ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
ข้อ ๑ กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการแปลงตั๋วเงินคลังเป็นพันธบัตรรัฐบาล
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า พันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อายุคงเหลือ ๒.๙๓ ปี จำนวน ๗๘๒,๓๓๕,๐๐๐ บาท (เจ็ดร้อยแปดสิบสองล้านสามแสนสามหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
โดยเป็นการเพิ่มปริมาณ (Re-open) พันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ อายุ ๓ ปี ทำให้วงเงินรวมของพันธบัตรรุ่นนี้เป็น ๑,๒๔๑,๐๓๐,๐๐๐ บาท
(หนึ่งพันสองร้อยสี่สิบเอ็ดล้านสามหมื่นบาทถ้วน)
ข้อ ๒ พันธบัตรนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกในนามผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร
และจดทะเบียนตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งพันบาท โดยวงเงินซื้อขั้นต่ำ ๑,๐๐๐ บาท และจำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ ๑,๐๐๐ บาท
โดยมีรายละเอียดการจำหน่าย ดังนี้
๒.๑ ผู้มีสิทธิ์ซื้อ ประกอบด้วย
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ
สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ
โรงพยาบาลของรัฐและนิติบุคคลอื่นใดที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
(ผู้ไม่มีสิทธิ์ซื้อ
ประกอบด้วย ธนาคาร บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
บริษัทประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยสถาบันการเงิน
กองทุนรวม คณะบุคคล บรรษัท สำนักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน
หน่วยงานธุรกิจ นิติบุคคลที่แสวงหากำไร นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร
โรงพยาบาลเอกชน และสถานศึกษาเอกชน)
๒.๒ วันชำระเงินค่าพันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๕ และวันจดทะเบียน คือ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ - ๙ มีนาคม ๒๕๕๕
โดยมีผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดา ๑,๔๖๙ ราย จำนวน ๗๗๓,๔๘๕,๐๐๐ บาท มูลนิธิ ๕ ราย จำนวน ๓,๘๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนราชการ ๓ ราย จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท และนิติบุคคลอื่น ๆ ๒ ราย จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๑,๔๗๙
ราย จำนวนรวม ๗๘๒,๓๓๕,๐๐๐ บาท
ข้อ ๓ ให้ธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรประเภทนี้ และจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๔ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรรุ่นนี้และจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ข้อ ๕ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบตราสารให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์
ทั้งนี้
ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถฝากพันธบัตรไว้ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
เว้นแต่ในกรณีที่ซื้อพันธบัตรตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ - ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ สามารถฝากพันธบัตรไว้ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
หากประสงค์จะดำเนินการเรื่องต่าง ๆ
ให้เป็นไปตามพิธีปฏิบัติของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
ข้อ ๖ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ
เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า
และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้น ๆ
ข้อ ๗ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรรุ่นนี้ก่อนกำหนดสามารถกระทำได้โดยไม่จำกัดประเภทบุคคล
ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
เว้นแต่ในกรณีที่ซื้อพันธบัตรตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ - ๙ มีนาคม ๒๕๕๕
สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
และยกเว้นการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นหลักประกัน
หรือโอนทางมรดกหรือการแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า หรือล้มละลาย
หรือการชำระบัญชี ให้กระทำได้หลังจากได้รับใบพันธบัตรแล้ว
แต่จะกระทำในระหว่างระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้
การโอนกรรมสิทธิ์ให้ปฏิบัติตามพิธีปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย
หรือบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด แล้วแต่กรณี
ข้อ ๘ พันธบัตรรุ่นนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ
๓.๗๕ ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยปีละ ๒ งวด คือ ในวันที่ ๑๒ มีนาคม และ ๑๒ กันยายน
ของทุกปี โดยจ่ายเป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
ยกเว้นงวดแรก และงวดที่ ๒ จะคำนวณดอกเบี้ยโดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี ๓๖๕ วัน
และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้
การคำนวณดอกเบี้ยหากมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากประจำ)ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ฝากไว้ที่ธนาคารใดก็ได้
(ธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น) ตามที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์แจ้งไว้ในคำเสนอขอซื้อพันธบัตร
หรือตามที่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อธนาคารแห่งประเทศไทยในภายหลังหรือตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด โดยในการโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชี
หากเป็นบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
เจ้าของบัญชีจะไม่ถูกหักค่าธรรมเนียมการโอนเงิน หากเป็นบัญชีเงินฝากของธนาคารอื่น
ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากอาจหักค่าธรรมเนียมการโอนเงินตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศหรือกำหนด
การจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรในแต่ละงวด
จะจ่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยถือตามรายชื่อทางทะเบียน ณ
วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย
หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป
โดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้
ข้อ ๙ พันธบัตรรุ่นนี้ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่
๑๒ กันยายน ๒๕๕๗
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้
ข้อ ๑๐ การชำระต้นเงินตามพันธบัตร
จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
หรือตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด
กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด
ข้อ ๑๑ กรณีที่มีการออกใบพันธบัตร
มิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่นายทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๑๒ กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ดังนี้
๑๒.๑ ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่ายพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๐๐
ของมูลค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
๑๒.๒ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ที่นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่ายพันธบัตรตามที่จ่ายจริง
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ข้อ ๑๓ กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย
ดังนี้
๑๓.๑ ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
๑๓.๒ ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕
สุภา ปิยะจิตติ
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๗๓ ง/หน้า ๒๒/๓๐ เมษายน ๒๕๕๕
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผลการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลเพื่อรายย่อยพิเศษ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1e8feca8dfe9b890
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com