法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง พ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ

ก.บ.ศป.

ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ และเงินกลาง

พ.ศ.

๒๕๖๒

โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ และเงินกลาง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๑/๘ (๖)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

(ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ก.บ.ศป. จึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง

พ.ศ. ๒๕๖๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ศาล”

หมายความว่า ศาลปกครองหรือตุลาการศาลปกครอง

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

“เจ้าหน้าที่การเงิน”

หมายความว่า

ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งตามระเบียบนี้ให้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชี

“เงินค่าธรรมเนียม”

หมายความว่า เงินค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องคดีหรือการอุทธรณ์ หรือเงินค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล

“เงินค่าปรับ”

หมายความว่า

เงินค่าปรับที่ศาลสั่งลงโทษหรือสั่งปรับตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๒

“เงินกลาง”

หมายความว่า เงินที่คู่กรณีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องนำมาวางศาลเพื่อชำระให้แก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง

หรือนำมาวางศาลตามบทบัญญัติของกฎหมาย

และให้หมายความรวมถึงเงินที่ได้จากการบังคับคดีเพื่อชำระให้แก่คู่กรณีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล

“ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์”

หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

เช่น วิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

หรือสื่อดิจิทัลอื่นใด

“ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์”

หมายความว่า อักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

และเพื่อแสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงินและการคืนเงินที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน

รวมทั้งการพัสดุของสำนักงานศาลปกครองโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้ ก.บ.ศป. เป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง หรือหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุนเป็นหน่วยงานรับเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ หรือเงินกลาง ในคดีของศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง

และให้สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค เป็นหน่วยงานรับเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ

หรือเงินกลาง ในคดีของศาลปกครองในภูมิภาค

เมื่อได้รับเงินตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับเงินไว้เป็นหลักฐานสี่ฉบับ ประกอบด้วยต้นฉบับและสำเนาสามฉบับ

โดยต้นฉบับมอบให้ผู้นำเงินมาชำระ สำเนาฉบับที่หนึ่งเก็บไว้ในสำนวนคดี สำเนาฉบับที่สองมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี

และสำเนาฉบับที่สามติดไว้ในเล่มเพื่อการตรวจสอบ

ใบรับเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ และเงินกลาง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ใบรับเงินสำหรับการรับเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ หรือเงินกลาง ทางระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์

ให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับเงินในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

และให้ถือเป็นใบรับเงินในราชการศาลปกครอง

ทั้งนี้ ผู้รับเงินหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าตรวจสอบและพิมพ์ใบรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานได้

ใบรับเงินตามวรรคหนึ่งต้องมีปีงบประมาณกำกับและให้มีเลขที่เรียงกันไปในปีหนึ่ง

ๆ เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ระบบจะกำหนดปีงบประมาณใหม่และเลขที่ใหม่

สำหรับลำดับที่ให้เรียงลำดับกันไปในวันหนึ่ง ๆ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การรับชำระเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ และเงินกลาง ให้รับชำระด้วยวิธีการตามที่กำหนดในข้อ ๓๔

แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓

ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นในการเรียกเก็บเงินตามวิธีการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

ให้ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินดังกล่าวเป็นผู้รับภาระ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

แล้วแต่กรณี ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑)

เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารโดยใช้ชื่อบัญชี

“เงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับของสำนักงานศาล (ระบุชื่อ)” กับธนาคารซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ

จำนวนสองบัญชี คือ บัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ และบัญชีประเภทกระแสรายวัน

(๒)

เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารโดยใช้ชื่อบัญชี “เงินกลางของ (ระบุชื่อ)”

กับธนาคารซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ จำนวนสองบัญชี คือ บัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์

และบัญชีประเภทกระแสรายวัน

การดำเนินการตาม

(๑) และ (๒) ให้ตกลงเงื่อนไขกับธนาคารว่า สำนักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

แล้วแต่กรณี จะฝากเงินเข้าบัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ แต่จะถอนเงินผ่านบัญชีประเภทกระแสรายวัน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

แล้วแต่กรณี นำเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับฝากเข้าบัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ตามข้อ

๑๑ วรรคหนึ่ง (๑) และเงินกลางฝากเข้าบัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ตามข้อ

๑๑ วรรคหนึ่ง (๒) ในวันที่ได้รับเงินนั้น หรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

ในกรณีที่มีการจ่ายเงินตามข้อ

๑๘ ให้นำเงินคงเหลือฝากเข้าบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในวรรคหนึ่ง

หมวด

การจ่ายคืนเงิน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่ต้องดำเนินการจ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ

ให้ศาลบันทึกไว้ในสำนวนคดีว่าจ่ายคืนให้แก่ผู้ใด

เป็นจำนวนเท่าใด แล้วออกใบสั่งคืนเงินดังกล่าว โดยให้ตุลาการศาลปกครองหนึ่งคนลงลายมือชื่อไว้ในใบสั่งคืนจำนวนสามฉบับ

แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินทั้งสามฉบับเพื่อรวมไว้ในสำนวนคดีหนึ่งฉบับ

เก็บไว้เป็นหลักฐานในการลงบัญชีหนึ่งฉบับ

และเก็บไว้เป็นหลักฐานการจ่ายคืนเงินอีกหนึ่งฉบับ

ใบสั่งคืนเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับ

ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในกรณีที่ต้องดำเนินการจ่ายคืนเงินกลาง

ให้เจ้าหน้าที่การเงินจัดทำหลักฐานการจ่ายคืนเงินกลางจำนวนสามฉบับ

แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินทั้งสามฉบับ เพื่อรวมไว้ในสำนวนคดีหนึ่งฉบับ

เก็บไว้เป็นหลักฐานในการลงบัญชีหนึ่งฉบับ และเก็บไว้เป็นหลักฐานการจ่ายคืนเงินอีกหนึ่งฉบับ

หลักฐานการจ่ายเงินกลาง

ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับตามข้อ

๑๓ ให้สั่งจ่ายจากบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวันตามข้อ

๑๑ วรรคหนึ่ง (๑) โดยให้บุคคลดังต่อไปนี้ลงนามในเช็คร่วมกัน

(๑) การลงนามในเช็คในส่วนกลาง ให้ผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองสูงสุด

ผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองกลาง

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี

ลงนามในเช็คร่วมกับผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานศาลปกครองกำหนด

(๒) การลงนามในเช็คในส่วนภูมิภาค

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในเช็คร่วมกับผู้อำนวยการกลุ่มที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิรับเงินประสงค์ให้นำเช็คตามวรรคหนึ่งเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน และยินยอมให้หักเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ธนาคารเรียกเก็บจากเงินที่ได้รับสำนักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

แล้วแต่กรณี จะดำเนินการให้ตามความประสงค์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การจ่ายคืนเงินกลางตามข้อ ๑๔

ให้สั่งจ่ายจากบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวันตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง (๒)

โดยให้บุคคลดังต่อไปนี้ลงนามในเช็คร่วมกัน

(๑)

การลงนามในเช็คในส่วนกลาง ให้ผู้อำนวยการสำนักบังคับคดีปกครองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในเช็คร่วมกับผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานศาลปกครองกำหนด

(๒)

การลงนามในเช็คในส่วนภูมิภาค ให้ผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในเช็คร่วมกับผู้อำนวยการกลุ่มที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

ให้นำความในข้อ

๑๕ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการจ่ายเงินกลางโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การเขียนเช็คสั่งจ่ายตามข้อ ๑๕

และข้อ ๑๖ ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของผู้มีสิทธิรับเงินหรือตามที่ศาลมีคำสั่ง โดยขีดฆ่าคำว่า

“หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมด้วย

(๒)

การเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินในเช็คที่เป็นตัวอักษร ให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชิดคำว่า “บาท” และขีดเส้นหน้าจำนวน

อย่าให้มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินเพิ่มเติมได้ และให้ขีดเส้นตรงหลังชื่อสกุล

ชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน จนชิดคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ”

แล้วแต่กรณี โดยมิให้มีการเขียนหรือพิมพ์ชื่อบุคคลอื่นเพิ่มเติมได้อีก

ในกรณีที่มีการระบุรายการในเช็คผิดพลาด

ให้ยกเลิกเช็คโดยประทับคำว่า “ยกเลิก” ด้วยตรายางสีแดงไว้ที่ด้านหน้าเช็คนั้น

และให้คงเช็คที่ยกเลิกนั้นไว้กับต้นขั้วเพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การจ่ายเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ

หรือเงินกลางที่ไม่เกิน ๕,๐๐๐

บาท จะจ่ายด้วยเงินสดก็ได้ การจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง ให้จ่ายจากเงินสดที่ได้รับในวันนั้น

หมวด

เงินค้างจ่าย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ถ้าผู้มีสิทธิไม่มาขอรับเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในระยะเวลาห้าปี

ตามข้อ ๑๗๗

แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

เมื่อได้มีการออกเช็คสั่งจ่ายเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ และเงินกลางแล้ว ให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินไม่มาขอรับเช็คจนเกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗

แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้ยกเลิกเช็ค และนำเงินนั้นส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

(๒)

ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินได้มาขอรับเช็คนั้นเกินระยะเวลาหกเดือน นับแต่วันออกเช็ค

แต่ยังไม่เกินระยะเวลาห้าปี ให้ยกเลิกเช็คนั้นแล้วออกเช็คให้ใหม่

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเช็คเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ และเงินกลางไปแล้ว แต่ธนาคารยังไม่มีการจ่ายเงินตามเช็คนั้น

ให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) เช็คเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับ

หากเช็คนั้นเกินระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันออกเช็ค ตามมาตรา

๑๐๐๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้นำเงินจำนวนดังกล่าวส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

(๒)

เช็คเงินกลาง หากเช็คนั้นเกินระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันออกเช็ค ตามมาตรา ๑๐๐๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

และเกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้นำเงินจำนวนดังกล่าวส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

(๓)

เช็คเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง

หากเช็คนั้นเกินระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันออกเช็ค และเกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗

แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓ ถ้าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๑

และผู้มีสิทธิรับเงินได้นำเช็คนั้นมาขอให้เปลี่ยนเช็คให้ใหม่ภายในระยะเวลาหนึ่งปี

นับแต่วันออกเช็ค ให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการออกเช็คให้ใหม่

(๔)

เช็คเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง หากเช็คนั้นไม่ได้นำไปเรียกเก็บเงินจนเกินระยะเวลาหนึ่งปี

นับแต่วันออกเช็ค แต่ไม่เกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗

แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓ ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินได้นำเช็คนั้นมาขอให้เปลี่ยนเช็คใหม่ ให้ดำเนินการยกเลิกเช็คนั้น

แล้วออกเช็คให้ใหม่

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ภายใต้บังคับข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑

เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเช็คเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลางไปแล้ว

และผู้มีสิทธิรับเงินได้ทำเช็คนั้นชำรุดหรือสูญหายไป หรือในกรณีธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

ให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

เช็คชำรุดและธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน

ให้ผู้มีสิทธิรับเงินนำเช็คนั้นพร้อมหลักฐานที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาแสดง

และให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการยกเลิกเช็คนั้นแล้วออกเช็คให้ใหม่

(๒)

เช็คสูญหาย เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินแสดงหลักฐานบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเช็คสูญหาย ให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการแจ้งธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คนั้นโดยเร็ว

เมื่อธนาคารแจ้งว่าได้ระงับการจ่ายเงินตามเช็คนั้นแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการยกเลิกเช็คนั้น แล้วออกเช็คให้ใหม่

(๓)

เช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเหตุอื่น

ให้ผู้มีสิทธิรับเงินนำเช็คนั้นพร้อมหลักฐานที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาแสดง

และให้เจ้าหน้าที่การเงินดำเนินการแก้ไขตามที่จำเป็นหรือออกเช็คให้ใหม่

แล้วแต่กรณี

หมวด

การส่งเงินเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อสิ้นปีงบประมาณหนึ่ง

ๆ ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุน สำนักงานศาลปกครองสูงสุด

สำนักงานศาลปกครองกลาง สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค และสำนักบังคับคดีปกครอง สำรวจเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ

และเงินกลาง ค้างจ่าย ถ้าปรากฏว่ามีเงินค้างจ่าย ตามข้อ ๑๗๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือเช็คค้างจ่าย

ให้ดำเนินการตรวจสอบเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง ค้างจ่ายนั้นกับสำนวนความ

เมื่อถูกต้องตรงกัน ให้จัดทำรายงานเจ้าหน้าที่เสนอศาลเพื่อสั่งให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ดอกเบี้ยที่เกิดจากการนำเงินค่าธรรมเนียม

เงินค่าปรับ และเงินกลางฝากธนาคารตามข้อ ๑๒ ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุน

สำนักงานศาลปกครองสูงสุด สำนักงานศาลปกครองกลาง สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

และสำนักบังคับคดีปกครอง ถอนจากบัญชีธนาคารเมื่อสิ้นปีงบประมาณ แล้วนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินภายในเดือนตุลาคมของทุกปี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุนและสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคกันเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับไว้ในบัญชีธนาคารเพื่อการถอนคืนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

และเมื่อสิ้นปีงบประมาณให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

แล้วแต่กรณี ถอนเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับเฉพาะคดีที่ถึงที่สุดแล้วและศาลมิได้สั่งคืน

พร้อมทั้งดอกเบี้ยจากบัญชีธนาคารเพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินภายในเดือนตุลาคมของทุกปี

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

ปิยะ

ปะตังทา

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง

ชญานิศ/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๓

ปริญสินีย์/ตรวจ

๑๑

พฤศจิกายน ๒๕๖๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๗๖ ก/หน้า ๒๙/๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๒

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง พ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1fa5d16c01561529

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com