法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 140/2547 เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม บางกรณี

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมสรรพากร

ที่ ท.ป. 140/2547

เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดําเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม บางกรณี

เพื่อให้การสั่งงดเบี้ยปรับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม บางกรณี เป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็ว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 38(7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 11 และข้อ 13 ของคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 และข้อ 2(4) ของคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 121/2545 เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดําเนินการเกี่ยวกับ การพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ มอบหมายให้สรรพากรพื้นที่ สําหรับเขตท้องที่สํานักงานสรรพากรพื้นที่นั้น สั่งงด เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่จํากัดจํานวนเบี้ยปรับ ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีบุคคลที่จะต้องเสียเบี้ยปรับได้กระทําความผิด ดังนี้

(1) ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) โดยเข้าใจว่าได้จดทะเบียนแล้ว

(2) ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เข้าใจว่าต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) ไปแล้ว

(3) กรอกแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยนํายอดขายหรือยอดซื้อของสถานประกอบการสาขามารวมคํานวณกับสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ โดยยังไม่ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการและชําระภาษีรวมกัน

(4) ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรวมที่สํานักงานใหญ่แล้วแต่ยังกรอกแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม แยกยื่นเป็นรายสถานประกอบการ

(5) นําภาษีซื้อมาใช้หักในการคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนเดือนที่ระบุใน ใบกํากับภาษีในกรณี

(ก) นําภาษีซื้อตามใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรส่วนที่เป็นภาษี มูลค่าเพิ่มมาใช้หักจากภาษีขายในเดือนที่มีการนําเข้า ไม่ตรงตามเดือนภาษีที่ความรับผิดเกิดขึ้น

(ข) นําภาษีซื้อตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรส่วนที่เป็นภาษี มูลค่าเพิ่ม ในการชําระภาษีตามแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) มาใช้หักจากภาษีขายในเดือนที่มีการส่งเงินไป ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ มอบหมายให้ผู้อํานวยการสํานักตรวจสอบภาษีกลาง สําหรับเขตท้องที่ ทั่วราชอาณาจักร ผู้อํานวยการสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ตามที่กรมสรรพากรกําหนด และสรรพากรภาค สําหรับเขตท้องที่สํานักงานสรรพากรภาคนั้น สั่งงดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร สําหรับคําร้องที่มีจํานวนเบี้ยปรับเต็มอัตราตามกฎหมายไม่เกิน 5,000,000 บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีบุคคลที่จะต้องเสียเบี้ยปรับได้กระทําความผิด ดังนี้

(1) ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา

“(2) ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากไม่ทราบว่าเมื่อรายรับต่อปีเกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กําหนดโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.149/2549 ใช้บังคับ 1 เมษายน 2548 เป็นต้นไป)

(3) นําภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อใช้หรือจะ ใช้ในกิจการหลักประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักในการคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาได้ขายหรือให้เช่าหรือนําไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายในสามปีนับแต่เดือนที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

(4) การกระทําความผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ในกรณี

(ก) มิได้เฉลี่ยภาษีซื้อหรือเฉลี่ยภาษีซื้อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535

(ข) นําภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือนําภาษีที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักในการคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ค) นําภาษีซื้อตามมาตรา 82/5(2) ถึง (4) แห่งประมวลรัษฎากร มาหักในการคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ง) ออกใบเพิ่มหนี้และนําภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบเพิ่มหนี้ไปหักออกจากภาษีซื้อแทนที่จะนําไปรวมเป็นภาษีขาย ทําให้ภาษีขายแจ้งขาด

(จ) ได้รับใบลดหนี้และนําภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบลดหนี้ไปรวมเป็นภาษีขาย แทนที่จะนําไปหักออกจากภาษีซื้อ ทําให้ภาษีซื้อแจ้งเกิน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การพิจารณาคําร้องของดเบี้ยปรับตามข้อ 2 ให้กระทําโดยคณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับแล้วเสนอมติต่อผู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สําหรับสํานักตรวจสอบภาษีกลางประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการ ณ สํานักตรวจสอบภาษีกลาง ในตําแหน่งต่อไปนี้

4.1 นักวิชาการภาษี 9 ชช. (ประธานกรรมการ)

4.2 ผู้อํานวยการส่วนตรวจสอบภาษี (กรรมการ)

4.3 ผู้อํานวยการส่วนสอบยันกลาง (กรรมการ)

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้อํานวยการสํานักตรวจสอบภาษีกลางหรือผู้รักษาราชการแทน แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปของสํานักตรวจสอบภาษีกลางเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป )

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สําหรับสํานักบริหารภาษีธุรกิจ ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการ ณ สํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในตําแหน่งต่อไปนี้

5.1 นิติกร 9 ชช. (ประธานกรรมการ)

5.2 ผู้อํานวยการส่วนกฎหมาย (กรรมการ)

5.3 ผู้อํานวยการส่วนวางแผนและประเมินผล (กรรมการ)

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้รักษาราชการแทน แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป )

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สําหรับสํานักงานสรรพากรภาค ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการ ณ สํานักงานสรรพากรภาคนั้น ในตําแหน่งต่อไปนี้

6.1 นักวิชาการภาษี 9 ชช. ซึ่งกํากับดูแลสายงานกฎหมาย (ประธานกรรมการ)

6.2 ผู้อํานวยการส่วนกฎหมายและเร่งรัดภาษีอากรค้าง (กรรมการ)

6.3 ผู้อํานวยการส่วนวางแผนและประเมินผล (กรรมการ)

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สรรพากรภาคหรือผู้รักษาราชการแทน แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปของสํานักงานสรรพากรภาคเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป )

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การสั่งงดเบี้ยปรับตามข้อ 1 สําหรับคําร้องที่เบี้ยปรับเต็มอัตราตามกฎหมาย มีจํานวนเกิน 1,000,000 บาท ให้สํานักงานสรรพากรพื้นที่รายงานผลการพิจารณาให้อธิบดีกรมสรรพากรทราบ ตามแบบที่กําหนดพร้อมแนบภาพถ่ายบันทึกการพิจารณาคําร้องของดเบี้ยปรับ เป็นรายไตรมาสภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนสุดท้ายของไตรมาสนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสั่งงดเบี้ยปรับตามข้อ 2 ให้สํานักตรวจสอบภาษีกลาง สํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่และสํานักงานสรรพากรภาค แล้วแต่กรณี รายงานผลการพิจารณาให้อธิบดีกรมสรรพากรทราบทุกราย ตามแบบที่กําหนดพร้อมแนบภาพถ่ายรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ เป็นรายไตรมาสภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนสุดท้ายของไตรมาสนั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

(นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล)

อธิบดีกรมสรรพากร

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 140/2547 เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม บางกรณี (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_21ad8d9f14ec01db

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com