法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการแต่งตั้งที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือคณะกรรมการ

ป.ป.ท. หรือคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงหรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ท. มอบหมาย แล้วแต่กรณี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๓๔ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑

คณะกรรมการ ป.ป.ท. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

และให้หมายความรวมถึงประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐด้วย

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่งตั้งเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ คณะกรรมการ

ป.ป.ท. อาจแต่งตั้งบุคคลเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือคณะกรรมการ

ป.ป.ท. หรือคณะอนุกรรมการ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมาย

แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ปรึกษาประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

จำนวนไม่เกิน ๒ คน

(๒) ที่ปรึกษากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

จำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการ

(๓) ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ที่ปรึกษาต้องมีคุณสมบัติสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

และมีคุณสมบัติพิเศษหรือมีประสบการณ์ตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการเห็นสมควร

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีความรู้ความสามารถ

หรือมีประสบการณ์ตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการเห็นสมควร แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๒) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ

ราชการส่วนท้องถิ่นหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

เว้นแต่เป็นอนุกรรมการซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ท. ให้ดำเนินการอื่นใด

(๓) ไม่เป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

(๔) ไม่เป็นผู้จัดการ กรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทนหรือลูกจ้างของบุคคล

ห้างหุ้นส่วน บริษัทหรือองค์กรใด ๆ ซึ่งทำธุรกิจเพื่อหากำไร

(๕) ไม่เป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๖) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ

(๗) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลาย

(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ

รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๙) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

หรือผู้อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๐)

ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๑๑) ไม่เคยถูกวุฒิสภามีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง

มิให้นำข้อกำหนดใน (๑) - (๔)

มาใช้บังคับกับที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๒ (๓)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญพ้นจากหน้าที่เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕

(๔) คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติให้ออก

(๕) คณะกรรมการ ป.ป.ท. พ้นจากตำแหน่ง

(๖) กรณีเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๒ (๓)

ให้พ้นจากหน้าที่เมื่อคณะอนุกรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ปรึกษาตามข้อ

๒ (๑) และ (๒) ต้องปฏิบัติงานเต็มเวลาของราชการปกติ

โดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้

(๑) ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา และแสดงความคิดเห็นต่อนโยบาย มาตรการ

และแผนพัฒนาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

(๒) ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา

และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ หรือมาตรการต่าง ๆ

เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

(๓) ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา

และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๔) ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา

และแสดงความคิดเห็นในการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการ ป.ป.ท.

(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๒ (๓)

มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้

(๑) ให้คำปรึกษา

หรือช่วยเหลือในการปฏิบัติงานทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการไต่สวนข้อเท็จจริงและชี้มูลเกี่ยวกับการกระทำการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๒) ริเริ่ม เสนอแนะ และให้คำปรึกษาทางวิชาการในเรื่องต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับกระบวนการในการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรรมการหรืออนุกรรมการในคณะอนุกรรมการอาจพิจารณาเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ

๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี เพื่อแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญได้ ทั้งนี้

โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้ได้รับแต่งตั้งด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญยื่นใบแสดงความจำนงตามแบบที่กำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน

ดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาทะเบียนบ้าน

(๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการ

ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุลให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุลมาแสดงด้วย

(๓) หลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี

(๔) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ ขนาด ๒.๕ x ๓ เซนติเมตร จำนวน ๓ รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน)

(๕) ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อสำนักงานได้รับเรื่องพร้อมหลักฐานตามข้อ

๑๐ แล้ว ให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อทุกราย

และเมื่อเห็นว่าถูกต้องสมบูรณ์ตามคุณสมบัติที่กำหนด

ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยหลักฐานต่าง ๆ ต่อเลขาธิการเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาอนุมัติแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับแต่งตั้ง

ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งของคณะกรรมการ ป.ป.ท.

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๒ (๓)

ผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องที่ถูกกล่าวหาเรื่องใด

ห้ามมิให้ผู้นั้นเข้าร่วมในคณะอนุกรรมการหรืออาจถูกคัดค้านได้ ทั้งนี้

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สิทธิในการได้รับค่าตอบแทน

ค่าเดินทาง ค่าที่พัก

และสิทธิประโยชน์อื่นของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้สำนักงานจัดทำ

รักษาและรวบรวมข้อมูลทะเบียนประวัติของบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. รักษาการตามประกาศนี้

และให้มีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

โสภณ จันเทรมะ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๙ มกราคม ๒๕๕๕

ณัฐพร/ผู้ตรวจ

๙ มกราคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๕๔/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2132b0004b7dc560

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com