法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑

พ.ศ. ๒๕๔๔

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยึด

อายัด และการขายทอดตลาด

ทรัพย์สินของผู้ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ไม่นำส่งเงินสะสม เงินสมทบหรือเงินเพิ่ม หรือนำส่งไม่ครบ

จำนวน

หรือเงินที่ต้องจ่ายตามมาตรา

๑๓๕

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๖ และมาตรา ๑๓๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง

แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรี

ภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจัพไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า

"ระเบียบระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่าด้วยการ

ยึด อายัด

และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

พ.ศ. ๒๕๔๔"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

"ผู้มีหน้าที่ชอใช้เงิน" หมายความว่า

บุคคลซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องนำส่งเงิน

สะสม

เงินสมทบหรือเงินเพิ่มเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือชดใช้เงินที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา ๑๓๕

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

"พนักงานตรวจแรงงาน" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและ

สวัสดิการสังคมแต่งตั้งเป็นพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และกอง

กฎหมายและข้อพิพาทแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

"กรม" หมายความว่าส กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

"อธิบดี" หมายความว่า

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตาม

ระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

พนักงานตรวจแรงงานจะออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัด และขายทอด

ตลาดทรัพย์สินตามระเบียบนี้ได้ ต่อเมื่อได้ส่งคำเตือนเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดให้ผู้ม

ีหน้าที่ชดใช้เงินนำเงินมาจ่ายภายในเวลาที่กำหนด

แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นได้รับคำเตือนนั้น และไม่จ่ายภายในเวลาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้พนักงานตรวจแรงงานซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้น

ไป

ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดี

มีอำนาจออกคำสั่งยึด

อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการส่งคำเตือน คำสั่ง

หรือคำวินิจฉัยตามระเบียบนี้ให้แก่ผู้มีหน้าที่ชดใช้

เงิน

ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

หรือพนักงานตรวจแรงงานจะนำไปส่งเอง หรือให้

เจ้าหน้าที่นำไปส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่

หรือสำนักงานของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินในเวลากลางวัน

ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

หรือในระหว่างเวลาทำการของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

ถ้าไม่พบผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน ณ ภูมิสำเนาหรือถิ่นที่อยู่

หรือสำนักงานของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินจะส่ง

ให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ปรากฎว่าเป็นของ

ผู้มีอำนาจหน้าที่ชดใช้เงินนั้นก็ได้

หรือพบผู้ทีหน้าที่ชดใช้เงินแต่ปฏิเสธไม่ยอมรับ จะขอให้

พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าพนักงานตำรวจไปด้วยเพื่อเป็นพยาน และถ้ายังคงปฏิเสธ

ไม่ยอมรับอยู่อีกก็ให้วางคำเตือน คำสั่งหรือคำวินิจฉัยไว้ ณ ที่นั้น เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว

ให้ถือว่าผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินได้รับคำเตือน

คำสั่งหรือคำวินิจฉัยแล้ว

ถ้าการส่งตามวรรคหนึ่งไม่สามารถกระทำได้ ให้ส่งโดยปิดคำเตือน คำสั่งหรือคำ

วินิจฉัยในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ

ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่

หรือสำนักงานของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน หรือสถาน

ที่ทำงานของลูกจ้าง

หรือโฆษณาประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับ เมื่อได้ดำเนิน

การดังกล่าวและเวลาได้ล่วงพ้นไปไม่น้อยกว่าสิบห้าวันแล้ว

ให้ถือว่าผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินได้รับคำเตือน

คำสั่ง

หรือคำวินิจฉัยนั้นแล้ว

การส่งคำเตือน คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยให้แก่ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน อาจส่งไปยังสถานที่

อื่นนอกเหนือจากสถานที่ตามวรรคหนึ่งและวรรคสองได้ เมื่อผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินยอมรับคำเตือน

คำสั่ง

หรือคำวินิจฉัยนั้น

ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม

มาใช้กับการส่งคำสั่ง หรือ

คำวินิจฉัยให้แก่ผู้คัดค้าน เจ้าของรวม

หรือบุคคลซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่ระเบียบนี้ไม่ได้กำหนดไว้ในเรื่องใด ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการยึด

อายัด

และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การยึด อายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่จ่ายเงินสงเคราะห์ลูกจ้างหรือท้องที่ที่

ขึ้นทะเบียนสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แล้วแต่กรณี ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้

มีหน้าที่ชดใช้เงิน

รวมถึงสิทธิเรียกร้องต่าง ๆ

ที่มีต่อบุคคลภายนอกเพื่อประกอบการพิจารณายึด

อายัดทรัพย์สิน

แล้วทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

เพื่อพิจารณาออกคำสั่งยึด

อายัดทรัพย์สินตามแบบที่อธิบดีกำหนด

ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

พนักงานตรวจแรงงานอาจไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง โดยให้ทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

ก็ได้

ในกรณีที่ทรัพย์สินของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่ของพนักงานตรวจแรง

งานตามวรรคหนึ่ง

และมีความจำเป็นต้องยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าวให้ส่งเอกสารต่าง ๆ ที่

เกี่ยวข้องไปยังพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ และให้พนักงานตรวจแรงงาน

แห่งท้องที่นั้นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีเหตุต้องยึด

อายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม

ให้พนักงานตรวจแรงงาน

ดำเนินการยึด

หรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมโดยอาศัยคำสั่งยึด อายัดทรัพย์สินเดิม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อมีคำสั่งยึด

อายัดทรัพย์สินของผู้หน้าที่ชดใช้เงินแล้ว ให้พนักงานตรวจ

แรงงานดำเนินการยึด

อายัดทรัพย์สินโดยมิชักช้า

และออกประกาศยึด

อายัดทรัพย์สินตามแบบที่

อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้พนักงานตรวจแรงงานดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สินในระหว่างเวลาพระ

อาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สิน เว้นแต่กรณี

ที่มีเหตุฉุกเฉินโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานได้ลงมือยึด อายัดทรัพย์สินในระหว่างเวลาตามวรรค

หนึ่งแล้ว

ถ้ายังไม่แล้วเสร็จจะดำเนินการต่อไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการยึด

อายัดทรัพย์สิน

ถ้ามีผู้ขัดขวางหรือมีพฤติการณ์ว่าจะจัดขวาง

ให้พนักงานตรวจแรงงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้พนักงานตรวจสอบแรงงานปิดประกาศการยึด อายัดทรัพย์สินไว้ ณ

สถานที

และสำนักงานแห่งท้องที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การยึดทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินให้พนักงาน

ตรวจแรงงานเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นตามที่อธิบดีกำหนด

และแจ้งการยึดนั้นให้ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินทราบ

หากทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งเป็นทรัพย์สินประเภทมีทะเบียน ให้พนักงานตรวจแรง

งานแจ้งการยึดให้เจ้าหน้าที่พนักงานทางทะเบียนทราบด้วย

การยึดทรัพย์สินตามวรรคหนี่งให้ครอบคลุมถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การยึดอสังหาริมทรัพย์ของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน ให้พนักงานตรวจแรงงาน

เก็บรักษาหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นตามที่อธิบดีกำหนด และแจ้งการยึดให้ผู้มีหน้าที่ขดใช้เงิน

และเจ้าพนักงานที่ดินทราบ

ในกรณีที่หนังสือสำคัญยังไม่ได้ออก หรือนำมาแสดงไม่ได้ หรือหาไม่พบ ไม่ถือว่า

การแจ้งการยึดต่อผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน และเจ้าพนักงานที่ดินนั้นเป็นการยึดตามกฎหมายแล้ว

การยึดอสังหาริมทรัพย์ให้ครอบคลุมถึงเครื่องอุปกรณ์และดอกผลทางนิตินัยของ

อสังหาริมทรัพย์ด้วยเว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ส่วนดอกผลธรรมดาที่ผู้มีหน้าที่ชดใช้

เงินจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยว หรือบุคคลอื่นเก็บเกี่ยวในนามของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน เมื่อพนักงานตรวจ

แรงงานได้แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบขณะทำการยึดว่าจะทำการเก็บเกี่ยวเองแล้ว พนักงานตรวจแรงงาน

อาจจะให้เก็บเกี่ยวดอกผลนั้นได้เมื่อถึงกำหนด และทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การยึดที่ดิน

พนักงานตรวจแรงงานอาจนำเจ้าพนักงานที่ดินชี้ตำแหน่งที่ดิน

หรือรางวัดเขตกว้างยาวของที่ดินที่ยึด

และให้พนักงานตรวจแรงงานจัดทำแผนที่จำลองไว้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การยึดที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุกอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่ง

หรือหลายคราวต่อปี

ซึ่งผู้อื่นอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์

ให้พนักงานตรวจแรงงานบันทึกถ้อยคำผู้อยู่

อาศัยหรือผู้ทำประโยชน์อยู่บนที่ดินนั้นเกี่ยวกับความผูกพันกับเจ้าของที่ดิน เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับ

พนักงานตรวจแรงงานในการยึด อายัดทรัพย์สินต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การยึดที่ดินทีมีไม้ยืนต้น ให้พนักงานตรวจแรงงานบันทึกชนิดและจำนวน

ไม้ยืนต้นไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการยึดโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ให้พนักงานตรวจแรงงานบันทึก

ขนาดของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างตลอดจนสภาพทั่วไปแห่งสิ่งนั้น

ๆ ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ถูกยึด อายัด มีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยให้

พนักงานตรวจแรงงานทำการยึด อายัดทรัพย์สินเฉพาะส่วนของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน หากไม่สามารถ

ทำการยึด

อายัดทรัพย์สินเฉพาะส่วนของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินได้ ให้ยึด อายัดทรัพย์สินได้ทั้งหมด

และแจ้งการยึด

อายัดทรัพย์สินให้เจ้าของรวมทราบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้พนักงานตรวจแรงงานแสดงการยึดทรัพย์สินให้เห็นอย่างชัดแจ้ง ดังนี้

(๑)

สิ่งของให้ปิดหรือผูกแผ่นหมายเลขสิ่งของที่ยึด และปิดผนึกเครื่อง

หมายให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน

ถ้าเก็บสิ่งของเข้าหีบหรือตู้ได้ให้เก็บรวบรวมไว้แล้วปิดหีบหรือตู้ปิด

ผนึกเครื่องหมายอีกชั้นหนึ่ง

(๒) อาคารชุด ห้องแถว

สิ่งปลูกสร้างให้ปิดผนึกเครื่องหมายไว้ทุกห้อง

(๓) สัตย์พาหนะ ปศุสัตว์

หรือสัตว์อื่น

ให้ใช้สีทาที่ตัว

หรือจะใช้แผ่นเลข

หมายผูกคอ

หรือต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกปิดผนึกเครื่องหมายที่ประตูคอกไว้ก็ได้แล้วแต่จะเห็นสม

ควร

แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงดู และการรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ถ้ารายได้ประจำปีจากทรัพย์สินหรือการประกอบกิจการของผู้ถูกยึด อายัด

ทรัพย์สินอาจเพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำสั่ง

พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการยึด อายัดทรัพย์

สิน

เมื่อผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

เห็นสมควร อาจมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สินหรือการ

ประกอบกิจการเหล่านั้นได้

และบังคับให้มอบเงินรายได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนต่อพนักงาน

ตรวจแรงงานภายในเวลาและกำหนดตามที่เห็นสมควร

แทนการสั่งขายทอดตลาดของผู้ถูกยึด อายัด

ทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การอายัดทรัพย์สินอันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งบุคคลภายนอกจะ

ต้องส่งมอบหรือโอนมายังผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินในภายหลัง

รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์เหล่า

นั้น

และเมื่อได้ส่งมอบหรือโอนมาแล้ว

ก่อนนำทรัพย์สินหรือสิทธิเหล่านั้นออกขายหรือทอดจำหน่าย

ในกรณีเช่นนี้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจจะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

ในอันที่จะได้รับส่งมอบหรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเช่นว่ามานั้น

ในการอายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินในภายหลังให้

พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ได้สิทธิแก่ผู้มีหน้าที่ขชดใช้เงินอันที่จะได้

รับชำระเงินเช่นว่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว สิทธิเรียกร้องของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินอันที่ต่อ

บุคคลภายนอกนั้นให้จัดการดังต่อไปนี้

(๑)

ถ้าเป็นพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่เป็นประกันซึ่งเป็นของผู้มีหน้าที่ชดใช้

เงิน

(ออกให้แก่ผู้ถือหรือออกในนามของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน) พนักงานตรวจแรงงานจะขอรับความ

เห็นชอบจากผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

ให้ตำหน่ายสิ่งเหล่านั้นตามรายการขานราคาในวันที่ขายก็

ได้

หากสิ่งเหล่านั้นได้มีรายการขานราคากำหนดไว้ ณ สถานแลกเปลี่ยน หรือจะขายโดยวิธีการขาย

ทอดตลาดดังกำหนดไว้ในหมวด ๕ ก็ได้ ถ้ามิได้ขอเช่นว่านั้น หรือคำขอถูกยกเสีย ให้ขายสิ่งเหล่านั้น

โดยวิธีขายทอดตลาด

(๒) ถ้าเป็นตราสารเปลี่ยนมือ ให้พนักงานตรวจแรงงานโดยได้รับความ

เห็นชอบจากผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

จะจำหน่ายตามราคาที่ปรากฏในตราสาร

หรือราคาต่ำ

กว่านั้นตามที่พนักงานตรวจแรงงงานเห็นสมควรกำหนด ถ้าผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖ ไม่เห็น

ชอบด้วยให้นำตราสานนั้นออกขายทอดตลาด

(๓) ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ

นอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ พนักงาน

ตรวจแรงงานโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ

๖ อาจออกคำสั่งเรียกบุคคลซึ่ง

ต้องรับผิดในการบำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้น ๆ

ให้มาพบและถ้าบุคคลนั้นยินยอมชำระหนี้ให้แก่

กรม

ให้พนักงานตรวจแรงงานจดบันทึกไว้

ถ้าบุคคลนั้นไม่มาหรือไม่ยินยอมชำระหนี้ดังกล่าวแล้ว

ให้พนักงานตรวจแรงงงานมีหนังสือแจ้งให้ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินฟ้องสตามเอกสารที่ได้ยึดนั้น ถ้าศาล

พิพากษาถึงที่สุดให้ชนะคดี

ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินต้องแจ้งให้พนักงานตรวตแรงงานทราบจำนวนยเงินที่

รับชำระหนี้จากการนั้นด้วย ถ้าผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินขัดขืนหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าว กรม

กาจใช้สิทธิเรียกร้องนั้นในนามกรมแทนผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ถ้าผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินมีสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอกให้ชำระเงินจำนวน

หนึ่ง

หรือเรียกให้ส่งมอบสิ่งของนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๔ ให้พนักงานตรวจแรงงานอายัดและ

จำหน่ายไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๖ ถึงข้อ ๓๐

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ สิทธิเรียกร้องที่ระบุไว้ในข้อ ๒๕ นั้น ให้อายัดได้โดยอาศัยคำสั่งอายัดของผู้

มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

และพนักงานตรวจแรงงานได้นำส่งคำสั่งอายัดให้แก่ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

และบุคคลซึ่งต้องรับผิดเพื่อการชำระเงินหรือส่งมอบสิ่งของนั้น

คำสั่งอายัดนั้น

อาจออกให้ได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อ

จำกัด

หรือเงื่อนไข

หรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่

คำสั่งอายัดนั้น

ต่องมีข้อห้ามผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินให้งดเว้นการจำหน่ายสิทธิเรียกร้อง

ตั้งแต่ขณะที่ได้ส่งคำสั่งนั้นให้

และมีข้อห้ามบุคคลภายนอกไม่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบสิ่งของให้แก

่ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน แต่ให้ชำระหรือส่งมอบให้แก่พนักงานตรวจแรงงาน ณ เวลา

หรือภายในเวลา

ตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ถ้าคำสั่งอายัดตามข้อ

๒๖ ไม่มีการคัดค้าน และบุคคลภายนอกมิได้

ปฏิบัติตาม

ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ

อาจออกคำสั่งบังคับแก่บุคคลภายนอกนั้น และดำเนินการ

ไปเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

ถ้าค่าแห่งสิทธิซื่งอายัดไว้นั้นต้องเสื่อมเสียไปเพราะความผิดของบุคคลภายนอก

เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดตามข้อ ๒๖ ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ

บุคคลภายนอกเช่นว่านั้นต้องรับใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่กรมเพื่อความเสียหายใด ๆ

ซึ่งเกิดขึ้นแก่กรม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การอายัดสิทธิเรียกร้องแห่งรายได้เป็นคราว ๆ นั้น รวมตลอดถึงจำนวน

เงินซึ่งถึงกำหนดชำระภายหลังการอายัดนั้นด้วย

ถ้าสิทธิเรียกร้องของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกในอันที่จะเรียกให้ชำระ

เงินจำนวนหนึ่งนั้น

มีการจำนองเป็นประกัน

การอายัดสิทธิเรียกร้องให้รวมตลอดถึงการจำนองด้วย

แต่ทั้งนี้พนักงานตรวจแรงงานต้องแจ้งคำสั่งอายัดนั้นไปยังเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องนั้นจดแจ้งไว้ใน

ทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การอายัดสิทธิเรียกร้องตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๗ และข้อ ๒๘ ให้มีผล

ดังต่อไปนี้

(๑)

การที่ผู้มีหน้าทีชดใช้เงินได้ก่อให้เกิดการโอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิ

เรียกร้องที่ได้ถูกอายัดภายหลังได้ทำการอายัดไว้แล้ว

หาอายใช้ยันแก่กรมได้ไม่ถึงแม้ว่าราคาแห่งสิทธิ

เรียกร้องนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้และค่าใช้จ่าย

และผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินได้จำหน่ายสิทธิเรียกร้องนั้น

เพียงส่วนที่เกินจำนวนนั้นก็ตาม

(๒)

การชำระหนี้โดยบุคคลภายนอกตามที่ได้ระบุไว้ในคำสั่งอายัดนั้นให้ถือ

ว่าเป็นการชำระหนี้ตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ถ้าสิ่งของที่จะต้องส่งมอบตามสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดนั้นได้ส่งมอบให้แก่

พนักงานตรวจแรงงานไปแล้ว ให้พนักงานตรวจแรงงานนำออกขายโดยการขายทอดตลาดตามที่

กำหนดได้ในหมวด

ถ้าการจำหน่ายสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดนั้นกระทำได้โดยยาก เนื่องจากการชำระหนี้

นั้นต้องอาศัยการชำระหนี้ตอบแทน หรือด้วยเหตุผลอื่นใด

และอาจทำให้ล่าช้า

เป็นการเสียหายแก่

กรมและผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือแก่บุคคลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้มีอำนาจออก

คำสั่งตามข้อ

๖ อาจมีคำสั่งให้จำหน่ายโดยวิธีอื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

การประมาณราคาที่ดินให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ประกอบกัน คือ

(๑)

ราคาที่ดินตามราคาประเมินของคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุน

ทรัพย์

(๒) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาด

(๓)

ราคาที่ดินตำบลนั้นหรือตำบลใกล้เคียงถ้าสามารถตรวจสอบได้

(๔)

ราคาซื้อขายหรือจำนองครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึดหรือที่ดินข้างเคียง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การประมาณราคาทรัพย์สินนอกจากที่ดิน

ให้ประมาณตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การประมาณราคาทรัพย์สินที่มีการจำนำหรือจำนอง ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ หรือข้อ ๓๒ แต่ให้หมายเหตุว่าจำนำ จำนองเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด

เพื่อประกอบดุลยพินิจ

ของผู้ขาย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้ยึด อายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้พนักงานตรวจ

แรงงานดำเนินการให้ผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สิน

หรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ถูกยึด

อายัดลงลายมือ

ชื่อรับทราบการยึด

อายัดทรัพย์สินนั้น

และให้ถือว่าการดำเนินการดังกล่าว

เป็นการแจ้งการยึด

ทรัพย์สินตามข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ หรือข้อ ๒๐ แล้ว

ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานตรวจแรงงานบันทึกเหตุ

แห่งการนั้นไว้

การร้องคัดค้านการยึด

อายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ถ้าบุคคลใดอ้างว่าทรัพย์สินที่ยึดไว้มิใช่ทรัพย์สินของผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินให้

ยื่นคำร้องคัดค้านต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ออกคำสั่งตามแบบที่อธิบดีกำหนด ก่อนนำ

ทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

กรณีมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องอื่นอันมิใช่ตัวเงินถ้าผู้ที่ต้อง

ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินจะปฎิเสธไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่อายัดหรือต้องการโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้อง

เอาแก่ตน

ให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อพนักงานตรวจแรงงานตามข้อ ๓๕

ตามแบบที่อธิบดีกำหนด ภาย

ในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์สิน หรือก่อนกำหนดการส่งมอบทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ กรณีมีคำสั่งอายัดเงิน

ผู้ที่จะต้องส่งเงินตามคำสั่งอายัดจะปฏิเสธไม่ส่งมอบ

เงินหรือต้องการโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตน

ให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อพนักงานตรวจแรงงานตามข้อ

๓๕

ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

ภายในสิบสี่วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อได้รับคำร้องคัดค้านตามข้อ ๓๕ ข้อ ๓๖ หรือข้อ ๓๗ ให้พนักงาน

ตรวจแรงงานผู้ออกคำสั่งหรือผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

รวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่

เกี่ยวข้องโดยเร็ว

และเสนอความเห็นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อมีคำวินิจฉัยชี้ขาด

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับ

ตั้งแต่วันที่พนักงานตรวจแรงงานได้รับคำร้องคัดค้าน ตามข้อ ๓๕ ข้อ ๓๖ หรือข้อ ๓๗ แล้วแต่

กรณี

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี

มอบหมายขยายเวลาพิจารณาออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนด และมีหนังสือแจ้งให้

ผู้ร้องคัดค้นทราบ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามข้อ ๓๘ ได้โดยมีเหตุผลอันสมควรพนักงาน

ตรวจแรงงานตามข้อ

๓๘

อาจเสนอให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อ

ทำให้เรื่องเสร็จเด็ดขาดตามที่เห็นสมควร และให้นำความในข้อ ๓๘ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในระหว่างที่รอคำวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อ ๓๘ หรือคำสั่งตามข้อ

๓๙ ให้

พนักงานตรวจแรงงานงดการขาดทอดตลาดทรัพย์สินไว้ เว้นแต่

(๑)

ทรัพย์สินที่ยึดไว้นั้นมีสภาพเป็นของสดเสียได้ ให้พนักงานตรวจแรงงาน

ตามข้อ

๓๘ สั่งขายทันที

โดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร

(๒)

สังหาริมทรัพย์ที่ยึดไว้นั้นไม่สามารถเก็บไว้ได้นานได้ พนักงานตรวจ

แรงงานตามข้อ

๓๘

อาจสั่งขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์เช่นว่านี้โดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้ผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดมีคำวินิจฉัยชี้จาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑)

ถ้าคำร้องคัดค้านรับฟังไม่ได้หรือเป็นการประวิงให้ชักช้าให้ยกคำร้อง

คัดค้านนั้นเสีย

(๒) ถ้าคำร้องคัดค้านรับฟังได้ ให้มีคำสั่งถอนการยึด อายัดทรัพย์สิน

หรือในกรณีที่มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามข้อ ๔๐ ให้คืนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์

สินให้แก่ผู้ร้องคัดค้านหรือเจ้าของทรัพย์สินนั้น

(๓)

ถ้าคำร้องคัดค้านรับฟังได้เฉพาะบางส่วน ให้มีคำสั่งถอนการยึด

อายัด

ทรัพย์สิน

เฉพาะในส่วนที่รับฟังได้

และให้เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้นั้นปฏิบัติตามคำสั่งยึด อายัด

ทรัพย์สินในส่วนที่มิได้มีคำสั่งเพิกถอนต่อไป

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้พนักงานตรวจแรงงานมีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยชี้

ขาดให้ผู้ยื่นคำร้องทราบ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ถ้าบุคคลภายนอกได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์สินปฏิเสธ หรือโต้แย้งหนี้ที่เรียก

ร้องเอาแก่ตน

พนักงานตรวจแรงงานตามข้อ

๓๘

อาจสอบสวนและให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ถ้าหนี้ที่เรียกร้องนั้นมีอยู่จริง ให้มีหนังสือแจ้งให้บุคคลภายนอกปฏิบัติ

ตามคำสั่งอายัด

หรือ

(๒)

ถ้าเห็นว่าเรื่องจะทำให้เสร็จเด็ดขาดไม่ได้สะดวกโดยวิธีสอบสวน ให้มี

คำสั่งอย่างอื่นใดในอันที่จะให้เรื่องเสร็จเด็ดขาดไปตามที่เห็นสมควร

ในกรณีที่มีผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดมีคำวินิจฉัยตามข้อ ๓๘ หรือคำสั่งตามข้อ

๓๙

แล้วและบุคคลภายนอกมิได้ปฏิบัติตาม ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

อาจออกคำสั่งบังคับแก่บุคล

ภายนอกผู้นั้น

และดำเนินการไปเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

ถ้าทรัพย์สินหรือค่าแห่งสิทธิเรียกร้อง

ซึ่งอายัดไว้ต้องเสื่อมเสียไปเพราะความผิดของ

บุคคลภายนอกเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖ ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ

บุคคลภายนอกเช่นว่านั้นต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ ซึ่งเกิด

ขึ้นแก่กรม

การถอน การยึด หรืออายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

หรือผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อ

๔๑

อาจมีคำสั่งให้ถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินในกรณีต่อไปนี้

(๑)

เมื่อผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว หรือไม่มีหน้าที่ต้อง

ชำระหนี้ต่อไป

(๒) เมื่อมีกรณีตามข้อ ๔๑ (๒) หรือ (๓)

(๓) เมื่อภาระแห่งหนี้ลดลง เป็นผลให้ผู้มีหน้าที่ชดใช้เงินต้องรับผิดชำระ

หนี้เพียงบางส่วนและถ้าได้ถอนการยึด หรืออายัดทรัพย์สินไปบางรายการแล้ว ทรัพย์สินที่เหลือยังคง

พอคุ้มหนี้ที่ยังค้างชำระ

(๔) เมื่อมีเหตุอื่น ๆ

ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานตามข้อ

๓๘ พิจารณาเห็น

สมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำสั่งถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ เมื่อมีคำสั่งตามข้อ

๔๓ แล้ว ให้พนักงานตรวจแรงงานออกประกาศถอน

การยึด

หรืออายัดทรัพย์สินตามแบบที่อธิบดีกำหนด และจัดส่งสำเนาคำสั่งและประกาศถอนการยึด

หรืออายัดทรัพย์สินแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เมื่อมีคำสั่งตามข้อ

๔๓ แล้ว ให้พนักงานตรวจแรงงานแจ้งให้ผู้มีหน้าที่

ชดใช้เงิน

หรือบุคคลที่มีสิทธิมารับทรัพย์สิน

หนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สิน

พันธบัตร ตราสาร

หรือเอกสารทั้งปวงคืนไป หรือพนักงานตรวจแรงงานจัดส่งให้ก็ได้

การขายทอดตลาดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เมื่อได้ทำการยึดทรัพย์สิน หรือได้รับมอบทรัพย์สินตามคำสั่งอายัดแล้ว ให้

ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตามข้อ ๖

ออกคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น เว้นแต่กรณีตามข้อ

๔๐

เมื่อมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานตรวจแรงงาน

ดำเนินการขายทอดตลาดได้จนกว่าจะเสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ก่อนดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้พนักงานตรวจแรงงานจัดทำ

ประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์สินและให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ส่งสำเนาคำสั่งและประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์สินแก่ผู้มีหน้าท

ี่ชดใช้เงิน

(๒)

ส่งสำเนาการประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์สินแก่ลูกหนี้แห่งสิทธิ

เรียกร้องให้กรณีที่มีการอายัดสิทธิเรียกร้องนั้น และผู้ซื้อตามข้อ ๖๙ ตลอดจนบุคคลผู้มีส่ายได้เสีย

ในการบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดซึ่งทราบได้ตามทะเบียนหรือโดยประกาศอื่นตามที่เห็น

สมควร

(๓)

ปิดประกาศการขาดทอดตลาดทรัพย์สินไว้โดยเปิดเผยไว้ก่อนวันขายไม่

น้อยกว่าห้าวัน

ณ สถานที่ที่จะขาย และสถานที่ที่ทรัพย์ตั้งอยู่

ที่ชุมชนหรือสำนักงาน แล้วแต่กรณี

และสถานที่ราชการอื่นอันสมควรจะปิด ทั้งนี้ อาจโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและหรือทางวิทยุ

กระจายเสียงก่อนวันขายด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้แสดงรายละเอียดดังนี้

(๑) วัน เวลา

สถานที่ที่จะขาย

และรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน

(๒) ข้อสัญญา คำเตือน

เงื่อนไป และเงื่อนเวลาการชำระเงิน

(๓)

ข้อสัญญาผูกพันอันเป็นคุณแก่ทรัพย์สินนั้น หรือค่าภาระติดพันเกี่ยว

ค้างอยู่

หรือเป็นทรัพย์สินที่มีดอกผลเกิดในระหว่างการยึดการอายัด

(๔)

ชื่อผู้รับจำนองเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ และข้อความให้ผู้ซื้อต้อง

รับจำนองติดไปด้วย

ในกรณีที่ขายทรัพย์สินอย่างการจำนองติดไป

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_21300b2355035d48

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com