法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ค. ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2530) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ค.

ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2530)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู

พ.ศ. 2523

ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 ประกอบกับมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 ก.ค. โดยได้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรีจึงออกกฎ ก.ค.

ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 การสั่งให้ข้าราชการครูพักราชการ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวน

พิจารณาตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค. นี้

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 เมื่อข้าราชการครูผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

จนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา

เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี

ปลัดกระทรวงอธิบดี ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด หรือผู้อำนวยการการประถมศึกษา

กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี จะสั่งให้พักราชการได้ต่อเมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่ผู้นั้นถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่า

กระทำความผิดอาญา นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือเกี่ยวกับความประพฤติ

หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ และผู้มีอำนาจดังกล่าวพิจารณาเห็นว่า ถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในหน้าที่

ราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ

(2) มีพฤติการณ์ที่แสดงว่า ถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในหน้าที่ราชการ จะเป็นอุปสรรค

ต่อการสอบสวนพิจารณา หรือจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น

(3) ผู้นั้นอยู่ในระหว่างถูกคุมขังหรือต้องจำคุกโดยคำพิพากษาเป็นเวลาติดต่อกัน

เกินกว่าสิบห้าวันแล้ว

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ภายใต้บังคับบทบัญญัติว่าด้วยการร้องทุกข์ การพักราชการ ให้พักตลอดเวลา

ที่สอบสวนพิจารณา

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ในกรณีที่ข้าราชการครูผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย

อย่างร้ายแรงจนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนหลายสำนวน หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่า

กระทำความผิดอาญาหลายคดี เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ถ้าจะสั่งพักราชการให้สั่งพักทุกสำนวนและทุกคดี

ในกรณีที่ได้สั่งพักราชการในสำนวนใดหรือคดีใดไว้แล้ว ภายหลังปรากฏว่า

ผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งคณะกรรมการ

สอบสวนในสำนวนอื่น หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในคดีอื่น

เพิ่มขึ้นอีก เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ก็ให้สั่งพักราชการ

ในสำนวนหรือคดีที่เพิ่มขึ้นนั้นด้วย

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 การสั่งพักราชการ ห้ามมิให้สั่งพักราชการย้อนหลังไปก่อนวันออกคำสั่ง

เว้นแต่

(1) ผู้ซึ่งจะถูกสั่งพักราชการอยู่ในระหว่างถูกคุมขัง หรือต้องจำคุกโดยคำพิพากษา

การสั่งพักราชการในเรื่องนั้น ให้สั่งพักราชการย้อนหลังไปถึงวันที่ถูกคุมขังหรือต้องจำคุกได้

(2) ในกรณีที่ได้มีการสั่งพักราชการไว้แล้ว ถ้าจะต้องสั่งใหม่เพราะคำสั่ง

ไม่ถูกต้องให้สั่งตั้งแต่วันให้พักราชการตามคำสั่งเดิม หรือตามวันที่ควรต้องพักราชการ

ในขณะที่ออกคำสั่งเดิม

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 คำสั่งพักราชการให้ทำเป็นหนังสือตามแบบคำสั่งของทางราชการ

ระบุชื่อผู้ถูกสั่ง พร้อมทั้งกรณีและเหตุที่สั่งให้พักราชการด้วย

เมื่อได้มีคำสั่งให้ข้าราชการครูผู้ใดพักราชการแล้ว ให้แจ้งคำสั่งให้ผู้นั้นทราบ

พร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งให้ด้วยโดยพลัน แต่ถ้าไม่อาจแจ้งให้ทราบได้ ให้ปิดสำเนาคำสั่งไว้

ณ ที่ทำการของผู้นั้น และแจ้งโดยหนังสือพร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปให้

ณ ที่อยู่ของผู้นั้นซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการด้วย และให้ถือว่าได้แจ้งคำสั่งพักราชการ

ให้ทราบแล้ว

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 เมื่อข้าราชการครูผู้ใดมีเหตุที่อาจถูกสั่งพักราชการและผู้มีอำนาจตามข้อ 2

พิจารณาเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาหรือคดีนั้นจะได้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจาก

ราชการไว้ก่อนได้

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูผู้ใดพักราชการไว้แล้ว หากมีเหตุตามข้อ 7

จะสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนอีกชั้นหนึ่งก็ได้

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ให้นำความในข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 6 มาใช้บังคับแก่การสั่งให้ออกจากราชการ

ไว้ก่อนโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามข้อ 7 ให้นำความในข้อ 5 มาใช้บังคับ

โดยอนุโลม

การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามข้อ 8 ให้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่

วันพักราชการเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 การสั่งให้ข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ 10

และผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ออกจากราชการไว้ก่อนให้ดำเนินการเพื่อนำความกราบบังคมทูล

เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันออกจากราชการไว้ก่อน

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูผู้ใดพักราชการ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาแล้ว ถ้าภายหลังปรากฏผลการสอบสวนพิจารณาเป็นประการใด

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้สั่งลงโทษให้ออก

ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบ

การพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าให้ออก โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(ก) สำหรับข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ 10 ลงมา

และผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้นายกรัฐมนตรี

ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการครู พ.ศ. 2523 ส่งเรื่องให้ อ.ก.ค. กรมพิจารณา และเมื่อ อ.ก.ค. กรมมีมติ

เป็นประการใด ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดังกล่าว

แล้วแต่กรณี สั่งให้เป็นไปตามนั้น

(ข) สำหรับข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ 6 ลงมา

ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดส่งเรื่องให้ อ.ก.ค. จังหวัดพิจารณาและเมื่อ อ.ก.ค. จังหวัดมีมติเป็นประการใด ให้ผู้อำนวยการ

การประถมศึกษาจังหวัดสั่งให้เป็นไปตามนั้น

ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ

ตามมาตรา 42 (1) (2) (3) (4) หรือ (5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู

พ.ศ. 2523 มีความเห็นขัดแย้งกับความเห็นของ อ.ก.ค. จังหวัดก็ให้นำสำนวนส่ง อ.ก.ค.

กรม และเมื่อ อ.ก.ค. กรมมีมติเป็นประการใดให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหรือ

ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดังกล่าว แล้วแต่กรณี สั่งให้เป็นไปตามนั้น

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการครู พ.ศ. 2523 ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตาม (1) ให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 42

ดังกล่าว ระดับเหนือขึ้นไปมีอำนาจดำเนินการตาม (1) ได้และให้พิจารณาลงโทษ

ผู้บังคับบัญชาซึ่งละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วย

ข้าราชการครูที่ถูกสั่งลงโทษให้ออกตาม (1) ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ

เสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ

(2) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณีที่จะต้อง

ออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมหรือ

ตำแหน่งอื่นที่ ก.ค. กำหนดให้ได้รับเงินเดือนในระดับเดียวกันและเป็นตำแหน่งที่ผู้นั้น

มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามที่กำหนดในมาตราฐานกำหนดตำแหน่งสำหรับ

การสั่งให้ผู้ถูกสั่งพักราชการกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งอื่นที่ ก.ค. กำหนดให้ได้รับ

เงินเดือนในระดับเดียวกัน และการสั่งให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนกลับเข้ารับราชการ

ในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ค. กำหนดให้ได้รับเงินเดือนในระดับ 10 และตำแหน่ง

ศาสตราจารย์ ให้ดำเนินการเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้งตามมาตรา 42 (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523

(3) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัย

อย่างร้ายแรงที่จะลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจาก

ราชการด้วยเหตุอื่นให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการตาม (2) และให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษ

ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด

ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษ

ภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมา

ประกอบพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำ

ผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอันควรลดหย่อนซึ่งยังไม่ถังกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน

ในกรณีที่กระทำผิดวินัยเล็กน้อยและเป็นความผิดครั้งแรก ถ้าผู้บังคับบัญชา

เห็นว่ามีเหตุอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือนหรือให้ทำทัณฑ์บนเป็น

หนังสือไว้ก่อนก็ได้

(4) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำ

ผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่จะลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก แต่มีกรณีที่จะต้องออกจาก

ราชการด้วยเหตุอื่นให้ดำเนินการตาม (3) แล้วจึงสั่งให้ออกจากราชการตามเหตุนั้น

โดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้ารับราชการและถ้าเป็นกรณีที่จะสั่งลงโทษตัดเงินเดือนหรือลดขั้น

เงินเดือนห้ามมิให้สั่งย้อนหลังไปก่อนวันพักราชการหรือวันให้ออกจากราชการไว้ก่อน

(5) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดวินัย แต่มีกรณีที่จะต้องออกจาก

ราชการการด้วยเหตุอื่น ให้สั่งให้ออกจากราชการตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่งให้กลับ

เข้ารับราชการ

ให้ไว้ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2530

พลเอก มานะ รัตนโกเศศ

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ประธาน ก.ค.

+-------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ค. ฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา 4 แห่ง

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 บัญญัติให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับแก่ข้าราชการครู

โดยอนุโลม และในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดให้ ก.พ.

ออกกฎ ก.พ. ในกรณีนั้นให้ ก.ค. ออกกฎ ก.ค. แทนและปรากฏว่าได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการในการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและการดำเนินการ

เพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาไว้ในกฎ ก.พ. ในการนี้ สมควรกำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการในการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการ

เพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาไว้ในกฎ ก.ค. ด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ค. นี้

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ค. ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2530) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2179e2c195a557b9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com