法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตจัดตั้ง

ธนาคารพาณิชย์ไว้ ดังต่อไปนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

"กลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑" หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทยหรือ

นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ตั้งแต่ ๕ รายขึ้นไปที่แสดงเจตนาร่วมกันว่าจะจัดตั้ง

ธนาคารพาณิชย์ โดยทุกรายจะถือหุ้นในธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นรวมกันเท่ากับร้อยละ ๒๕ ของ

ทุนจดทะเบียน

"กลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒" หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย นิติ

บุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย กลุ่มนิติบุคคลดังกล่าวสถาบันการเงินต่างชาติ หรือกลุ่ม

สถาบันการเงินต่างชาติ ที่แสดงเจตนาร่วมกันว่าจะสนับสนุนกลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ เพื่อจัดตั้ง

ธนาคารพาณิชย์ โดยทุกรายหรือทุกกลุ่ม จะถือหุ้นในธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นรวมกันเท่ากับ

ร้อยละ ๒๕ ของทุนจดทะเบียน

"สถาบันการเงินต่างประเทศ" หมายความว่า นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในต่าง

ประเทศ และประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยไม่มีสาขาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ

ธนาคารพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบในประเทศไทย

"ความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้น" หมายความว่า

(๑) การที่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลรายหนึ่งถือหุ้นในนิติบุคคลอีกรายหนึ่ง

เกินร้อยละ ๑๐ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หรือ

(๒) การที่บุคคลดังต่อไปนี้ รายใดรายหนึ่งหรือหลายรายรวมกันถือหุ้นในนิติ

บุคคลอีกรายหนึ่งเกินร้อยละ ๑๐ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

(ก) นิติบุคคล

(ข) บุคคลธรรมดาซึ่งถือหุ้นในนิติบุคคลตาม (ก) เกินร้อยละ ๒ ของจำนวนหุ้น

ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

(ค) นิติบุคคลที่มีนิติบุคคลตาม (ก) หรือบุคคลธรรมดาตาม (ข) ถือหุ้นเกิน

ร้อยละ ๑๐ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

(ง) กรรมการหรือผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้จัดการลงไปอีกสามระดับของนิติบุคคล

ตาม (ก)

ทั้งนี้ การพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างกัน ให้นำหลักเกณฑ์การถือหุ้นที่บัญญัติ

ไว้ในมาตรา ๕ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕

พ.ศ. ๒๕๒๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

"ความสัมพันธ์ในเชิงการบริหาร" หมายความว่า

(๑) การที่บุคคลธรรมดาเป็นกรรมการหรือผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้จัดการลงไป

อีกสามระดับของนิติบุคคลรายหนึ่ง

(๒) การที่บุคคลธรรมดาในฐานะตัวแทนของนิติบุคคลรายหนึ่งเป็นกรรมการ

หรือผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้จัดการลงไปอีกสามระดับของนิติบุคคลอีกรายหนึ่งหรือ

(๓) การที่นิติบุคคลหนึ่งมีกรรมการหรือผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้จัดการลงไปอีก

สามระดับของนิติบุคคลนั้น เป็นกรรมการหรือผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้จัดการลงไปอีกสามระดับ

ของนิติบุคคลอีกรายหนึ่ง

"ลูกหนี้ด้อยคุณภาพ" หมายความว่า ลูกหนี้ซึ่งได้รับการจัดชั้นตามผลการตรวจ

สอบตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้ง

ธนาคารพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ หลักเกณฑ์ วิธีกา และเงื่อนไขในการอนุญาต การพิจารณา และการ

อนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ตามประกาศนี้ ให้ใช้บังคับแก่การยื่นคำขออนุญาตจัดตั้ง

ธนาคารพาณิชย์ซึ่งได้ยื่นภายในกำหนดเวลาตามประกาศนี้

การคัดเลือกผู้ที่สมควรให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ให้ยื่นคำขออนุญาตจัด

ตั้งธนาคารพาณิชย์ตามแบบท้ายประกาศนี้พร้อมสำเนา ๑ ชุด ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเลขที่

๒๘๓ ถนนสามเสนใน แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ ตั้งแต่วันที่ ๑

ธันวาคม ๒๕๓๙ ในเวลาทำการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์จะต้องประกอบด้วยกลุ่มผู้เริ่มจัก

ตั้งประเภท ๑ และกลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย หรือบริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลัก

ทรัพย์ บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่มีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละ ๕๐ ของ

ทุนจดทะเบียน

(๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(๓) ไม่เป็นลูกหนี้ด้วยคุณภาพ

(๔) ไม่เคยมีประวัติเสียหายหรือดำเนินกิจการใด ที่มีลักษณะอันเป็นการ

หลอกลวงหรือแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบ หรือสะท้อนถึงวิธีการทำธุรกิจ

ที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่น่าเชื่อถือ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงิน

ทุนหลักทรัพย์ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕

(๒) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด นอกจากจะต้องมีคุณ

สมบัติและไม้มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ แล้ว ยังต้องจัดตั้งมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๕ ปี มีผลประกอบ

การดี และเคยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินในช่วงใดช่วงหนึ่งอย่างต่อเนื่องไม่

น้อยกว่า ๓ ปี

(๓) ในกรณีที่เป็นกลุ่มนิติบุคคล นิติบุคคลแต่ละรายในกลุ่มนิติบุคคลนั้น จะ

ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี

(๔) ในกรณีที่เป็นสถาบันการเงินต่างชาติหรือกลุ่มสถาบันการเงินต่างชาติ

สถาบันการเงินต่างชาติและละรายต้องไม่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับ

ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งอยู่ในปัจจุบันหรือสถาบันการเงินที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือใน

เชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ต้องกำหนดให้ผู้เริ่มจัดตั้ง

ประเภท ๑ รายหนึ่งเป็นผู้นำของกลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ โดยนอกจากจะต้องเป็นนิติบุคคลที่มี

คุณสมบัติตามข้อ ๕ และต้องไม่มีผู้ถือหุ้นที่เป็นสถาบันการเงินต่างชาติถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละ

๑๕ ของทุนจดทะเบียนแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ต้องมีสินทรัพย์

สุทธิไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีเงินกองทุนชั้นที่ ๑ สุทธิไม่ต่ำกว่า ๒,๕๐๐ ล้านบาท มี

ฐานะการเงินมั่นคง มีผลประกอบการดี และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินล่าสุด

อย่างต่อเนื่องย้อนหลังไปไม่น้อยกว่า ๓ ปี

(๒) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งมา

แล้วไม่ต่ำกว่า ๕ ปี มีสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า

๒,๕๐๐ ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินล่าสุดอย่างต่อเนื่องย่อนหลัง

ไปไม่น้อยกว่า ๓ ปี

ในกรณีที่ผู้นำของกลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน

จำกัดตาม (๒) ผู้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ต้องกำหนดให้มีบริษัทเงินทุนหรือบริษัท

เงินทุนหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย ซึ่งมีสินทรัพย์สุทธิไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท

และมีฐานะมั่นคงอย่างน้อยหนึ่งบริษัทเป็นผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ ต้องไม่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิง

การบริหารกับผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒

ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ ต้องไม่มีความเกี่ยวข้องระหว่างกันเองตามหลักเกณฑ์ที่

บัญญัติไว้ในมาตรา ๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๒๘

ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ แต่ละรายหรือแต่ละกลุ่ม ต้องไม่มีความสัมพันธ์ในเชิง

การถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารระหว่างกันเอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ต้องกำหนดตัวบุคคลที่จะดำรง

ตำแหน่งประธานกรรมการ ประธานการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และรองผู้จัดการของธนาคาร

พาณิชย์ที่ขอจัดตั้ง เสนอมาพร้อมกับคำของอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ โดยบุคคลดังกล่าวต้อง

มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) มีความสามารถาในการบริหารโดยมีผลงานการบริหารที่ดีในอดีตมาแล้ว

(๒) มีความซื่อสัตย์สุจริต

(๓) ไม่เคยมีประวัติเสียหาย หรือดำเนินกิจการใด ที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง

หรือแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบหรือขาดความรอบคอบ หรือสะท้อนถึงวิธีการทำธุรกิจที่ไม่

เป็นธรรมหรือไม่น่าเชื่อถือ

(๔) ไม่เป็นลูกหนี้ด้วยคุณภาพ

(๕) ไม่เคยทำธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับ

ความสามารถหรือความรอบคอบของบุคคลนั้น ไม่ว่าในเรื่องของประเภทธุรกิจหรือในเรื่องของวิธี

การดำเนินธุรกิจ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ผู้ยื่นคำขอต้องเสนอหลักฐาน

ประกอบคำของอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ดังต่อไปนี้

(๑) หลักฐานของผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ และผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ซึ่งเป็น

บุคคลธรรมดา ได้แก่ ประวัติและข้อมูลที่สำคัญอื่น ๆ เช่น สินทรัพย์และหนี้สิน

(๒)หลักฐานเกี่ยวกับกิจการของผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ และผู้เริ่มจัดตั้งประเภท

๒ ที่เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ได้แก่ สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ สำเนาข้อ

บังคับ สำเนาหนังสือรับรองการจะทะเบียนบริษัท สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่นายทะเบียนหุ้น

ส่วนบริษัทมหาชนจำกัดแล้วแต่กรณีรับรอง งบการเงินล่าสุดอย่างต่อเนื่องย้อนหลัง ๕ ปี ที่ผู้สอบ

บัญชีรับรอง สถานที่ตั้งของกิจการ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทที่มีมติให้ดำเนินการยื่น

ขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ และรายชื่อ ประวัติการศึกษาและประสบการณ์การทำงานของ

กรรมการและผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้จัดการลงไปอีกสามระดับของนิติบุคคลนั้น

(๓) หลักฐานเกี่ยวกับกิจการของสถาบันการเงินต่างชาติที่เป็นผู้เริ่มจัดตั้ง

ประเภท ๒ ได้แก่ เอกสารหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล หนังสือแสดงเจตนาร่วมจัดตั้งธนาคาร

พาณิชย์ และงบการเงินล่าสุดอย่างต่อเนื่องย้อนหลัง ๕ ปี ที่ผู้สอบบัญชีรับรอง

(๔) หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินทุนอย่างชัดเจน

(๕) แผนภูมิการจัดองค์กรของธนาคารพาณิชย์ที่ขอจัดตั้ง พร้อมคำอธิบายหน้าที่

ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานของธนาคารพาณิชย์ที่ขอจัดตั้ง

(๖) แผนการดำเนินงานที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ที่ขอ

จัดตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์

ประกอบด้วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลังเป็นรอง

ประธาน รองปลัดกระทรวงการคลังซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายผู้ทรงคุณวุฒิด้านให้คำ

ปรึกษากฎหมายกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมบัญชีกลางเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการ

เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการอื่นอีกสองคน ซึ่งรัฐ

มนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้ง เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งว่าการธนาคารแห่ง

ประเทศไทยมอบหมาย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ให้คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ตามหลัก

เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขแห่งประกาศนี้ เพื่อคัดเลือกผู้ที่สมควรให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์เสนอ

ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณา และวินิจฉัยชี้

ขาดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าว และมีอำนาจเรียกเอกสารหลัก

ฐานใด ๆ จากผู้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ เพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในแบบคำขอ

อนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์เพื่อประกอบการพิจารณาได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ทุก

รายแล้ว ให้คณะกรรมการเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ต่อรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงการคลังไม่เกิน ๕ ราย แต่หากเห็นว่ามีผู้สมควรให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไม่ถึง ๕ รายจะ

เสนอรายชื่อน้อยกว่า ๕ รายก็ได้ ในกรณีนี้ ให้คณะกรรมการเสนอความเห็นพร้อมเหตุผลที่ควร

ให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ประกอบคำของทุกราย เพื่อ

ประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย

ในการพิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ให้คณะกรรมการพิจารณา

การปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในประกาศ นี้ของผู้ยื่นคำขอ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่น

ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ที่จะจัดตั้ง การพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างมีประสิทธิภาพ ความมั่นคงของระบบการเงิน ประโยชน์ของประชาชน การกระจายความ

เจริญไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาค และการแข่งขันทางการเงิน รวมทั้งจะต้องพิจารณาเรื่อง

ดังต่อไปนี้ด้วย คือ

(๑) ประวัติการบริหารงานและการปฏิบัติตามนโยบายของทางราชการของผู้นำ

ของกลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑

(๒) ประวัติการกระทำความผิดทางการเงิน หรือการถูกกล่าวโทษโดยกระทรวง

การคลัง แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ของผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ และผู้ที่ได้รับ

การเสนอชื่อให้เป็นประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และรองผู้จัด

การของธนาคารพาณิชย์ที่ขอจัดตั้ง

(๓) ความเกี่ยวข้องกันของผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ และผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒

ระหว่างกลุ่ม ระหว่างกันเอง หรือกับธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งอยู่ในปัจจุบันหรือสถาบันการเงินที่มี

ความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว ที่อาจทำให้

ธนาคารพาณิชย์ที่ขอจัดตั้งเกิดความไม่มั่นคงหรือถูกครอบงำกิจการจนขัดกับวัตถุประสงค์ของ

การอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ขึ้นใหม่

(๔) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบันการเงินต่างชาติหรือกลุ่มสถาบันการเงินต่างชาติ

ที่เป็นผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ในด้านของขนาด ชื่อเสียง และการกระจายสาขาที่จะมีความเกี่ยวข้อง

กับการพัฒนาธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ที่ขอจัดตั้ง

การพิจารณาออกใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์

------------ ข้อ ๑๓ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ผู้ใด

ดำเนินการจัดตั้งะนาคารพาณิชย์แล้ว ให้ผู้นั้นยื่นของรับในอนุญาตให้ประกอบการธนาคาร

พาณิชย์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบ โดยต้อง

ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ต้องจัดตั้งและจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ใน

จังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา พิษณุโลก ระยอง ลำปาง สงขลา สุราษฎร์ธานี หรือ

อุบลราชธานี โดยมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๗,๕๐๐ ล้านบาท และมีทุนชำระแล้วเต็มมูลค่าในทัน

ทีที่มีการกระจายหุ้นตาม (๒) แล้ว

(๒) ต้องกำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัดตาม (๑) มีสัดส่วนการถือหุ้นดังต่อไปนี้

(ก) กลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ ต้องถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวร้อยละ ๒๕ ของทุน

จดทะเบียน โดยผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ แต่ละรายจะถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของทุนจดทะเบียน

(ข) กลุ่มผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ต้องถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวร้อยละ ๒๕ ของทุน

จดทะเบียน โดยผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ที่เป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือสถาบันการเงินต่าง

ชาติ แต่ละรายจะถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของทุนจดทะเบียน สำหรับผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ที่

เป็นกลุ่มนิติบุคคลหรือกลุ่มสถาบันการเงินต่างชาติ แต่ละกลุ่มจะถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของ

ทุนจดทะเบียน

(ค) หุ้นอีกร้อยละ ๕๐ ของทุนจดทะเบียน ให้จำหน่ายอย่างกว้างขวางแก่ผู้มีสิทธิ

ซื้อหุ้นตามราคามูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้ โดยให้แบ่งขายให้แก่บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน

จังหวัดอันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ที่จะจัดตั้งขึ้นร้อยละ ๑๐ ของทุนจด

ทะเบียน ถ้าผู้มีสิทธิซื้อหุ้นแจ้งความจำนงตอบรับจะซื้อหุ้นไม่ครบตามเกณฑ์ดังกล่าว ให้ผู้ซึ่งได้รับ

ความเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ชี้แจงเหตุผลพร้อมทั้งเสอนวิธีการจัดสรรหุ้นที่

เหลืออยู่แก่ประชาชนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาอนุญาตเป็นกรณี ๆ ไป ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการกระจายหุ้นตามภาคผนวกท้ายประกาศนี้

(๓) ต้องนำความใน (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ของข้อ ๑๖ ไปจดทะเบียน

เป็นข้อบังคับของบริษัทมหาชนจำกัดและกำหนดไว้ในข้อบังคับว่าการแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวจะ

กระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

(๔) ต้องดำเนินการมิให้ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ หรือผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ มี

ความสัมพันธ์ในเชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งอยู่ในปัจจุบันหรือสถาบันการเงินที่มี

ความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว

(๕) ต้องดำเนินการให้ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ หรือผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ที่ถือ

หุ้นเกินร้อยละ ๒ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดในธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งอยู่ในปัจจุบัน

รายใดรายหนึ่งหรือสถาบันการเงินที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับ

ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจำหน่ายหุ้นในส่วนที่เกินนั้นเสีย เว้นแต่ในกรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑

หรือผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ดังกล่าว เป็นบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และไม่

ประสงค์จะจำหน่ายหุ้นในส่วนที่เกินนั้นในทันที ก็ให้นำหุ้นในส่วนที่เกินดังกล่าวไปฝากไว้ในความ

ดูแลของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อทยอยขายใน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้หมดภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนิน

การจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ และขณะที่ยังมิได้ขายหุ้นดังกล่าวต้องไม่ใช้สิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือ

หุ้นดังกล่าวต้องไม่ใช้สิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้นนั้น

(๖) ต้องดำเนินการให้ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งอยู่ในปัจจุบันหรือสถาบันการเงิน

ที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว ที่ถือหุ้นเกิน

ร้อยละ ๒ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดในนิติบุคคลที่เป็นผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ หรือผู้

ริเริ่มจัดตั้งประเภท ๒ จำหน่ายหุ้นในส่วนที่เกินนั้นเสีย เว้นแต่ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการให้ผู้ถือ

หุ้นดังกล่าวจำหน่ายหุ้นในส่วนที่เกินนั้นในทันที่ได้ ก็ต้องดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นนั้นนำหุ้นในส่วนที่

เกินดังกล่าวไปฝากไว้ในความดูแลของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่ง

ประเทศไทย เพื่อทยอยขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้หมดภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่

ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ และในขณะที่ยังมิได้ขายหุ้นดังกล่าวต้อง

ไม่ใช้สิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้นนั้น

(๗) ต้องดำเนินการให้ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ และผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ ทำคำ

มั่นตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เพื่อผูกพันตนว่าภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่ธนาคาร

พาณิชย์ที่จะจัดตั้งขึ้นเปิดดำเนินการ บุคคลดังกล่าวจะปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(ก) จะไม่มีความสัมพันธ์ในเชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์อื่นหรือสถาบัน

การเงินที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว

(ข) จะไม่ถือหุ้นเกินร้อยละ ๒ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดใน

ธนาคารพาณิชย์อื่นรายใดรายหนึ่งหรือสถาบันการเงินที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือใน

เชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว

(ค) ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล จะไม่ให้ธนาคารพาณิชย์อื่นรายใดรายหนึ่ง หรือ

สถาบันการเงินที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว

ถือหุ้นของนิติบุคคลนั้นรวมกันเกินร้อยละ ๒ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

(๘) ต้องดำเนินการให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นแต่งตั้งประธานกรรมการประธาน

กรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการของธนาคารพาณิชย์ที่จะจัดตั้งขึ้นตามที่ได้ระบุไว้ในคำขอ

อนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ และต้องแต่งตั้งรองผู้จัดการตามที่ได้ระบุไว้ในคำของอนุญาตจัดตั้ง

ธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งต้องเสนอรายชื่อกรรมการอื่น และผู้บริหารตั้งแต่ระดับต่ำกว่ารองผู้จัด

การลงไปสองระดับ ที่มีความสามารถและความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งนั้น ๆ เพื่อขออนุญาต

จากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ดำรงตำแหน่ง และนับแต่วันที่บุคคลดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งหรือ

ถูกเสนอรายชื่อเพื่อขออนุญาต บุคคลนั้นต้องไม่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการ

บริหารกับธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งอยู่ในปัจจุบันหรือธนาคารพาณิชย์อื่นที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่

ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหารกรรมการผู้

จัดการ หรือรองผู้จัดการ ตามที่ได้ระบุไว้ในคำของอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ได้ ให้ชี้แจงเหตุ

ผลพร้อมทั้งชื่อบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๙ และข้อ ๑๓ (๘) ให้

ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาอนุญาตอีกครั้งหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ก่อนได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ หากปรากฏว่าผู้

ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์รายใดขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้ามฝ่าฝืนหรือไม่

ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ หรือ ข้อ ๑๐ หรือปรากฏข้อ

เท็จจริงในภายหลังว่าสมควรเพิกถอนการให้ความเห็นชอบด้วยเหตุตามข้อ ๑๒ วรรคสอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเพิกถอนการให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งธนาคาร

พาณิชย์แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์รายนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ได้

ดำเนินการตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะออกใบอนุญาต

ให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกใบอนุญาตให้ประกอบการ

ธนาคารพาณิชย์แล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ และธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้ง

ขึ้นใหม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ภายใน ๑ ปี นับแต่วันได้รับอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์

ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวต้องเปิดดำเนินการแก่ประชาชน

(๒) ภายใน ๕ ปี นับแต่วันเปิดดำเนินการ ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ และผู้เริ่มจัด

ตั้งประเภท ๒ จะจำนำหุ้นหรือจะถือหุ้นน้อยกว่าส่วนที่ตนถืออยู่แล้วในขณะจัดตั้งบริษัทมหาชน

จำกัดไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย

(๓) ภายใน ๓ ปี นับแต่วันเปิดดำเนินการ ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ต้อง

เข้าไปร่วมฟื้นฟู ร่วมถือหุ้น หรือร่วมบริหารสถาบันการเงินอื่นตามที่ทางราชการร้องขอ

(๔) ภายใน ๓ ปี นับแต่วันเปิดดำเนินการ ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ต้อง

ไม่ยื่นขออนุญาตจดทะเบียนหุ้นของตนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่ง

ประเทศไทย

(๕) ภายใน ๕ ปี นับแต่วันเปิดดำเนินการ ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ต้อง

ไม่ให้สินเชื่อหรือก่อภาระผูกพัน เช่น ให้หรือให้ยืม แก่ผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๑ หรือผู้เริ่มจัดตั้ง

ประเภท ๒ หรือนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการถือหุ้นหรือในเชิงการบริหารกับผู้เริ่มจัดตั้ง

ประเทศ ๑ หรือผู้เริ่มจัดตั้งประเภท ๒ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยตาม

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด

(๖) เมื่อธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นเปิดดำเนินการแล้ว การแต่งตั้งและเปลี่ยน

แปลงกรรมการและผู้บริหารตั้งแต่ระดับรองผู้จัดการลงไปสองระดับต้องได้รับอนุญาตจาก

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในกรณีที่กรรมการและผู้บริหารตั้งแต่ระดับรองผู้จัดการลงไปสองระดับของ

คุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๙ และข้อ ๑๓ (๘) ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจ

เพิกถอนการอนุญาตตามวรรคหนึ่งได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ มาตรการสนับสนุนของทางราชการ

(๑) ภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่เปิดดำเนินการ ทาง

ราชการจะสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์นั้นเปิดสาขาได้เป็นพิเศษทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

ทางกราชการกำหนด

(๒) ทางราชการจะพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการ

ดำเนินกิจการธนาคารพาณิชย์ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่เป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้เท่า

เทียมกับธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งอยู่ในปัจจุบัน เช่นใบอนุญาตให้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจค้าตราสารหนี้เป็นต้น

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ในประกาศนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

[รก.๒๕๓๘/พ๔๔ง/๑/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๘]

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1f00d6105c4a3f29

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com