法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การจัดสรรเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทและเงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง การจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท

และเงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันวินาศภัย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 รัฐมนตีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท และเงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งทรัพย์สินอย่างอื่นที่บริษัทต้องจัดสรรไว้ ลงวันที่ 2 กันยายน 2542

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นราชได้ของบริษัทจากเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ (Net Premium Written) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(2.1) การประกันภัยการขนส่งเฉพาะเที่ยว ให้จัดสรรไว้เต็มจํานวนในรอบสามสิบวันนับย้อนหลังจากวันจัดสรร

(2.2) การประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทาง ให้จัดสรรไว้เต็มจํานวนในรอบสามสิบวันนับย้อนหลังจากวันจัดสรร

(2.3) การประกันภัยประเภทอื่นนอกจาก (2.1) และ (2.2) ให้จัดสรรไว้ไม่น้อยกว่าจํานวนที่คํานวณโดยวิธีเศษหนึ่งส่วนยี่สิบสี่ (1/24 th System)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทตามข้อ 2 ในกรณีที่มีการเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศให้จัดสรรไว้โดยหักจากเบี้ยประกันภัยต่อตามหลักเกณฑ์และวิธีการใน (2.1) (2.2) หรือ (2.3) แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้

(3.1) การเอาประกันภัยต่อโดยวิธีทําสัญญาล่วงหน้าประเภทกําหนดสัดส่วนแน่นอน (Proportional Reinsurance Treaty)

(3.1.1) การประกันภัยการขนส่งเฉพาะเที่ยวให้จัดสรรไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของเบี้ยประกันภัยต่อก่อนหักค่าใช้จ่าย

(3.1.2) การประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางให้จัดสรรไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของเบี้ยประกันภัยต่อก่อนหักค่าใช้จ่าย

(3.1.3) การประกันภัยประเภทอื่นนอกจาก (3.1.1) และ (3.1.2) ให้จัดสรรไว้ไม่น้อยกว่าจํานวนที่ได้กําหนดไว้ในสัญญาประกันภัยต่อของบริษัท แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละสี่สิบของเบี้ยประกันภัยต่อก่อนหักค่าใช้จ่าย

(3.2) การเอาประกันภัยต่อโดยวิธีทําสัญญาล่วงหน้าประเภทไม่กําหนดสัดส่วนแน่นอน (Non-Proportional Reinsurance Treaty) ทุกประเภทของการประกันภัย ให้จัดสรรเงินสํารองตาม (2.1) (2.2) หรือ (2.3) แล้วแต่กรณี โดยไม่หักจากเบี้ยประกันภัยต่อ

(3.3) การเอาประกันภัยต่อโดยวิธีเฉพาะราย (Facultative Reinsurance)

ในการเอาประกันภัยต่อโดยวิธีเฉพาะรายทุกประเภทของการประกันภัย บริษัทจะจัดสรรโดยหักจากเบี้ยประกันภัยต่อหรือไม่ก็ได้

การจัดสรรตามวรรคแรก หากยังไม่ครบตามจํานวนที่กําหนดไว้ใน (2.1) (2.2) หรือ (2.3) แล้วแต่กรณี ให้บริษัทรับภาระในส่วนที่ขาดเพื่อให้ครบตามจํานวนที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(4.1) ในกรณีที่ได้ตกลงจํานวนค่าสินไหมทดแทนไว้แล้ว ให้จัดสรรไว้ไม่น้อยกว่าจํานวนค่าสินไหมทดแทนที่ได้ตกลงไว้แล้วนั้น

(4.2) ในกรณีที่ยังไม่ได้ตกลงจํานวนค่าสินไหมทดแทนให้จัดสรรไว้ไม่น้อยกว่าจํานวนค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประเมินไว้ แต่ไม่เกินจํานวนเงินจํากัดความรับผิดตามสัญญาประกันภัย

(4.3) นอกจากการจัดสรรตาม (4.1) และ (4.2) แล้วทุกสิ้นเดือน ให้จัดสรรไว้อีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.5 ของเบี้ยประกันภัยรับสุทธิย้อนหลังสิบสองเดือน สําหรับค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้มีการรายงานให้บริษัททราบ (Incurred but not reported claims)

การจัดสรรเงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทนเฉพาะการประกันภัยรถตาม (4.1) (4.2) และ (4.3) เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของเงินสํารองที่ต้องจัดสรรตาม (2.3)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ทรัพย์สินที่บริษัทจัดสรรไว้เป็นเงินสํารองตามประกาศนี้ให้ดํารงไว้ในประเทศ เว้นแต่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นตามสัญญาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ทรัพย์สินที่บริษัทจัดสรรไว้เป็นเงินสํารองตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4นอกจากจะเป็นเงินสด หรือพันธบัตรรัฐบาลไทยแล้ว บริษัทอาจจัดสรรเป็นทรัพย์สินดังต่อไปนี้ก็ได้ คือ

(6.1) ทรัพย์สินของบริษัทที่ลงทุนประกอบธุรกิจอื่นตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท ซึ่งออกตามความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535

(6.2) เงินค้างรับจากการประกันภัยต่อ

(6.3) เบี้ยประกันภัยค้างรับจากการรับประกันภัยโดยตรง

(6.4) รายได้จากการลงทุนค้างรับ

(6.5) อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท

(6.6) เงินสมทบค้างรับตามมาตรา 10 ทวิ วรรค 7 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

(6.7) ลูกหนี้เงินทดรองจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 10 ทวิ วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

ทรัพย์สินตาม (6.1) (6.2) (6.3) (6.4) (6.5) (6.6) และ (6.7) ให้ถือราคาตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท ซึ่งออกตามความในมาตรา 37 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การจัดสรรเงินสํารองที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรเป็นอย่างอื่นอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้จัดสรรตามที่ได้รับอนุญาตได้จนสิ้นสุดระยะเวลาที่กําหนดไว้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2544 เป็นต้นไปเว้นแต่การจัดสรรเงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทนตาม (4.3) ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2544 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกทรัพย์สินตาม (6.5) ของข้อ 6 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2546 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2543

ศุภชัย พานิชภักดิ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การจัดสรรเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทและเงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_21fce0d662b670d3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com