ข้อ ๓ (๖) ข้อ ๔ และข้อ ๕ คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง
ที่ ๑/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๑
จึงให้หน่วยขึ้นตรงของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง
ปฏิบัติดังนี้
๑.
ปรับการจัดตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด 19
และจุดตรวจเพื่อบังคับใช้มาตรการในห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
รวมทั้งจัดชุดสายตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชุดสายตรวจร่วมข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร
ข้าราชการพลเรือน และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยดำรงความต่อเนื่องในการบังคับใช้มาตรการ
ข้อกำหนด การรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันการก่ออาชญากรรม และ เพิ่มการปฏิบัติเชิงรุกต่อพื้นที่เสี่ยง
พื้นที่เพ่งเล็ง ทำการตรวจกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด
โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เป็นหน่วยหลักในการวางแผนและประสานการปฏิบัติกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง
กองทัพบก ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพเรือ
ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพอากาศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
๒.
ให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ทั้งสี่ศูนย์ตามข้อ ๑
สนับสนุนการใช้กำลังในการจัดชุดตรวจเฉพาะกิจร่วม เพื่อปฏิบัติตามมาตรการค้นหาผู้ป่วยโรคโควิด
19 เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง ตามที่ได้รับการร้องขอจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
กรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามแนวทางนี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หารือผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเป็นการทั่วไปในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง
หรือรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป
สั่ง ณ
วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
พลเอก
พรพิพัฒน์ เบญญศรี
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง
ชญานิศ/จัดทำ
๕
พฤษภาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง/หน้า ๔ (เล่มที่ ๓)/๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓