法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 117/2545 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมสรรพากร

ที่ ท.ป. 117/2545

เรื่อง มอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร

เพื่อให้การปฏิบัติราชการตามประมวลรัษฎากรบางกรณีสําหรับสํานักบริหาร ภาษีธุรกิจขนาดใหญ่เป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็ว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 38 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(1) คําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.62/2539 เรื่อง มอบหมายให้เจ้าพนักงานสรรพากรสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85/19 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 110/2545 เรื่อง มอบหมายให้เจ้าพนักงานสรรพากรสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียน ออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85/19 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2545

(2) คําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 94/2543 เรื่อง มอบอํานาจการสั่งอนุมัติ ให้ถือเป็นรายจ่าย กรณีมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพ และการสั่งอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง การขยายเวลาการชําระอากรเป็นตัวเงิน และการสั่งอนุมัติการยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับภาษีเงินได้ กรณีมิได้ใช้แบบแสดงรายการตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด สําหรับศูนย์บริหารภาษีธุรกิจ ขนาดใหญ่ ลงวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2543

(3) คําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 107/2545 เรื่อง มอบอํานาจสั่งอนุมัติให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทํารายการในใบกํากับภาษีเป็นภาษาต่างประเทศ หรือเป็นหน่วย เงินตราต่างประเทศ ตามมาตรา 86/4 และมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร สําหรับศูนย์บริหาร ภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ลงวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2545

(4) คําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท. 486/2542 เรื่อง มอบอํานาจหน้าที่สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดี สําหรับศูนย์บริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ มอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร สําหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ตามที่กรมสรรพากรกําหนด ดังต่อไปนี้

(1) การอนุมัติให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลถือเงินที่จ่ายสมทบเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพเป็นรายจ่ายในการคํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลา บัญชีที่แก้ไขให้ถูกต้องหรือในรอบระยะเวลาบัญชีที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องได้สําหรับกรณีบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสํารอง เลี้ยงชีพ ตามข้อ 5 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 183 (พ.ศ. 2533) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(2) การอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังตามมาตรา 85 วรรคสี่ แห่งประมวลรัษฎากร

(3) การอนุมัติขยายเวลาการชําระอากรเป็นตัวเงินตามมาตรา 3 อัฏฐ แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีผู้มีหน้าที่เสียอากรได้เสียอากรโดยวิธีปิดแสตมป์บนตราสาร สําหรับตราสารที่กําหนดให้ต้องชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรตามประกาศอธิบดี กรมสรรพากรที่ออกโดยอาศัยอํานาจ ตามมาตรา 123 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต่อมาได้นําตราสารดังกล่าวไปชําระอากรเป็นตัวเงินไว้อีก และได้ขอขยายเวลาการชําระอากรเป็นตัวเงิน

(4) การอนุมัติให้ถือว่าผู้มีหน้าที่หักภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการนําส่งภาษีถูกต้องตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดโดยอนุโลม ในกรณีผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ได้นําส่งภาษีโดยมิได้ใช้แบบแสดงรายการตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดสําหรับการหักภาษี ตามมาตรา 3 เตรส มาตรา 50 มาตรา 69 ทวิ และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

(5) การอนุมัติให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทํารายการในใบกํากับภาษีเป็นภาษาต่างประเทศ หรือเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ ตามมาตรา 86/4 และมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร

(6) การสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85/19 แห่งประมวลรัษฎากร

(7) การอนุมัติขยายกําหนดเวลาการอุทธรณ์ตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร ตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

(8) การอนุมัติให้ทุเลาการเสียภาษีอากรระหว่างรอคําวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือคําพิพากษาของศาล ตามมาตรา 31 แห่งประมวลรัษฎากร

(9) การรับจํานอง การรับจํานํา การไถ่ถอนการจํานอง และการคืน ทรัพย์สินที่จํานํากรณีการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักทรัพย์ค้ําประกันหนี้ภาษีอากร และให้มีอํานาจ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปทําการดังกล่าวแทนได้ด้วย

(10) การสั่งคืนสัญญาค้ําประกันที่ใช้ค้ําประกันหนี้ภาษีอากรค้างระหว่างขอทุเลาการเสียภาษีอากรหรือการผ่อนชําระภาษีอากรค้าง เมื่อปรากฏว่าผู้ค้างภาษีอากรได้ชําระภาษีอากรค้างครบถ้วนแล้ว หรือได้มีคําวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคําพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ปลดหนี้ภาษีอากรค้าง รวมถึงการแจ้งหมดภาระผูกพันตามสัญญาค้ําประกันไปยังผู้ค้ําประกันด้วย

“(11) การอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะย้อนหลังตามมาตรา 91/12 วรรคสี่ แห่งประมวลรัษฎากร

(12) การสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะออกจากทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/21(3) แห่งประมวลรัษฎากร”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพารที่ ท.ป.132/2546 ใช้บังคับ 10 กันยายน 2546 เป็นต้นไป)

“(13) การอนุมัติให้เป็นสํานักงานใหญ่ข้ามประเทศ ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 586) พ.ศ. 2558

(14) การอนุมัติให้เป็นบริษัทการค้าระหว่างประเทศ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 587) พ.ศ. 2558”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพารที่ ท.ป.247/2558 ใช้บังคับ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป)

“(15) การอนุมัติให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

(16) การอนุมัติให้สํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค ตามมาตรา 10 (4) และมาตรา 11/6 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

(17) การอนุมัติให้สํานักงานใหญ่ข้ามประเทศ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 586) พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.313/2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

“(18) การรับแจ้งเพื่อใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดําเนินงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 76 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

(19) การอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการดําเนินงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 76 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

(20) การอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงวิธีการคํานวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้เป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดําเนินงาน ตามมาตรา 76 เบญจ (1) แห่งประมวลรัษฎากร

(21) การอนุมัติให้ใช้อัตราอื่นเฉพาะส่วนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้คํานวณไว้ ตามมาตรา 76 เบญจ (1) แห่งประมวลรัษฎากร”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 327/2563 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป)

“(22) การอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงวิธีการคํานวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้เป็นเงินตราไทย ตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 335/2564 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2545

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

(นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล)

อธิบดีกรมสรรพากร

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 117/2545 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2047cac0fa0563a2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com