ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ
สําหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557 (ฉบับที่ 2)
ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สําหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองประทับตราอนุญาตให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่ผ่านการตรวจสัญชาติ และมีหนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล เข้ามาและทํางานอยู่ในราชอาณาจักร นับตั้งแต่วันที่อนุญาต จนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 นั้น
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตํารวจ และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ 4 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สําหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 4 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองประทับตราอนุญาตให้คนต่างด้าว ซึ่งถือเอกสารตามข้อ 3 เข้ามาและทํางานอยู่ในราชอาณาจักร นับตั้งแต่วันที่อนุญาตจนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 เมื่อคนต่างด้าวตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 70/2557 เรื่อง มาตรการชั่วคราวในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ลงวันที่ 25 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 118/2557 เรื่อง การกําหนดมาตรการชั่วคราวเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 อยู่ในราชอาณาจักรครบกําหนดระยะเวลาที่อนุญาตแล้ว หากประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปอีกเพื่อการทํางานให้มีสิทธิขออยู่ในราชอาณาจักรได้อีกไม่เกินสองปี
บุตรของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งที่อายุไม่เกินสิบห้าปีในวันที่คนต่างด้าวนั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ซึ่งติดตามมาด้วยอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามระยะเวลาที่บิดาหรือมารดาของตนได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
ในกรณีบุตรของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตตามวรรคสองต่อมามีอายุเกินสิบห้าปีให้มีสิทธิอยู่ได้ตามสิทธิของบิดาหรือมารดา แต่ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ให้สามารถทํางานได้ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย”
ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย