法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
87
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง

การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต

พ.ศ. ๒๕๕๖

ธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่บริษัทรับโอนความเสี่ยงภัยจากประชาชนและภาคธุรกิจ

มีความรับผิดต้องชดใช้เงินตามสัญญาประกันภัย โดยได้รับชำระเบี้ยประกันภัยเป็นการตอบแทน

เพื่อให้บริษัทสามารถจัดสรรสำรองประกันภัยให้เพียงพอต่อภาระผูกพันที่มีต่อเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย

บริษัทจึงต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพียงพอและสอดคล้องกับภาระผูกพันที่มีอยู่สำหรับบริษัทที่มีศักยภาพ

ระบบงาน บุคลากร และทรัพยากรเพียงพอ

บริษัทอาจประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือจากการประกอบธุรกิจประกันชีวิตเพื่อหาผลตอบแทนเพิ่มเติมได้

โดยระมัดระวังมิให้การประกอบธุรกิจอื่นดังกล่าวก่อความเสียหาย หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานตามปกติของบริษัท

ดังนั้น การลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท

จึงเป็นธุรกรรมที่สำคัญต่อการดำเนินงานและความมั่นคงของบริษัทที่คณะกรรมการบริษัทต้องให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม

รวมทั้งติดตามควบคุมการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีการดำเนินการอย่างเหมาะสม

เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับภาระผูกพันความพร้อมของระบบงาน

ความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๓๕

และมาตรา ๓ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

พ.ศ. ๒๕๕๐

ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่

๕/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๘/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๘

มิถุนายน ๒๕๕๖ และครั้งที่ ๙/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง

การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

(๒) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง

การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.

๒๕๔๙

(๓) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง

การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๔ มกราคม

พ.ศ. ๒๕๕๐

(๔) ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๗

กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓

(๕) ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

“บริษัท” หมายความว่า

บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต

และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต

“คณะกรรมการบริษัท” หมายความว่า

คณะกรรมการของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต

หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในกรณีของสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และให้หมายความรวมถึงธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นที่ประกอบธุรกิจภายในราชอาณาจักร

“บริษัทจำกัด” หมายความว่า

บริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด

และให้หมายความรวมถึงนิติบุคคลอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

“ตราสารหนี้” หมายความว่า

ตราสารที่แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกพันทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะต้องจ่ายเงินสด

หรือสินทรัพย์อื่น

ให้แก่ผู้ถือตราสารตามจำนวนและเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้โดยชัดเจนหรือโดยปริยาย

ได้แก่ พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน สลากออมทรัพย์ หุ้นกู้

ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทคุ้มครองเงินต้น

ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นกู้ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงศุกูก

หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

“สลากออมทรัพย์” หมายความว่า

สลากระดมเงินออมที่ออกโดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

มีการจ่ายผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด และมีสิทธิได้รับเงินรางวัลเป็นงวด

“ศุกูก” หมายความว่า

ตราสารทางการเงินที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นใบทรัสต์ที่ออกโดยทรัสต์ผู้ออกศุกูก

(๒)

มีการกำหนดโครงสร้างของการทำธุรกรรมของกองทรัสต์เพื่อนำเงินที่ได้จากการออกตราสารไปหาประโยชน์ในรูปแบบที่เป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม

และ

(๓) มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการคืนเงินลงทุนและอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่กองทรัสต์จะได้รับจากผู้ระดมทุนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือตราสาร

และมีการกำหนดเงื่อนไขการคืนเงินลงทุนและอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่กองทรัสต์จะจ่ายให้แก่ผู้ถือตราสารด้วย

ซึ่งการกำหนดอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม

“ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน”

หมายความว่า หุ้นกู้แปลงสภาพ หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

“ตราสารทุน” หมายความว่า

ตราสารที่แสดงว่าผู้ถือตราสารมีความเป็นเจ้าของในส่วนได้เสียคงเหลือของกิจการที่ไปลงทุน

ได้แก่ หุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (NVDR) หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นสามัญ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

“หน่วยลงทุน” หมายความว่า

หน่วยลงทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน

ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs)

หรือใบทรัสต์ของกองทรัสต์อื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“สัญญาซื้อขายล่วงหน้า”

หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“สัญญาซื้อขายล่วงหน้าขั้นพื้นฐาน (Plain Vanilla Derivatives)”

หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่สามารถแยกเป็นองค์ประกอบย่อยได้

และไม่มีการเพิ่มโครงสร้าง หรือเงื่อนไขอื่น ๆ เข้าไปในสัญญา เช่น currency futures, cross currency swaps, interest rate futures, interest rate swaps, equity futures หรือ equity options

“ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง” หมายความว่า

ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“หลักทรัพย์” หมายความว่า

หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ”

หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ”

หมายความว่า องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นองค์การหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

และหมายความรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา

และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีรูปแบบพิเศษ

“องค์กรระหว่างประเทศ”

หมายความว่า World Bank หรือ Asian Development Bank (ADB) หรือ International Finance Corporation (IFC)

หรือองค์กรหรือนิติบุคคลตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

“ธนาคารต่างประเทศ” หมายความว่า

ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร

“อันดับความน่าเชื่อถือ”

หมายความว่า

สัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“อันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)” หมายความว่า

อันดับความน่าเชื่อถือที่แต่ละสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

กำหนดว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้

“สินทรัพย์ลงทุนของบริษัท”

หมายความว่า

สินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนได้ตามประกาศฉบับนี้ตามราคาประเมินที่ปรากฏในรายงานการดำรงเงินกองทุน

สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุดที่บริษัทเสนอต่อนายทะเบียนตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ในการจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต ทั้งนี้

หมายความรวมถึงสินทรัพย์ลงทุนของกรมธรรม์ประกันภัยแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (universal life) แต่ไม่รวมถึงการรับอาวัลตั๋วเงินและการออกหนังสือค้ำประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง

ๆ ตามข้อ ๒๕ (๘)

ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้มูลค่าของสินทรัพย์ลงทุนในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดำรงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี

ให้บริษัทจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุน

ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต

และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทาน

พร้อมทั้งแสดงจำนวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันชีวิต

ซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

“ราคาประเมิน” หมายความว่า

ราคาประเมินทรัพย์สินของบริษัทตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันชีวิต

“ผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน” หมายความว่า ผู้จัดการ หรือหัวหน้าส่วนงานของหน่วยงานการลงทุน

ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการลงทุนให้มีอำนาจตัดสินใจลงทุน

และบริหารเงินลงทุนของบริษัท หรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า

“ภาระผูกพัน” หมายความว่า

ข้อผูกพันที่เป็นเหตุให้เจ้าของสินทรัพย์จำต้องยอมรับการกระทำบางอย่างซึ่งกระทบกับสินทรัพย์นั้น

หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีผลอยู่ในสินทรัพย์นั้น

“งานสนับสนุน” หมายความว่า

งานปฏิบัติการซึ่งบริษัทจะต้องปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจปกติหรืองานที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินงานปกติของบริษัท

เช่น การจัดตั้งการบริหารกลุ่มรับเสี่ยงภัย (pool)

การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน งานบัญชีการเงิน งานธุรการ

งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานทรัพยากรบุคคล งานตรวจสอบภายใน

งานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (compliance)

หรืองานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานดังกล่าว หรืองานสนับสนุนอื่น

ตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

“งานเทคโนโลยีสารสนเทศ”

หมายความว่า งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นงานสนับสนุนการให้บริการด้านการประกันภัย

เช่น งานด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์

การจัดเก็บข้อมูล

“งานติดต่อหรือแนะนำบริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์” หมายความว่า การให้บริการแนะนำ เผยแพร่ข้อมูลและบริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ให้แก่ลูกค้าและติดต่อชักชวนลูกค้าให้มาใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์

เช่น การเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงการแจก รวบรวม

ตรวจสอบเอกสารคำขอ และหลักฐานประกอบในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

“สินทรัพย์รวมของบริษัท”

หมายความว่า สินทรัพย์ของบริษัทตามราคาประเมินที่ปรากฏในรายงานการดำรงเงินกองทุน ณ

สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุด

รวมถึงสินทรัพย์ลงทุนของกรมธรรม์ประกันภัยแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์

ที่บริษัทเสนอต่อนายทะเบียนตามประกาศนายทะเบียน ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต

แต่ไม่รวมถึงการรับอาวัลตั๋วเงินและการออกหนังสือค้ำประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง

ๆ ตามข้อ ๒๕ (๘)

ในกรณีที่ประสงค์จะใช้มูลค่าของสินทรัพย์รวมในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดำรงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี

ให้บริษัทจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุน

ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต

และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทาน

พร้อมทั้งแสดงจำนวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันชีวิต

ซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

“เงินกองทุนส่วนเกิน”

หมายความว่า เงินกองทุนส่วนที่เกินจากจำนวนที่บริษัทต้องดำรงไว้ตามมาตรา ๒๗

ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต ที่ปรากฏในรายงานการดำรงเงินกองทุน ณ

สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุด

ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้มูลค่าของเงินกองทุนส่วนเกิน

ในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดำรงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี

ให้บริษัทจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุน ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต

และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทาน

พร้อมทั้งแสดงจำนวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันชีวิต

ซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท

ให้บริษัทดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของประกาศฉบับนี้

โดยยึดถือหลักการ ดังต่อไปนี้

(๑) คณะกรรมการบริษัทต้องให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายการลงทุนและ

การประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม

และกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับความพร้อมของบริษัท รวมถึงติดตาม

ควบคุมดูแลให้การลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์

โดยคำนึงถึงความมั่นคง สถานะทางการเงิน

การดำเนินงานของบริษัทรวมถึงหลักธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง

(๒) บริษัทต้องบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจ

ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต และเหมาะสมต่อภาระผูกพันที่บริษัทมีต่อผู้เอาประกันภัย

ทั้งในรูปกระแสเงินสด จำนวนเงิน ระยะเวลา และสกุลเงิน

(๓) ในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทจะต้องพิจารณาถึงความพร้อมทั้งด้านระบบงานความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร

โดยคำนึงถึงความมั่นคง สภาพคล่อง และการกระจายความเสี่ยง

รวมทั้งความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด (market risk) ความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (liquidity risk) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (operational risk) ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว (concentration risk) หรือความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (strategic risk)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

บริษัทต้องลงทุนและประกอบธุรกิจอื่น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ไม่กระทำการหรืองดเว้นการที่ต้องกระทำใด ๆ อันเป็นผลให้บริษัทต้องจ่ายเงินหรือสินทรัพย์อื่นมากกว่าจำนวนที่พึงจ่าย

หรือให้บริษัทได้รับเงินหรือทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใด ๆ

น้อยกว่าจำนวนที่พึงได้รับ

การลงทุน

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คณะกรรมการบริษัทต้องมีความรู้และความเข้าใจในธุรกิจประกันภัย สินทรัพย์ที่บริษัทลงทุน

และการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน และมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาอนุมัติ

(ก) กรอบนโยบายการลงทุน

(ข) กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน

การพิจารณาอนุมัติตาม (๑)

ให้หมายความรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ

(๒) จัดให้มีกระบวนการติดตามสอดส่องผลการดำเนินงานด้านการลงทุน

ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายในที่เพียงพอ

เพื่อให้การลงทุนของบริษัทเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน

ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุน และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(๓) จัดให้มีการทบทวนระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk appetite) ของบริษัท

และกระบวนการระบุความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในตราสารทางการเงินในปัจจุบัน

และจากตราสารทางการเงินใหม่ ทั้งในและนอกงบแสดงฐานะการเงิน

(๔) แต่งตั้งคณะกรรมการลงทุน

(๕) มอบหมายหน่วยงานที่เป็นอิสระจากหน่วยงานการลงทุนในการระบุและประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

บริษัทต้องจัดให้มีคณะกรรมการลงทุน

ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ประกอบด้วย

(๑) กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัท และ

(๒) บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีเกี่ยวกับการบริหารการลงทุน

การบริหารความเสี่ยง หรือการวิเคราะห์หลักทรัพย์

ซึ่งอาจเป็นกรรมการผู้บริหารของบริษัท หรือบุคคลภายนอกก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการลงทุนของบริษัท คณะกรรมการลงทุนมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำกรอบนโยบายการลงทุน เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

(๒)

พิจารณาอนุมัติแผนการลงทุนของบริษัทที่สอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน

และนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม

(๓) กำกับดูแลการลงทุนของบริษัท ให้เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน

นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุน และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(๔) กำกับดูแลในเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส

และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับธุรกรรมการลงทุนของบริษัท

(๕) กำกับดูแล ระบบงาน บุคลากร

และข้อมูลที่ใช้ประกอบการลงทุนของบริษัทให้มีความเพียงพอต่อการดำเนินงาน

(๖) บริหารเงินลงทุนตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

(๗) รายงานผลการลงทุนให้คณะกรรมการบริษัททราบอย่างสม่ำเสมอ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

บริษัทต้องจัดทำกรอบนโยบายการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร

ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม การออกแบบผลิตภัณฑ์ การรับประกันภัย

การทำสัญญาประกันภัยต่อการบริหารทรัพย์สินและหนี้สิน ฐานะเงินกองทุน

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผลตอบแทนที่คาดหวัง

ความพร้อมของระบบงานและบุคลากรในการรองรับการลงทุน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย

ดังต่อไปนี้

(๑) ขอบเขตประเภทสินทรัพย์ที่บริษัทจะลงทุน (asset allocation)

(๒) จำนวนวงเงินลงทุนที่ผู้บริหารแต่ละระดับสามารถอนุมัติให้ลงทุนได้

(๓) เงื่อนไขการนำสินทรัพย์ลงทุนไปก่อภาระผูกพัน

(๔) เงื่อนไขการทำธุรกรรมยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์

และการทำธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน (ถ้ามี)

(๕) นโยบายการว่าจ้างนิติบุคคลภายนอกให้ดำเนินการลงทุนแทนบริษัท

ที่กำหนดคุณสมบัติและแนวทางการคัดเลือกนิติบุคคลภายนอก

ข้อกำหนดให้นิติบุคคลที่บริษัทว่าจ้างปฏิบัติตามกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัทที่ชัดเจน

การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของนิติบุคคลที่บริษัทว่าจ้าง และการรายงานผลการปฏิบัติงานของนิติบุคคลดังกล่าวให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททราบ

(๖) กรณีที่บริษัทมีการเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

บริษัทต้องกำหนดแนวนโยบายหรือวัตถุประสงค์ของการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

(policy on the use of derivatives)

บริษัทต้องทบทวนกรอบนโยบายการลงทุนตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

และจัดส่งให้สำนักงานเป็นประจำทุกปีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

และภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

บริษัทต้องจัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษรโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวมตามประกาศว่าด้วย

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิต

และต้องสอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน ประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน

การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ความสอดคล้องระหว่างทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท

เพื่อให้บริษัทสามารถประเมิน บริหาร ควบคุม และติดตามความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน

เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว หรือความเสี่ยงด้านกลยุทธ์

โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) การจัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีหน่วยงานในการบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระจากหน่วยงานการลงทุน

(๒) การระบุประเภทความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน

ประเภทของความเสี่ยงที่บริษัทอาจมีและการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

โดยพิจารณาจากความมั่นคงทางการเงินของบริษัท

ความพร้อมในการบริหารและรองรับความเสี่ยงดังกล่าว

(๓)

วิธีการวัดและประเมินความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการลงทุนแต่ละประเภทได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็วทันเวลา

(๔) แนวทางและวิธีการควบคุมความเสี่ยง บริษัทอาจกำหนดนโยบายให้มีการปิดความเสี่ยงที่ไม่มีระบบบริหารความเสี่ยงรองรับ

หรือไม่สามารถบริหารความเสี่ยงนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หรือกำหนดให้มีการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้

แนวทางที่ใช้ต้องสอดคล้องกับลักษณะการลงทุนความพร้อมของระบบงาน บุคลากร

และระบบข้อมูลที่บริษัทมี

(๕) การรายงานและติดตามความเสี่ยง

บริษัทต้องจัดให้มีผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบริหารความเสี่ยงคอยติดตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน

และรายงานผลให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

บริษัทต้องทบทวนกระบวนการบริหารความเสี่ยงตามวรรคหนึ่งอย่างสม่ำเสมอ

และจัดส่งให้สำนักงานภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

บริษัทต้องจัดทำแผนการลงทุนของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร

ซึ่งสอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน และนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย

ดังต่อไปนี้

(๑) สัดส่วนของสินทรัพย์ลงทุนแต่ละประเภท (limits for the allocation of assets)

ที่คำนึงถึงการกระจายการลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์ ผู้ออกตราสาร คู่สัญญา

ประเภทธุรกิจ ตลาด หรือประเทศที่จะลงทุน สกุลเงิน สภาพคล่อง และระยะเวลาการลงทุน

(๒) วิธีการคัดเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุน (policy on the selection of individual securities)

(๓) กรณีบริษัทมีการให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน

และการออกหนังสือค้ำประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ

เว้นแต่การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน

บริษัทต้องกำหนดนโยบายที่ครอบคลุมหลักเกณฑ์และกระบวนการ ดังต่อไปนี้

(ก) การพิจารณาอนุมัติ กำหนดวงเงิน

และระยะเวลาให้กู้ยืมที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของคู่สัญญา

และประเภทของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการกู้ยืม

(ข) การวิเคราะห์การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน

และการออกหนังสือค้ำประกัน

(ค) การประเมินมูลค่าหลักประกัน

(ง) การสอบทานและตรวจสอบเกี่ยวกับสถานะและการชำระเงินคืนของลูกหนี้

และการใช้เงินตามวัตถุประสงค์การให้กู้ยืม ภายหลังจากการอนุมัติการให้กู้ยืม

การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน และการออกหนังสือค้ำประกัน แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ บริษัทอาจกำหนดหลักเกณฑ์

และกระบวนการพิจารณาการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท แตกต่างจากที่กำหนดไว้ใน (ก)

(ข) (ค) หรือ (ง) ก็ได้

(๔) กรณีที่บริษัทมีการเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

และลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

บริษัทต้องกำหนดแผนงานการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

ที่สอดคล้องกับแนวนโยบายหรือวัตถุประสงค์ของการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงโดยอาจแบ่งเป็นประเภทต่าง

ๆ ตามความเหมาะสม เช่น ประเภทธุรกรรม ประเภทตัวแปรหรือสินทรัพย์อ้างอิง

ประเภทของคู่สัญญา

บริษัทต้องทบทวนแผนการลงทุนตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

และจัดส่งให้สำนักงานเป็นประจำทุกปีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

และภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการลงทุนอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

บริษัทต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบเกี่ยวกับการลงทุนโดยมีรายละเอียดอย่างน้อย

ดังต่อไปนี้

(๑) การจัดทำระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร

เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการปฏิบัติงาน

และการติดตามดูแลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัทและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(๒)

การตรวจสอบการปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนโดยหน่วยงานอิสระตามระเบียบ

วิธีการ และความถี่ที่บริษัทกำหนด

(๓) การประเมินผลและการรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัท

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

บริษัทต้องจัดทำระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร

ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการลงทุน

การแบ่งแยกหน้าที่ (segregation of duty) ในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดการสอบยันความถูกต้องระหว่างกัน

(checks and balances) การกำหนดอำนาจในการอนุมัติการลงทุน (authority)

โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการขออนุมัติการลงทุน

(๒) รายละเอียดในการพิจารณาโครงสร้าง ความเสี่ยงของสินทรัพย์

และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงดังกล่าวของบริษัท

(๓) ขั้นตอนการลงทุน และการรายงานผลการลงทุน

(๔) ขั้นตอนในการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน

(๕) บันทึกเหตุผลการตัดสินใจลงทุน

และจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนตามวรรคหนึ่ง

บริษัทต้องจัดทำให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

และจัดส่งให้สำนักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้

บริษัทต้องทบทวนระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

และจัดส่งให้สำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

องค์ประกอบของหน่วยงานการลงทุน

(๑) บริษัทต้องจัดให้มีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบดูแลการลงทุนของบริษัท

โดยมีโครงสร้างความพร้อมของบุคลากร ระบบงาน ข้อมูลต่าง ๆ

ที่เพียงพอและสอดคล้องกับลักษณะและความซับซ้อนของการลงทุนของบริษัท

รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยง เพื่อประเมินและติดตามอย่างสม่ำเสมอ

เช่น value at risk, position limit

และกำหนดมาตรการดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อบริหารความเสี่ยง เช่น การกำหนด stop loss

โดยรายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการลงทุนทราบอย่างสม่ำเสมอ

(๒) ให้บริษัทมอบหมายให้บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการลงทุน

เป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน โดยมีประสบการณ์และคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(ก)

ผ่านการอบรมหลักสูตรตามที่นายทะเบียนกำหนดให้เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุนของบริษัทประกันภัย

(ข)[๒]

ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑

(ค) มีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

๑) สอบผ่านหลักสูตร Chartered Financial Analyst (CFA) หรือหลักสูตร Certified Investment and Securities Analysts Program (CISA) ระดับ ๑ ขึ้นไป หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ

และมีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน

หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสามปี

๒) จบการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป ในสาขาการเงิน บริหารธุรกิจ

เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการลงทุน

และมีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน

หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสามปี

๓) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาการเงิน บริหารธุรกิจ

เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการลงทุน

และมีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน

หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

๔) ได้รับวุฒิบัตร (ระดับ ๓) ตามหลักสูตร Chartered Financial Analyst (CFA) หรือหลักสูตร Certified Investment and Securities Analysts Program (CISA)

หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ

๕)

เป็นบุคคลที่มีรายชื่อในทะเบียนผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้จัดการกองทุนตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

และมีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน

หรือการวิเคราะห์การลงทุน

นับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ภายในสองปีนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

บริษัทต้องดำเนินการให้มีบุคคลที่มีลักษณะตาม (๒) ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน

ให้บริษัทจัดส่งรายชื่อของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน

พร้อมทั้งรายละเอียดคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวให้สำนักงานทราบภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่แต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดให้ดำรงตำแหน่งผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในกรณีที่ผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน ไม่มีลักษณะตามข้อ ๑๕

ให้บริษัทดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) ว่าจ้างหรือมอบหมายนิติบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุน

โดยนำความใน ข้อ ๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(๒) ลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์ ดังต่อไปนี้

(ก) ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน

(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล

หรือค้ำประกันโดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง

หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(ค) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล

หรือค้ำประกันโดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจำกัด

องค์กรหรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสาร

ไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารตาม

(ก) (ข) และ (ค)

(จ) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน

(ฉ) การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท หรือ

(ช) สินทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ตลอดเวลาการลงทุน บริษัทต้องประเมินราคายุติธรรมของตราสาร หรือมูลค่าการลงทุน

ตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันชีวิต

และต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนได้ตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การลงทุนตามประกาศนี้ หากอยู่ในสกุลเงินตราต่างประเทศและมีกระแสเงินสดรับจ่ายที่แน่นอน

เช่น ตราสารหนี้ที่เสนอขายในสกุลเงินตราต่างประเทศ

ให้บริษัทดำเนินการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

และให้แจ้งรายละเอียดการป้องกันความเสี่ยงให้นายทะเบียนทราบในรายงานผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่จัดส่งให้นายทะเบียนประจำงวด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

บริษัทสามารถว่าจ้างหรือมอบหมายให้บุคคลภายนอกซึ่งเป็นนิติบุคคลลงทุนแทนบริษัทได้ตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) บุคคลภายนอกนั้นต้องมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการลงทุน

มีความพร้อมของระบบงานและบุคลากร

(๒) บริษัทต้องกำหนดคุณสมบัติ

แนวทางการคัดเลือกบุคคลภายนอกที่ทำหน้าที่ลงทุนแทนบริษัทตามกรอบนโยบายการลงทุน

พร้อมทั้งกำหนดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และ

(๓) บริษัทต้องขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ

ไว้ด้วยก็ได้

การว่าจ้างหรือมอบหมายบุคคลภายนอก

ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ในรูปของการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลลงทุนแทนบริษัท

ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

และให้บริษัทแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่ว่าจ้างหรือมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ห้ามมิให้บริษัทให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถ ค้ำประกัน แก่บุคคลดังต่อไปนี้

รวมทั้งซื้อ สลักหลัง รับรอง หรือรับอาวัลตั๋วเงินที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย

เว้นแต่การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

และการให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน

(๑) กรรมการ

(๒)

บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าร้อยละยี่สิบของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท

(๓) บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตาม (๑) หรือ (๒)

ตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการของบริษัทประกันชีวิต

บริษัทอาจขออนุญาตจากนายทะเบียนให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลตามวรรคหนึ่งได้

เฉพาะกรณีจำเป็นและการดำเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและความมั่นคงของบริษัท

โดยต้องได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทและเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนทราบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การลงทุนในตราสารหนี้ที่ผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามประกาศนี้

หากต่อมาผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าเกณฑ์ที่สามารถลงทุนได้ตามประกาศนี้

ให้บริษัทจำหน่ายตราสารหนี้นั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทำได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือตามประกาศนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีผู้ออกสินทรัพย์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย

หากไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย

ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศ

(๒) ในกรณีผู้ออกสินทรัพย์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ

ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศ

หากไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในต่างประเทศ

ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย

(๓) ในกรณีที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ (issue rating) ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือนั้น

(๔) ในกรณีที่ไม่มีอันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์

ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถืออย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหรือคู่สัญญา ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

ให้หมายความรวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือสนับสนุน (support credit)

ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเมินจากแนวโน้มที่ธนาคารดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลเมื่อมีกรณีจำเป็น

(ข) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง

หรือผู้ค้ำประกันโดยการรับรอง รับอาวัล สลักหลัง

หรือค้ำประกันของบุคคลที่กำหนดต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจำนวน

สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกำหนดลบล้างหรือจำกัดความรับผิดของผู้สลักหลัง

หรือค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจำนวนแบบไม่มีเงื่อนไข

(ค) ในกรณีมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่าหนึ่งอันดับ

ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดลำดับที่สอง (the second best rating)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ห้ามมิให้บริษัทนำสินทรัพย์ลงทุนไปก่อภาระผูกพันใด ๆ เว้นแต่ กรณี

ดังต่อไปนี้

(๑) การนำสินทรัพย์ลงทุนไปวางเป็นประกันต่อศาล

หรือนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการออกหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อนำไปวางเป็นประกันต่อศาล

เพื่อขอทุเลาการบังคับคดีที่ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทชดใช้หนี้ตามสัญญาประกันภัย

หรือสัญญาประกันภัยต่อ ทั้งนี้

บริษัทต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว

พร้อมแสดงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

(๒) การทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๙

(๓) การทำธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน

ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๑๐

(๔) กรณีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ

ไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การดำเนินการลงทุนของบริษัท หากไม่เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน

และระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัท

หรือไม่สอดคล้องกับความพร้อมของระบบงานและบุคลากรฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัท

นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

และในกรณีที่เห็นสมควร นายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทปฏิบัติ

หรือสั่งให้ระงับการลงทุนดังกล่าว จนกว่าจะสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามที่กำหนดได้

ประเภทสินทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

บริษัทสามารถลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์หรือเข้าเป็นคู่สัญญาได้

ดังต่อไปนี้

(๑) ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๑

(๒) ตราสารหนี้ ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๒

(๓) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๓

(๔) ตราสารทุน ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๔

(๕) หน่วยลงทุน ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๕

(๖) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๖

(๗) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ตามหมวด ๔

(๘) การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน

และการออกหนังสือค้ำประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ

ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๘

(๙) การทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๙

(๑๐) การทำธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน

ตามหมวด ๔ ส่วนที่ ๑๐

การกำหนดสัดส่วนการลงทุน

เงื่อนไขทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัท ให้ใช้ราคาประเมิน

สัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗[๓] การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา

ให้นับรวมมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่คู่สัญญาแต่ละรายเป็นผู้ออก รับรอง

รับอาวัล สลักหลัง ค้ำประกัน

เงินฝากส่วนที่เกินจากที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเงินฝาก

เงินให้กู้ยืม เงินให้เช่าซื้อรถ

ภาระผูกพันที่เกิดจากการรับอาวัลตั๋วเงินและออกหนังสือค้ำประกัน สิทธิเรียกร้อง

ที่เกิดจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหลักประกันที่ได้รับจากคู่สัญญา

ตราสารหนี้ ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

และสิทธิเรียกร้องและภาระผูกพันอื่นที่เกิดขึ้นจากการลงทุนที่บริษัทมีต่อคู่สัญญารายหนึ่งรายใด

ไม่เกินมูลค่าที่กำหนดตามประเภทผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ดังต่อไปนี้

(๑) รัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไม่จำกัดสัดส่วน

(๒) สถาบันการเงิน

แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๓) องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

บริษัทจำกัดภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่นำรายได้ทั้งจำนวนไปใช้ในโครงการของราชการ

บริษัทจำกัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ

บริษัทจำกัดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๔)

บริษัทจำกัดที่ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ กรณีการลงทุนอื่นนอกจากตราสารหนี้

แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๕) องค์กรระหว่างประเทศ

แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๖) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

กองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกำหนด กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

แต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๗) คู่สัญญาอื่น

แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทอาจมีสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาเกินกว่าสัดส่วนที่กำหนดในวรรคหนึ่งได้เฉพาะกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) นับแต่วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุน

ห้ามมิให้บริษัทลงทุนใด ๆ ที่มีผลทำให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้

เมื่อมีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจำกัด

(๒) เมื่อบริษัทลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนแล้ว

ให้นำส่วนของการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน นับรวมกับส่วนการลงทุนอื่น

หากเป็นผลให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้

ห้ามมิให้บริษัทลงทุนเพิ่มในกลุ่มการลงทุนที่เกินสัดส่วนนั้นอีก

การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาตามวรรคหนึ่ง

ไม่รวมกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) การลงทุนในหน่วยลงทุนอื่น นอกจากหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่ง (๖)

(๒) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน

และการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

สัดส่วนการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การคำนวณสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

ให้นับรวมมูลค่าของสินทรัพย์หรือดัชนีที่กองทุนรวมนั้นถือครอง ณ วันที่คำนวณ

ตามสัดส่วนมูลค่าหน่วยลงทุนที่บริษัทลงทุนในกองทุนรวมนั้น

ตามที่กำหนดในรายงานประจำปีล่าสุดของกองทุนรวม หรือ fund fact sheet

รวมกับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทเดียวกันที่บริษัทได้ลงทุนหรือมีไว้

ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ (look - through approach)

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙[๔] บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่ออก

สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ำประกันโดยสถาบันการเงิน

ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจำกัด

องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

ตั๋วเงินซื้อลดที่บริษัทเป็นผู้รับอาวัล

ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจำกัด

และตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละหกสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนในประเทศและต่างประเทศ

รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้กับกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่

และให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๗ วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย

รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

บริษัทสามารถเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยหรือจากสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุน

โดยมีผลรวมของสถานะถือครองสัญญาสุทธิ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่บริษัทมีอยู่

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืมและให้เช่าซื้อรถ

รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้

ไม่นับรวมการให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกันและการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

บริษัทสามารถรับอาวัลตั๋วเงิน

และออกหนังสือค้ำประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ

รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

บริษัทสามารถลงทุนในเงินฝากธนาคารต่างประเทศ ตราสารหนี้ต่างประเทศ

ตราสารทุนต่างประเทศ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ

และใบทรัสต์ของกองทรัสต์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้

หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ

รวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ บริษัทสามารถลงทุนในสินทรัพย์ดังต่อไปนี้

รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๑)

ตราสารหนี้ที่กำหนดให้ผู้ทรงตราสารหนี้มีสิทธิในการรับชำระหนี้ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญทั่วไป

(๒) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

เว้นแต่ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทคุ้มครองเงินต้น

ตามข้อ ๔๔ (๓)

(๓) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ

หรือไม่ได้อยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

(๔) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์

และสินทรัพย์หรือดัชนีที่บริษัทถือครองผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

ที่กำหนดนโยบายลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีที่บริษัทลงทุนได้โดยตรง

แต่มีการจัดสรรลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์หรือดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ

(๕) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ ๔๙ หรือข้อ ๕๐

ที่บริษัทไม่สามารถแยกองค์ประกอบได้

หรือไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทการลงทุนของกองทุนรวมที่เพียงพอ

สัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘[๕] บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้แต่ละประเภท

ได้ไม่เกินสัดส่วน ดังต่อไปนี้

(๑) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล

หรือค้ำประกันโดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจำกัด

หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง รวมถึงตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจำกัดรายเดียวกันแต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๒) ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกำหนด แต่ละกองทรัสต์

ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๓)

ตราสารหนี้ที่ผู้ออกหรือผู้ค้ำประกันเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนของผู้ออกแต่ละรายได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ตราสารทุนของบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือต่างประเทศหรือของบริษัทจำกัดที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก

(initial public offering: IPO) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(๒) ตราสารทุนอื่นนอกจาก (๑) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้กับกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่

และให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๗ วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมแต่ละกองทุนรวม

ได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

เว้นแต่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย

แต่ละกองทุนรวมหรือกองทรัสต์ ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑[๖] บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืม

ให้เช่าซื้อรถ รับอาวัลตั๋วเงิน

และออกหนังสือค้ำประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ

อย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

เมื่อรวมกันแล้วให้บริษัทลงทุนแก่บุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเว้นแต่

การให้กู้ยืมในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน

และการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

(๒) การให้กู้ยืมแก่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม

ให้กู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ข้อกำหนดเกี่ยวกับลักษณะของตราสารและหลักเกณฑ์การลงทุน

ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การฝากเงินในประเทศ

บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

การฝากเงินในต่างประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารต่างประเทศตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นธนาคารต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(๒) เป็นการฝากเงินระยะสั้นในธนาคารต่างประเทศ

โดยธนาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่บริษัทได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินต่างประเทศ ทั้งนี้ การฝากเงินดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการชำระราคา

อำนวยความสะดวก หรือป้องกันปัญหาในการดำเนินงานในต่างประเทศของบริษัท

ตราสารหนี้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน

โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง

หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

บริษัทสามารถลงทุนได้โดยไม่จำกัดจำนวน

(๒)[๗]

ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน

โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจำกัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ

ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกำหนด ซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(ก) มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้

หรือของผู้ค้ำประกันไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ เว้นแต่

เป็นตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ำประกัน

โดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

หรือตราสารหนี้ที่บริษัทเป็นผู้รับอาวัล

(ข) กรณีตราสารหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตั๋วแลกเงิน

ต้องไม่มีข้อจำกัดความรับผิด

(ค)

กรณีตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

กองทรัสต์นั้นต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท

(๓) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามหมวด ๔

กรณีตราสารหนี้ตาม (๑) และ (๒) ที่เสนอขายในต่างประเทศ

ให้ถือว่าเป็นตราสารหนี้ในประเทศที่บริษัทสามารถลงทุนได้ โดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดใน

(๑) และ (๒)

การรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน ตาม (๑) และ (๒)

ต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจำนวน

สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกำหนดลบล้างหรือจำกัดความรับผิดของผู้สลักหลัง

หรือค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจำนวนแบบไม่มีเงื่อนไข

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกหรือค้ำประกันโดยรัฐบาลต่างประเทศ

องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ

และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสาร

หรือของผู้ค้ำประกัน ไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(๒)

ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(๓) ตราสารหนี้ตาม (๑) และ (๒)

ต้องเป็นตราสารหนี้ที่บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

บริษัทสามารถลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทจำกัด

ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารไม่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(๒) เป็นตราสารที่ขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

(๓) เป็นตราสารที่มีราคาเหมาะสมตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกำหนด

หรือมีผู้แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะเสนอราคาซื้อและรับซื้อตราสารนั้นในราคาดังกล่าว

ตามจำนวนและวิธีการที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกำหนดอยู่เสมอ

โดยได้ส่งสำเนาราคาแก่สมาคมตลาด ตราสารหนี้ไทยตลอดอายุของตราสารนั้น

หรือในกรณีที่เป็นตราสารที่มีการเสนอขายครั้งแรกต้องเป็นตราสารที่มีนักลงทุนสถาบันไม่น้อยกว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าว

ตราสารทุน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนในประเทศที่ออกโดยบริษัทจำกัดได้ตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนตราสารทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น

เว้นแต่การถือตราสารทุนเพื่อการประกอบธุรกิจอื่น

(๒)

กรณีตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศหรือไม่มีตลาดรองซื้อขายเป็นการทั่วไป

หรือไม่ได้เป็นตราสารทุนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ

ซึ่งผู้ออกตราสารทุนดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ

ไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑)

แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนตราสารทุนที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของผู้ออกนั้น

(๒) กรณีตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ต้องเป็นตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ

International Organizations of Securities Commission (IOSCO)

หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE)

หรือที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก

โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้น

และบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารทุนดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านอินเตอร์เน็ต

(๓) กรณีตราสารทุนอื่นนอกจาก (๒)

บริษัทสามารถลงทุนได้เฉพาะตราสารทุนที่ออกโดยนิติบุคคล ดังต่อไปนี้

และต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ

ไว้ด้วยก็ได้

(ก) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้น

หรือที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยดังกล่าว

(ข)

นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจสนับสนุนธุรกิจประกันภัย

(ค) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามความตกลงของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

(Association of South East Asian Nations : ASEAN)

หรือของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (Economic And Social Commission For Asia And The Pacific : ESCAP) เพื่อประกอบธุรกิจเฉพาะการประกันต่อ

หน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศได้ตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้

หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์

(๒) กรณีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ

และมีมูลค่ากองทุนไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท

87 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1fc3d3cfd692ad11

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com