ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการกู้เงินโดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้มาเพื่อให้กู้ต่อ
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๖
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ มาตรา ๑๔ มาตรา ๒๐ (๓) และมาตรา ๒๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
ได้ดำเนินการกู้เงินระยะยาวเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้มาเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
วงเงิน ๕,๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าพันสี่ร้อยล้านบาทถ้วน)
และการรถไฟแห่งประเทศไทย วงเงิน ๒,๓๘๑,๐๘๔,๓๘๕.๘๑ บาท (สองพันสามร้อยแปดสิบเอ็ดล้านแปดหมื่นสี่พันสามร้อยแปดสิบห้าบาทแปดสิบเอ็ดสตางค์)
โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขของการกู้เงิน ดังนี้
๑. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้มาเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
และการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยวิธีการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน อายุ ๓ ปี ให้กับธนาคารออมสิน
เป็นวงเงิน ๗,๗๘๑,๐๘๔,๓๘๕.๘๑ บาท
(เจ็ดพันเจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดล้านแปดหมื่นสี่พันสามร้อยแปดสิบห้าบาทแปดสิบเอ็ดสตางค์)
๒. เบิกเงินกู้ทั้งจำนวน
ในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๐
๓. อายุเงินกู้
๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๐ ครบกำหนดในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๓
๔. อัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ
ระยะ ๖ เดือน (BIBOR ๖M) ที่ประกาศโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
เป็นฐานในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลบด้วยส่วนต่าง
(Spread)
เฉลี่ยร้อยละ ๐.๑๓๔๐๐ ต่อปี โดยปรับอัตราดอกเบี้ยทุกงวด ๖
เดือน หากอัตราดอกเบี้ย BIBOR ๖M มีการเปลี่ยนแปลง โดยอัตราดอกเบี้ยงวดแรกจะใช้อัตราดอกเบี้ย BIBOR ๖M ณ วันเบิกเงินกู้
สำหรับการใช้อัตราดอกเบี้ยในงวดต่อ ๆ ไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย BIBOR ๖M ณ วันครบกำหนดชำระดอกเบี้ย
เพื่อใช้คำนวณดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลา ๖ เดือนถัดไป การคำนวณดอกเบี้ยให้ถือว่าหนึ่งปีมี ๓๖๕
วัน นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง ชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่
๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๓
๕. การชำระดอกเบี้ย
ตลอดเวลาที่สัญญายังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
คือ วันที่ ๑๕ มีนาคม และ ๑๕ กันยายน ของทุกปี
สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมต้นเงินกู้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินในวันที่ไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยก็ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป
โดยไม่นับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวเข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ
ยกเว้นการชำระต้นเงินกู้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้
๖. การชำระคืนต้นเงินกู้
กระทรวงการคลังสามารถชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนครบกำหนดได้ทั้งจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ ทั้งนี้
กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงินทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ
โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของต้นเงินกู้ที่ค้างชำระ พร้อมกับการชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนกำหนดนั้น
ทั้งนี้
ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนด
โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนชำระคืนในวันทำการถัดไป
๗. ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด
ๆ
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
จุมพล ริมสาคร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พัชรภรณ์/อัญชลี/จัดทำ
๕ ตุลาคม ๒๕๖๐
ปริญสินีย์/ตรวจ
๒๗ พฤศจิกายน
๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๔๔ ง/หน้า ๒๖/๓ ตุลาคม ๒๕๖๐