法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
42
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ

ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ.

๒๕๕๑[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ (๒)

แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐

เลขาธิการออกระเบียบไว้ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

หมวด

บทนิยาม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

๓.๑ “สำนักงาน คปภ.”

หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

๓.๒ “คณะกรรมการ”

หมายถึง คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ

๓.๓ “อนุญาโตตุลาการ”

หมายถึง อนุญาโตตุลาการผู้ชี้ขาดข้อพิพาท ซึ่งสำนักงาน คปภ.

ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุญาโตตุลาการไว้ ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการ

๓.๔ “ระเบียบอนุญาโตตุลาการ”

หมายถึง ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

๓.๕ “พนักงานเจ้าหน้าที่”

หมายถึง

พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตหรือกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

ที่เลขาธิการมอบให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบอนุญาโตตุลาการนี้

๓.๖ “เลขาธิการ”

หมายถึง เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย

๓.๗ “ผู้เสนอข้อพิพาท”

หมายถึง บุคคลที่ยื่นคำเสนอข้อพิพาท เพื่อเรียกร้องสิทธิอันมีฐานแห่งสิทธิเรียกร้องจากสัญญาประกันภัยต่อสำนักงาน

คปภ.

๓.๘ “ผู้คัดค้าน”

หมายถึง

บริษัทประกันภัยที่ถูกผู้เสนอข้อพิพาทเรียกร้องให้รับผิดตามสิทธิเรียกร้องจากสัญญาประกันภัย

๓.๙ “คู่พิพาท”

หมายถึง ผู้เสนอข้อพิพาทและผู้คัดค้าน

๓.๑๐ “คำคู่ความ”

หมายถึง บรรดาคำเสนอข้อพิพาท คำคัดค้าน หรือคำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อสำนักงาน คปภ.

หรืออนุญาโตตุลาการ เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่พิพาท

หมวด

คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ” ประกอบด้วย

เลขาธิการเป็นประธานคณะกรรมการ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมายและคดี

ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด นายกสมาคมประกันวินาศภัย

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมนายหน้าประกันภัย ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน ๓ คน

ซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งเป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี สำนักงาน คปภ.

เป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้ผู้อำนวยการส่วนอนุญาโตตุลาการ

เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ

๔ ปี เมื่อครบวาระแล้ว อาจได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) เป็นคนไร้ความสามารถ

หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

ได้รับโทษจำคุกโดยมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้เลขาธิการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่

โดยให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งนั้น

เมื่อครบวาระดังกล่าวในวรรคสาม

หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง

เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนนั้นเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การประชุมคณะกรรมการ

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมของคณะกรรมการ

ถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมคณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียง

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑) ประกาศกำหนดสถานที่ทำการของอนุญาโตตุลาการ

(๒) ประกาศกำหนดอัตราค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณา

และอัตราการวางเงินเป็นหลักประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณา

(๓)

ให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระเบียบอนุญาโตตุลาการ

(๔) ให้คำแนะนำ

หรือให้ความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมจะทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการเสนอต่อสำนักงาน

คปภ. เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นอนุญาโตตุลาการสำนักงาน

คปภ. ทะเบียนอนุญาโตตุลาการนี้อาจเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราวตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

(๕) ออกประกาศ กำหนดระเบียบต่าง ๆ

เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบอนุญาโตตุลาการนี้

หมวด

การใช้ระเบียบอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ใช้ระเบียบอนุญาโตตุลาการนี้แก่การระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการในกรณีที่มีข้อพิพาท

ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ

ระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย

ภายใต้การดำเนินการของสำนักงาน คปภ.

การใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบอนุญาโตตุลาการ

ให้ดำเนินการนั้นไปตามความตกลงของคู่พิพาท หรือตามที่อนุญาโตตุลาการเห็นสมควร

หรือตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เพื่อประโยชน์ในการตีความระเบียบอนุญาโตตุลาการ

การส่งคำคู่ความหนังสือแจ้งความหรือเอกสารอื่นใด ให้ถือว่ามีผลสมบูรณ์

เมื่อคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งหรือผู้แทนฝ่ายนั้นได้รับแล้วด้วยตนเองหรือได้มีการส่งไปถึงภูมิลำเนา

หรือสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้รับ

หากไม่สามารถสืบหาภูมิลำเนาหรือสถานที่ประกอบธุรกิจที่แท้จริงได้

ให้ส่งไปยังถิ่นที่อยู่หรือสถานที่ประกอบธุรกิจที่ทราบครั้งสุดท้ายของบุคคลนั้น

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณระยะเวลาตามระเบียบอนุญาโตตุลาการ

มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมคำนวณเข้าด้วย

ถ้าวันสุดท้ายแห่งระยะเวลานั้นเป็นวันหยุดซึ่งตามประเพณีงดเว้นการงานให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวจนถึงวันที่เริ่มทำงานใหม่

วันหยุดซึ่งตามประเพณีงดเว้นการงาน

และอยู่ระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้รวมคำนวณเข้าไปในระยะเวลาด้วย

หมวด

การดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาท

ส่วนที่

การเสนอข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการเสนอข้อพิพาทให้ผู้เสนอข้อพิพาท

ยื่นคำเสนอข้อพิพาทของตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กำหนด

พร้อมสำเนาที่เพียงพอเพื่อมอบให้แก่อนุญาโตตุลาการและผู้คัดค้าน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(๑)

คำเสนอให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการภายใต้การดำเนินการของสำนักงาน คปภ.

(๒) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท

(๓)

สัญญาหรือข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ

(๔) ข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งข้อพิพาท

หากข้อพิพาทนั้นเกี่ยวกับจำนวนเงินให้ระบุจำนวนเงินที่เรียกร้องด้วย

(๕) คำขอให้ชี้ขาด

(๖) จำนวนอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนหรือสามคน

ในการเสนอข้อพิพาทตามวรรคแรก

ให้ผู้เสนอข้อพิพาทยื่นสัญญาประกันภัยอันก่อให้เกิดข้อพิพาท

หรือต้นฉบับเอกสารที่แสดงข้อเท็จจริงอันเป็นฐานแห่งสิทธิเรียกร้อง หรือสำเนาเอกสารนั้นที่รับรองความถูกต้องแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

คำเสนอข้อพิพาทให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ส่วนงานสังกัดสำนักงาน

คปภ. ซึ่งผู้เสนอข้อพิพาทมีภูมิลำเนาอยู่ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นที่สำนักงาน คปภ.

(๒)

ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักงาน คปภ.

จังหวัด หรือสำนักงาน คปภ. ภาค

นอกจากเขตอำนาจตามวรรคแรก

หากผู้เสนอข้อพิพาทมีความสะดวก อาจยื่นคำเสนอข้อพิพาทตามสถานที่ที่เกิดเหตุ

หรือที่ออกกรมธรรม์ประกันภัย หรือที่ทำสัญญาประกันภัยที่อยู่ในเขตอำนาจตาม (๑)

หรือ (๒) ก็ได้

การยื่นคำเสนอข้อพิพาทตามวรรคสอง

ให้ผู้เสนอข้อพิพาทแสดงเหตุผลของความสะดวกและเงื่อนไขในการยื่นคำเสนอข้อพิพาทนั้นด้วย

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำเสนอข้อพิพาทที่มีการยื่นตามวรรคหนึ่ง

และวรรคสอง ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องครบถ้วนให้มีคำสั่งคืนคำเสนอข้อพิพาทไปให้ทำมาใหม่

หรือแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำเสนอข้อพิพาทแล้ว

ผู้เสนอข้อพิพาทจะยื่นคำเสนอข้อพิพาทเดียวกันนั้นต่อสำนักงาน คปภ.

หรือส่วนงานสังกัดสำนักงาน คปภ. ที่อื่นอีกไม่ได้

ส่วนที่

การแจ้งเสนอข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อมีการยื่นคำเสนอข้อพิพาท

และพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำเสนอข้อพิพาทนั้นถูกต้องก็ให้รับคำเสนอข้อพิพาทเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการเสนอข้อพิพาทเป็นหนังสือและส่งสำเนาคำเสนอข้อพิพาทดังกล่าวไปยังผู้คัดค้านโดยไม่ชักช้า

ณ ภูมิลำเนาหรือสถานที่ประกอบธุรกิจหรือถิ่นที่อยู่ของผู้คัดค้านนั้นโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือวิธีอื่นตามที่เลขาธิการกำหนด

ส่วนที่

การยื่นคำคัดค้านและคำเรียกร้องแย้ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อผู้คัดค้านได้รับหนังสือแจ้งการเสนอข้อพิพาทและสำเนาคำเสนอข้อพิพาทแล้วจะยื่นคำคัดค้านและเสนอคำเรียกร้องแย้งตามแบบที่เลขาธิการกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้

ทั้งนี้ ให้ยื่นภายใน ๑๕ วัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการเสนอข้อพิพาทและสำเนาคำเสนอข้อพิพาทนั้น

ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่ผู้คัดค้านไม่อาจยื่นคำคัดค้านได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคแรก

ให้ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นคำคัดค้านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ขยายเวลายื่นคำคัดค้านได้ตามสมควร

แต่ทั้งนี้ไม่เกิน ๑๕ วัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เมื่อมีการยื่นคำเรียกร้องแย้ง

ให้นำความในข้อ ๑๑ มาใช้บังคับกับคำเรียกร้องแย้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การยื่นคำแก้คำเรียกร้องแย้ง ให้นำความในข้อ

๑๒ มาใช้บังคับกับคำแก้คำเรียกร้องแย้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

คำคัดค้าน คำเรียกร้องแย้ง

และคำแก้คำเรียกร้องแย้ง ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ส่วนงานสังกัดสำนักงาน คปภ.

ที่ได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทไว้

ส่วนที่

การแต่งตั้งผู้แทนและบุคคลเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินกระบวนพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

คู่พิพาทอาจแต่งตั้งผู้แทนหรือบุคคลใด

เพื่อช่วยเหลือตนในการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทก็ได้

ให้คู่พิพาทดังกล่าวแจ้งชื่อและที่อยู่ของผู้แทน

หรือบุคคลซึ่งตนแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเหลือ โดยทำเป็นหนังสือตามแบบที่เลขาธิการกำหนดยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อรวมไว้ในสำนวนความ

ส่วนที่

การตั้งอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้คู่พิพาทตั้งอนุญาโตตุลาการตามจำนวนดังต่อไปนี้

(๑) กรณีข้อพิพาทที่ไม่มีทุนทรัพย์

หรือข้อพิพาทที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐

บาท ให้มีอนุญาโตตุลาการ จำนวน ๑ คน

(๒) กรณีข้อพิพาทที่มีจำ

นวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐

บาท ให้มีอนุญาโตตุลาการจำนวน ๓ คน เว้นแต่คู่พิพาทตกลงกันให้มีอนุญาโตตุลาการ

จำนวน ๑ คน ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

เว้นแต่คู่พิพาทตกลงกันเป็นอย่างอื่น

การตั้งอนุญาโตตุลาการจำนวน ๑ คน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นัดพร้อมคู่พิพาทภายใน ๑๕

วัน นับแต่วันรับคำคัดค้าน หรือคำคัดค้านแก้คำเรียกร้องแย้ง

เมื่อคู่พิพาทมาพร้อมกันแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายชื่ออนุญาโตตุลาการ

ในทะเบียนอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. พร้อมประวัติโดยย่อ

และให้คู่พิพาทเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่อในทะเบียนดังกล่าว

เมื่อตั้งอนุญาโตตุลาการตามวรรคแรกแล้ว

ให้อนุญาโตตุลาการกำหนดวันพิจารณานัดแรก

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เว้นแต่คู่พิพาทตกลงกันเป็นอย่างอื่น

การตั้งอนุญาโตตุลาการจำนวน ๓ คน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นัดพร้อมคู่พิพาทภายใน ๑๕

วัน นับแต่วันรับคำคัดค้าน หรือคำคัดค้านแก้คำเรียกร้องแย้ง

เมื่อคู่พิพาทมาพร้อมกันแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายชื่ออนุญาโตตุลาการในทะเบียนอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน

คปภ. พร้อมประวัติโดยย่อ

และให้คู่พิพาทเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่อในทะเบียนดังกล่าว

เมื่อตั้งอนุญาโตตุลาการตามวรรคแรกแล้ว

ให้อนุญาโตตุลาการนัดวันในการพิจารณานัดแรกและให้อนุญาโตตุลาการกำหนดผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ

หากคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

หรือทั้งสองฝ่ายมิได้ดำเนินการเลือกหรือไม่อาจตกลงเลือกอนุญาโตตุลาการกันได้ตามข้อ

๑๘ หรือข้อ ๑๙ ให้เลขาธิการทำการตั้งอนุญาโตตุลาการให้แก่คู่พิพาท ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระ

และความเป็นกลางของบุคคลที่จะได้รับการตั้งให้เป็นอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การตั้งอนุญาโตตุลาการต้องทำเป็นหนังสือตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เมื่อได้รับการตั้งให้เป็นอนุญาโตตุลาการและตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการให้อนุญาโตตุลาการเปิดเผยถึงข้อเท็จจริงอันอาจทำให้คู่พิพาทเกิดความสงสัยอันควรในความเป็นอิสระและความเป็นกลางของตน

ถ้าหากพึงมี

อนุญาโตตุลาการอาจถูกคัดค้านได้

หากปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระ

แต่คู่พิพาทจะคัดค้านอนุญาโตตุลาการซึ่งตนเป็นผู้ตั้งหรือร่วมตั้งตามข้อ ๑๘ หรือข้อ

๑๙ มิได้

เว้นแต่คู่พิพาทฝ่ายนั้นจะมิได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการคัดค้านในขณะที่ตั้งอนุญาโตตุลาการนั้น

การคัดค้านให้ทำเป็นหนังสือแจ้งเหตุแห่งการคัดค้านโดยแจ้งชัด

ยื่นต่อเลขาธิการภายใน ๑๕ วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุแห่งการคัดค้าน ทั้งนี้ ต้องกระทำเสียก่อนวันที่อนุญาโตตุลาการสั่งปิดการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

หากคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งเห็นชอบกับการคัดค้านอนุญาโตตุลาการหรือผู้เป็นอนุญาโตตุลาการขอถอนตัวหลังจากการคัดค้าน

ให้ดำเนินการตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นใหม่แทนอนุญาโตตุลาการที่ถูกคัดค้านตามข้อ ๑๘

และข้อ ๑๙ ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันสิ้นสุดการเป็นอนุญาโตตุลาการ

การที่คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งเห็นชอบกับการคัดค้านอนุญาโตตุลาการหรือผู้เป็นอนุญาโตตุลาการขอถอนตัวตามวรรคแรกมิได้หมายถึงอนุญาโตตุลาการผู้นั้นยอมรับถึงความถูกต้องแห่งเหตุคัดค้านอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

หากคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นชอบกับการคัดค้านอนุญาโตตุลาการและอนุญาโตตุลาการที่ถูกคัดค้านมิได้ถอนตัว

ถ้าเลขาธิการเห็นชอบกับคำคัดค้านให้ดำเนินการตามข้อ ๑๘ หรือข้อ ๑๙ ภายใน ๓๐

วันนับแต่วันที่เลขาธิการเห็นชอบ

ถ้าไม่เห็นชอบกับคำคัดค้านให้ยกคำคัดค้านเสียและให้เป็นที่ยุติ

กรณีคู่พิพาทที่คัดค้านไม่เห็นด้วยในคำวินิจฉัยของเลขาธิการตามวรรคแรกให้ดำเนินการคัดค้านต่อศาลได้ภายใน

๓๐ วันนับแต่วันที่เลขาธิการมีคำวินิจฉัย

การดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการต้องหยุดชะงัก

เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ในระหว่างดำเนินกระบวนพิจารณา

หากอนุญาโตตุลาการตาย ลาออก ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้โดยเหตุอื่น ให้ตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นใหม่แทน

โดยวิธีเดียวกับการตั้งอนุญาโตตุลาการผู้นั้น ภายใน ๓๐

วันนับแต่วันสิ้นสุดการเป็นอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

หากอนุญาโตตุลาการที่ตั้งขึ้นใหม่แทนตามข้อ

๒๒, ๒๓ และ ๒๔

เป็นอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนหรือเป็นอนุญาโตตุลาการสามคนแล้วแต่กรณี

การที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการใหม่หรือไม่นั้น

ให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการหรือคณะอนุญาโตตุลาการ นั้น

ส่วนที่

การตกลงและการประนีประนอมยอมความ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ก่อนวันที่อนุญาโตตุลาการพิจารณานัดแรกหากเลขาธิการเห็นสมควรหรือคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะให้มีการตกลงหรือประนีประนอมยอมความโดยสำนักงาน

คปภ. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นัดคู่พิพาทมาพร้อมกันเพื่อหาทางเจรจาทำการตกลงหรือประนีประนอมยอมความในข้อพิพาทนั้น

เมื่อคู่พิพาทตกลงหรือประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทกันได้

ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

ให้คู่พิพาททำสัญญาตกลงหรือประนีประนอมยอมความนั้นเป็นหนังสือ

และให้คู่พิพาทลงลายมือชื่อในสัญญาดังกล่าว

หากคู่พิพาทประสงค์จะให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการตามระเบียบอนุญาโตตุลาการนี้ต่อไป

หมวด

วิธีพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ไม่ว่าการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการจะได้ดำเนินไปแล้วเพียงใดหากอนุญาโตตุลาการเห็นเป็นการสมควร

ให้อนุญาโตตุลาการมีอำนาจที่จะทำการประนอมข้อพิพาทนั้นได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

เว้นแต่คู่พิพาทได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

การสืบพยานให้เป็นไปตามวิธีการต่อไปนี้

(๑) ให้คู่พิพาทยื่นบัญชีระบุพยานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อสนับสนุนข้ออ้าง หรือคำคัดค้าน หรือคำเรียกร้องแย้ง

หรือคำแก้คำเรียกร้องแย้งของตนต่ออนุญาโตตุลาการในวันพิจารณานัดแรก

ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นสมควร อนุญาโตตุลาการมีอำนาจสั่งให้คู่พิพาททำบันทึกคำพยานหรือส่งเอกสารใด

ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทล่วงหน้าให้ก็ได้

(๒) การสืบพยานบุคคลให้กระทำต่อหน้าอนุญาโตตุลาการ

โดยให้อนุญาโตตุลาการบันทึกคำพยานโดยย่อ

เพื่ออ่านและให้พยานลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน แล้วเก็บรวมไว้ในสำนวนความ

(๓) ขณะนั่งพิจารณา อนุญาโตตุลาการจะให้พนักงานเจ้าหน้าที่

ที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงาน คปภ.

ช่วยบันทึกคำพยานแทนก็ได้

(๔) การสืบพยานจะต้องกระทำอย่างเปิดเผย

เว้นแต่คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะร้องขอหรืออนุญาโตตุลาการเห็นสมควรให้ดำเนินกระบวนพิจารณาลับ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

คู่พิพาทฝ่ายใดกล่าวอ้างข้ออ้างใด

ต้องเป็นฝ่ายมีหน้าที่นำสืบให้ประจักษ์ตามข้ออ้างของตน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

อนุญาโตตุลาการจะให้ผู้เชี่ยวชาญคนใดทำรายงานความเห็นเสนอก็ได้

กรณีเช่นนี้ให้คู่พิพาทแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้เชี่ยวชาญสอบถาม

เมื่อได้รับรายงานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแล้ว

ให้อนุญาโตตุลาการแจ้งให้คู่พิพาททราบรายละเอียดในรายงานความเห็นนั้น

และหากคู่พิพาทร้องขอก็ให้ทำสำเนารายงานความเห็นนั้นให้

คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องขอซักถามผู้เชี่ยวชาญก็ได้

หากอนุญาโตตุลาการพิจารณาอนุญาตก็นำวิธีการสืบพยานในข้อ ๒๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ถ้าผู้เสนอข้อพิพาทไม่มาตามกำหนดนัดพิจารณานัดแรกโดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาหรือมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง

อนุญาโตตุลาการสั่งจำหน่ายข้อพิพาทเสียก็ได้

ถ้าผู้คัดค้านไม่มาตามกำหนดนัดพิจารณานัดแรก

หรือคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาตามกำหนดในนัดต่อไป โดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณา

หรือมิได้แจ้งเหตุขัดข้องก่อนเริ่มพิจารณา หากอนุญาโตตุลาการเห็นเป็นการสมควรให้ดำเนินการพิจารณาไปแต่ฝ่ายเดียว

กรณีคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาตามกำหนดนัดตามวรรคสอง

โดยไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนการพิจารณา ให้อนุญาโตตุลาการคิดค่าปรับจากคู่พิพาทฝ่ายนั้นตามความเป็นจริงได้

เพื่อจ่ายให้แก่คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งหรือเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายแก่การดำเนินกระบวนพิจารณา

คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีได้

โดยจะต้องแสดงเหตุผลในการขอเลื่อนให้ชัดแจ้ง และให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการ

ถ้าคู่พิพาทไม่มีพยานอื่นใดมาเสนอต่ออนุญาโตตุลาการอีก

ก็ให้อนุญาโตตุลาการสั่งปิดการพิจารณาและนัดชี้ขาด

หมวด

คำชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

คำชี้ขาดจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่กระบวนการตั้งอนุญาโตตุลาการเสร็จสิ้นลง

ถ้ามีเหตุจำเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายเวลาออกไปได้อีกตามสมควร

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

คำชี้ขาดให้วินิจฉัยไปตามเสียงข้างมากของอนุญาโตตุลาการ

อนุญาโตตุลาการ

จะกำหนดหรือชี้ขาดการใดให้เกินขอบเขตแห่งสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือคำขอให้ชี้ขาดของคู่พิพาทไม่ได้

เว้นแต่จะเป็นการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณา

หรือค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ หรือเป็นการชี้ขาดให้เป็นไปตามข้อตกลง

หรือประนีประนอมยอมความกันระหว่างคู่พิพาท

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

อนุญาโตตุลาการจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดไปตามหลักแห่งกฎหมาย

และความยุติธรรมในการตีความสัญญาประกันภัย

ให้คำนึงถึงสภาพความเป็นไปได้และแนวปฏิบัติทางการค้าของสัญญาประกันภัยนั้น ๆ ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

คำชี้ขาดจะต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของอนุญาโตตุลาการ

ระบุ วัน เดือน ปีและสถานที่ที่ทำคำชี้ขาดไว้โดยชัดแจ้ง

ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการคนใดไม่ลงลายมือชื่อไว้ให้อนุญาโตตุลาการอื่นหรือเลขาธิการ

จดแจ้งเหตุขัดข้องไว้

คำชี้ขาดจะต้องระบุเหตุผลแห่งข้อวินิจฉัยทั้งปวงไว้โดยชัดแจ้ง

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้สำนักงาน คปภ.

เปิดเผยต่อสาธารณชนได้

เว้นแต่เป็นกระบวนพิจารณาลับต้องได้รับความยินยอมจากคู่พิพาท

เมื่อทำคำชี้ขาดแล้ว

ให้มีผลผูกพันคู่พิพาทนับแต่วันอ่าน เว้นแต่คู่พิพาทไม่มาฟังคำชี้ขาด

ก็ให้รีบส่งสำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและให้ถือว่าคำชี้ขาดมีผลผูกพันคู่พิพาทตั้งแต่สำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทฝ่ายนั้น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ภายในกำหนดเวลา ๓๐ วัน

นับแต่วันที่สำเนาคำชี้ขาดไปถึง เมื่อเกิดความสงสัยตามสมควรเกี่ยวกับข้อความในคำชี้ขาด

คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ

ให้อนุญาโตตุลาการตีความข้อความนั้นได้ คำตีความให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำชี้ขาด

และต้องปฏิบัติไปในทำนองเดียวกับการทำคำชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ถ้าในคำชี้ขาดใดมีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย

เมื่ออนุญาโตตุลาการหรือเมื่อคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นคำร้องขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ

อนุญาโตตุลาการอาจแก้ไขให้ถูกต้องได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ภายในกำหนดเวลา ๓๐ วัน

นับแต่วันที่สำเนาคำชี้ขาดไปถึง

เมื่อคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามิได้ชี้ขาดในข้อประเด็นสาระสำคัญใด ก็อาจยื่นคำร้องขอต่อเลขาธิการเป็นหนังสือตามแบบที่สำนักงาน

คปภ. กำหนด ขอให้อนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมในประเด็นข้อนั้นได้

ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นว่าข้อประเด็นนั้นเป็นข้อสาระสำคัญ

และยังมิได้ชี้ขาดไว้ ก็ให้ทำคำชี้ขาดในประเด็นนั้นให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๓๐ วัน

นับแต่วันที่คู่พิพาทฝ่ายนั้นได้ยื่นคำร้องขอ

ถ้าอนุญาโตตุลาการเห็นว่าการทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมนั้น

ไม่อาจกระทำได้ นอกจากจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ก็อาจสั่งให้คู่พิพาทนำพยานหลักฐานมาสืบได้ อนึ่ง

อนุญาโตตุลาการจะต้องทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นภายใน ๖๐ วัน

นับแต่วันที่คู่พิพาทได้ยื่นคำร้องขอ

ถ้ามีเหตุจำเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายเวลาออกไปได้อีกตามสมควรและเมื่อทำคำชี้ขาดแล้ว

ให้รีบส่งสำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและให้ถือว่าคำชี้ขาดมีผลผูกพันแล้วตั้งแต่สำเนาคำชี้ขาดไปถึงคู่พิพาทฝ่ายนั้น

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

เมื่ออนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาด

ทำคำตีความ แก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย

หรือทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมเสร็จสิ้นแล้ว

ให้อนุญาโตตุลาการส่งมอบสำนวนทั้งหมดให้แก่สำนักงาน คปภ.

หมวด

ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนการพิจารณา

และการวางเงินเป็นหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ให้คู่พิพาทวางเงินเป็นหลักประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ

และค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณา

ในวันยื่นคำเสนอข้อพิพาทตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ถ้าผู้เสนอข้อพิพาทมิได้วางเงินเป็นหลักประกันตามวรรคแรกให้ครบจำนวนให้เลขาธิการมีคำสั่งไม่รับคำเสนอข้อพิพาท

ในกรณีที่จัดให้มีการประนีประนอมยอมความโดยสำนักงาน

คปภ. หรือถอนข้อพิพาทก่อนตั้งอนุญาโตตุลาการ

หรือก่อนพิจารณานัดแรกให้คืนเงินที่วางเป็นหลักประกันตามวรรคแรกแก่ผู้วางหลักประกันหลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนการพิจารณาแล้ว

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

กระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อนวันที่ระเบียบอนุญาโตตุลาการนี้มีผลใช้บังคับ

ให้ดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับกรมการประกันภัย

ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการที่ใช้อยู่ในขณะเสนอข้อพิพาท

บรรดาประกาศคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ

ประกาศกรมการประกันภัย แบบเอกสารที่เกี่ยวกับกระบวนอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับกรมการประกันภัย

ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการที่ใช้อยู่ในขณะเสนอข้อพิพาท

ให้ใช้ต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบอนุญาโตตุลาการนี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

โดยระเบียบอนุญาโตตุลาการนี้ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยสำนักงาน คปภ.

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

จันทรา

บูรณฤกษ์

เลขาธิการ

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๒๐

มกราคม ๒๕๕๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๕ ง/หน้า ๑/๑๔ มกราคม ๒๕๕๒

42 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_214fa9889b62fe14

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com