ จนกว่าการสืบเสาะพินิจตามวรรคแรกจะได้ข้อสรุปชัดเจน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๕]

ในกรณีที่การสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับตัวเด็ก เพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กไม่ทันกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับตัวเด็ก และมีเหตุจำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ของเด็ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ ยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา ๕ ด้วยตนเองหรือผ่านพนักงานอัยการ ขอขยายระยะเวลาสืบเสาะและพินิจเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ตามแบบคำร้องขอที่ศาลกำหนดแนบท้ายระเบียบนี้ ทั้งนี้รวมกันไม่เกินสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๖]

กรณีการส่งเด็กเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ในสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์สถานคุ้มครองสวัสดิภาพหรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู ตามข้อ ๘ ให้จัดทำบันทึกแล้วรายงานให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๗]

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ให้การคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กซึ่งอยู่นอกเขตที่เด็กอาศัยอยู่สามารถติดตามและประสานงานกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในเขตที่เด็กอาศัยอยู่ ร่วมกันกำหนดวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘

ประชา มาลีนนท์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ประธานกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒[๘]

คุณากร/ผู้จัดทำ

๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๕๕ ง/หน้า ๙๘/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๘

[๒] ข้อ ๗ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๓]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๔]

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๕]

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๖]

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๗]

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรมหรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๘]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๘๙ ง/หน้า ๖/๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๒

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วย วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกทารุณกรรม หรือถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบ พ.ศ. 2548 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1e01558169ab1a36

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com