ข้อ ๒ เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามข้อ 15 วรรคสอง แห่งประกาศ ที่ กน. 15/2543สํานักงานจึงกําหนดให้ใช้ปัจจัยต่อไปนี้ในการพิจารณาระดับความร้ายแรงของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล
(1) ปัจจัยหลัก ซึ่งหมายถึง ข้อเท็จจริงประเภทที่สํานักงานให้น้ําหนักในการพิจารณามากกว่าข้อเท็จจริงอื่น ได้แก่
(ก) ขอบเขตของผลกระทบจากพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม เช่น มีผลกระทบต่อตลาดเงินหรือตลาดทุน กระทบต่อประชาชนโดยรวม หรือกระทบต่อบุคคลเฉพาะกลุ่ม เป็นต้น
(ข) นัยสําคัญของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม เช่น จํานวนเงินที่เกี่ยวข้องปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
(ค) ผู้รับประโยชน์จากผลของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม
(2) ปัจจัยรอง ซึ่งหมายถึง ข้อเท็จจริงประเภทที่สํานักงานใช้เพื่อการเพิ่มหรือลดน้ําหนักในการพิจารณาข้อเท็จจริงโดยรวม ได้แก่
(ก) ความเกี่ยวข้องของบุคคลต่อพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม เช่น เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน เป็นต้น
(ข) ความซับซ้อนของลักษณะการกระทําหรือเครื่องมือที่ใช้ในการกระทํา เช่นการใช้ชื่อบุคคลอื่น หรือการตั้งบริษัทอําพราง เป็นต้น
(ค) ประวัติพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้ามในเรื่องเดียวกันในอดีต
(ง) การจงใจฝ่าฝืนหรือละเลยกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(จ) พฤติกรรมอื่นในภายหลัง เช่น ให้ข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีหรือการดําเนินคดี หรือปิดบังอําพรางหรือทําลายพยานหลักฐานในคดีหรือให้การเท็จ เป็นต้น