法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ว่าด้วยการให้บริการผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ว่าด้วยการให้บริการผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖

เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ กำหนดให้โอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ ของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ในส่วนของกรมประชาสงเคราะห์ มาเป็นของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการให้บริการผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้เหมาะสมและเป็นปัจจุบันสอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม จึงได้กำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

หมวดที่ ๑

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ว่าด้วยการให้บริการผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการให้บริการผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๓

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งอื่น ๆ ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“สถานสงเคราะห์” หมายความว่า สถานสงเคราะห์คนชราที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือกรมประชาสงเคราะห์ (เดิม) จัดตั้งขึ้น

“ศูนย์บริการผู้สูงอายุ” หมายความว่า ศูนย์บริการผู้สูงอายุและให้หมายความรวมถึงศูนย์บริการทางสังคมผู้สูงอายุของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

“บ้านพักฉุกเฉิน” หมายความว่า ที่พักภายในศูนย์บริการผู้สูงอายุสำหรับผู้สูงอายุเข้าพักชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนด

“ผู้รับบริการ” หมายความว่า ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามระเบียบนี้ และได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในสถานสงเคราะห์ ศูนย์บริการผู้สูงอายุ หรือบ้านพักฉุกเฉิน

“ผู้ปกครอง” หมายความว่า ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์คนชรา

“ผู้อำนวยการศูนย์” หมายความว่า ผู้อำนวยการศูนย์บริการทางสังคมผู้สูงอายุ หรือผู้อำนวยการศูนย์บริการผู้สูงอายุ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการรักษาการตามระเบียบนี้

หมวดที่ ๒

คุณสมบัติของผู้รับบริการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้สูงอายุที่มีความประสงค์จะสมัครเข้าอยู่ในสถานสงเคราะห์ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป

(๒) ต้องมีความสมัครใจ

(๓) ต้องไม่อยู่ในระหว่างต้องหาว่ากระทำผิดอาญาหรืออยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือถูกดำเนินคดีอาญา

(๔) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง

(๕) ต้องเป็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

ก. มีฐานะยากจน

ข. ไม่มีที่อยู่อาศัย

ค. ขาดผู้ดูแลและขาดผู้ให้ความช่วยเหลือ

ง. ไม่สามารถอยู่กับครอบครัวได้อย่างปกติสุข

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้มีความประสงค์จะสมัครเข้าอยู่บ้านพักฉุกเฉินในศูนย์บริการผู้สูงอายุต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๖ (๑) (๒) (๓) (๔) และต้องเป็นผู้ประสบปัญหาความเดือนร้อนอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(๑) ผู้สูงอายุที่เดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ และไม่มีที่พักอาศัย

(๒) ผู้สูงอายุที่บุตรหลานไปทำธุระที่อื่นและไม่มีผู้ดูแล

(๓) ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล

(๔) ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทางกายภาพบำบัด

(๕) ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านจิตใจอย่างรุนแรง จำเป็นต้องอยู่ห่างจากครอบครัวระยะหนึ่ง

(๖) ผู้สูงอายุที่พลัดหลง โดยหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือพลเมืองดีนำส่ง

(๗) ผู้สูงอายุที่สิ้นสุดการรักษาจากโรงพยาบาล แต่ไม่มีญาติมารับ

(๘) ผู้สูงอายุที่ได้รับการอนุญาตให้เข้ารับการอุปการะในสถานสงเคราะห์ แต่ยังไม่สามารถเดินทางไปได้

หมวดที่ ๓

ประเภทของการให้บริการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การให้บริการแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ ดังนี้

(๑) สถานสงเคราะห์ให้บริการผู้สูงอายุ โดยแยกออกเป็น ๓ ประเภท ดังนี้

(ก) ประเภทสามัญ ได้แก่ การให้บริการดูแลผู้รับบริการ โดยไม่เสียค่าบริการ

(ข) ประเภทหอพัก ได้แก่ การให้บริการจัดให้ผู้รับบริการเข้าอยู่ในหอพัก โดยเสียค่าบริการให้สถานสงเคราะห์ตามอัตราที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกำหนด

(ค) ประเภทปลูกบ้านอยู่เอง ได้แก่ การให้บริการที่ทางราชการอนุญาตให้ผู้รับบริการปลูกบ้านพักอยู่ในบริเวณสถานสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกำหนด

(๒) บ้านพักฉุกเฉินให้บริการแก่ผู้สูงอายุเป็นการชั่วคราวไม่เกิน ๑๕ วัน หากผู้สูงอายุที่มีเหตุจำเป็นต้องพักเป็นระยะเวลานานกว่าที่กำหนด ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองสถานสงเคราะห์หรือผู้อำนวยการศูนย์

หมวดที่ ๔

การเข้ารับบริการในสถานสงเคราะห์และบ้านพักฉุกเฉิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การเข้าอยู่ในสถานสงเคราะห์ หรือบ้านพักฉุกเฉินให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นสมัครที่สำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพฯ (๑-๘)

(๒) ในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นสมัครที่สำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด สถานสงเคราะห์ หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุ

ให้ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์หรือผู้อำนวยการศูนย์ มีอำนาจในการอนุญาตให้ผู้สูงอายุเข้ารับบริการในหน่วยงานนั้น ๆ

หมวดที่ ๕

หน้าที่ของผู้รับบริการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้รับบริการจะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบที่กำหนดขึ้นในสถานสงเคราะห์หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุนั้น

(๒) แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย

(๓) รักษาความสามัคคีในหมู่คณะ ไม่ทะเลาะวิวาทหรือชักชวน ยุยง ส่งเสริมให้ผู้ใดกระทำผิด หรือฝ่าฝืนต่อระเบียบของสถานสงเคราะห์หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุ

(๔) ปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม

(๕) ช่วยดูแลรักษาถนอมทรัพย์สินของทางราชการให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและใช้โดยประหยัด

(๖) ดูแลรักษาความสะอาดตนเองและสถานที่ให้สะอาดเรียบร้อย

(๗) ผู้รับบริการต้องเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติภารกิจประจำวันตามที่สถานสงเคราะห์หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุ กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้รับการบริการจะประพฤติปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ไม่ได้ คือ

(๑) มีพฤติกรรมฉันท์ชู้สาว หรือมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้รับบริการ

(๒) ทะเลาะวิวาท หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น

(๓) นำบุคคลภายนอกเข้ามานอนค้างในสถานสงเคราะห์ หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุ และห้ามผู้รับบริการไปนอนค้างแรมที่อื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองผู้อำนวยการศูนย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กระทำการใด ๆ ซึ่งก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น

(๕) มีสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ในครอบครอง

ก. เฮโรอีน ฝิ่น กัญชา ทินเนอร์ ยาอันตราย หรือสิ่งเสพย์ติดต่าง ๆ

ข. สุรา หรือเครื่องดองของเมา

ค. อุปกรณ์การพนัน

ง. อาวุธ หรือของมีคมทุกชนิด หรือสิ่งที่ใช้เป็นอาวุธได้

จ. วัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิง

ฉ. สิ่งของอื่น ๆ ซึ่งผู้ปกครองหรือผู้อำนวยการศูนย์ จะกำหนดและประกาศเพิ่มขึ้น

(๖) เล่นการพนันทุกชนิด

(๗) ลักทรัพย์ของผู้อื่น

(๘) สูบบุหรี่ หรือจุดธูปเทียนบูชาพระในเรือนนอน

(๙) เสพสุรา หรือของมึนเมาทุกชนิดในบริเวณสถานสงเคราะห์ หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุ

(๑๐) นำสัตว์ทุกชนิดเข้ามาเลี้ยงในบริเวณสถานสงเคราะห์ หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุ

(๑๑) นำอาหารไปรับประทานนอกห้องอาหาร ยกเว้นผู้ป่วยที่ได้รับอนุญาตแล้ว

(๑๒) ประกอบอาหารในเรือนนอน

(๑๓) นำทรัพย์สินของทางราชการมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว

(๑๔) ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ

(๑๕) กระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนความสงบสุขต่อราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

หมวดที่ ๖

มาตรการสำหรับผู้รับบริการที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อผู้สูงอายุยื่นคำร้องขอเข้ารับบริการในสถานสงเคราะห์ หรือบ้านพักฉุกเฉินให้ผู้ปกครองหรือผู้อำนวยการศูนย์ แล้วแต่กรณี แจ้งหน้าที่ของผู้รับบริการตามระเบียบนี้ และคำสั่งหรือระเบียบที่สถานสงเคราะห์ หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุกำหนดขึ้น ให้ผู้สูงอายุที่ยื่นสมัครนั้นรับทราบโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วยว่าผู้สูงอายุดังกล่าวมีความเต็มใจปฏิบัติตามระเบียบที่รับทราบ

ผู้รับบริการใดฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งที่ได้แจ้งไว้ตามวรรคแรกให้ผู้ปกครองหรือผู้อำนวยการศูนย์ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ความผิดครั้งที่ ๑ ให้ว่ากล่าวตักเตือน

(๒) ความผิดครั้งที่ ๒ ทำทัณฑ์บนไว้เป็นหนังสือ

(๓) ความผิดตั้งแต่ครั้งที่ ๓ ให้พิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อให้ผู้รับบริการที่ฝ่าฝืนนั้น ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งที่กำหนดไว้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็นผู้รับบริการกระทำความผิด เป็นผู้รายงานต่อผู้ปกครองหรือผู้อำนวยการศูนย์ แล้วแต่กรณี เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้รับบริการผู้ใดจงใจกระทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ หรือประทุษร้ายต่อร่างกายของเจ้าหน้าที่ หรือผู้รับบริการด้วยกัน หรือกระทำความผิดทางอาญา ให้ผู้ปกครองหรือผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการคดีตามกฎหมาย แล้วรายงานให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ทราบทันที

หมวดที่ ๗

การพ้นสภาพของผู้รับบริการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้รับบริการจะพ้นสภาพการเข้าอยู่ในสถานสงเคราะห์ หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ลาออก หรือออกจากสถานสงเคราะห์ หรือศูนย์บริการผู้สูงอายุเกินกว่าวันลาที่ได้รับอนุญาต หรือหลบหนีออกจากสถานสงเคราะห์ติดต่อกันเกินกว่า ๓๐ วัน

(๒) ถึงแก่กรรม

(๓) ส่งตัวไปยังหน่วยงานอื่น

(๔) ครบกำหนดการเข้าอยู่อาศัย

(๕) กระทำผิดทางอาญาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องขอรับตัวไปควบคุมเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อผู้รับบริการพ้นสภาพตามข้อ ๑๕ ให้ผู้ปกครอง หรือผู้อำนวยการศูนย์จำหน่ายออกจากทะเบียน แล้วรายงานให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการทราบ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้รับการสงเคราะห์ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการให้บริการผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้ถือว่าเป็นผู้รับบริการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

วัลลภ พลอยทับทิม

อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔

ปริญสินีย์/ปรับปรุง

๑๘ กันยายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๗๗ ง/หน้า ๑๑/๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๖

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ว่าด้วยการให้บริการผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_20a1bc380aefc733

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com