ข้อ ๑ การยกเว้นภาษีสําหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้ออาคาร อาคารพร้อมที่ดิน ห้องชุดในอาคาร ชุด หรือที่ดิน พร้อมกับว่าจ้างก่อสร้างอาคารในที่ดิน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ต้องเป็นการซื้ออาคาร อาคารพร้อมที่ดิน ห้องชุดในอาคารชุด หรือที่ดินพร้อมกับว่าจ้างก่อสร้างอาคาร ในที่ดิน แต่เพียงแห่งเดียว
(2) ต้องทําสัญญาซื้อขาย หรือสัญญาจะซื้อขายอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน ห้องชุดในอาคารชุด หรือที่ดินพร้อม กับว่าจ้างก่อสร้างอาคารในที่ดินระหว่างวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2544 ถึงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2545
(3) ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตาม (2) ระหว่างวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2544 ถึงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2545 หรือกรณีซื้อที่ดินพร้อมกับว่าจ้างก่อสร้างอาคารในที่ดิน ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ซื้อพร้อมกับ ก่อสร้างอาคารต้องแล้วเสร็จระหว่างวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2544 ถึงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2545
(4) การโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ โดยไม่มีการจํานองอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อหรืออาคาร ที่สร้างนั้นเป็นประกันการกู้ยืมเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสร้างอาคารดังกล่าวให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเท่ากับ จํานวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีดังนี้
(ก) ให้ได้รับยกเว้นภาษีปีภาษีละครึ่งหนึ่งของจํานวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท
(ข) ให้ได้รับยกเว้นภาษีเป็นระยะเวลา 2 ปี ติดต่อกันนับแต่ปีภาษีที่ผู้มีเงินได้ได้รับโอน กรรมสิทธิ์
(5) การโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ โดยมีการจํานองอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อหรืออาคารที่ ก่อสร้างนั้นเป็นประกันการกู้ยืมเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสร้างอาคารดังกล่าว ให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเท่ากับ จํานวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีในปีภาษีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์นั้น
(6) อาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุดนั้น ผู้มีเงินได้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัย ใช้ประกอบ กิจการ หรือเพื่อการอื่นก็ได้
(7) กรณีสามีและภริยาร่วมกันซื้ออาคาร อาคารพร้อมที่ดิน ห้องชุดในอาคารชุด หรือที่ดินพร้อมกับ ว่าจ้างก่อสร้างอาคารในที่ดินหลายแห่ง ให้ยกเว้นภาษีแต่เพียงแห่งแรกแห่งเดียว
(8) ถ้าสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว ให้ยกเว้นภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้เต็มจํานวนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่ เกินจํานวนตามที่กําหนดใน (4) และ (5)
(9) กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีอยู่ก่อนแล้วต่อมาได้สมรสกัน ให้ยังคงได้รับยกเว้นภาษี ดังต่อไปนี้
(ก) ถ้าความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีให้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจํานวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจํานวนตามที่กําหนดใน (4) และ (5)
(ข) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาไม่ใช้สิทธิแยกยื่นรายการ และเสียภาษีต่างหากจากสามีตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ให้ได้รับยกเว้นภาษีรวมกันตามจํานวนที่ จ่ายจริง แต่ไม่เกินจํานวนที่กําหนดใน (4) และ (5)
(ค) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาใช้สิทธิแยกยื่นรายการและ เสียภาษีต่างหากจากสามีตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีได้ กึ่งหนึ่งของจํานวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจํานวนตามที่กําหนดใน (4) และ (5)