法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์อาหาร

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์อาหาร

เพื่อสนับสนุนกระบวนการพิจารณาอนุญาตให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒ ข้อ ๔ (๑) และข้อ ๔ วรรคสาม ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่

๗๗/๒๕๕๙ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอาหาร

ในการประชุมครั้งที่ ๔ - ๔/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐ จึงได้ออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“องค์กรผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า นิติบุคคลที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจประเมินหรือรับรองบุคคลที่สาม (Third

party)

ที่ให้บริการตรวจสอบ ตรวจสถานประกอบการอาหารตามที่กฎหมายกำหนด และนำผลมาประกอบการพิจารณาอนุญาต

ทั้งนี้ แบ่งได้เป็นสองประเภทได้แก่

หน่วยตรวจ (Inspection

Body)

และหน่วยรับรอง (Certification

Body)

“หน่วยงานของรัฐ”

หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

และหน่วยงานอื่นของรัฐ รวมทั้งสถาบันภายใต้มูลนิธิที่จัดตั้งโดยส่วนราชการที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจประเมินหรือรับรองบุคคลที่สาม (Third

party)

ที่ให้บริการตรวจสอบ ตรวจสถานประกอบการอาหารตามที่กฎหมายกำหนด และนำผลมาประกอบการพิจารณาอนุญาต

ทั้งนี้ แบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่

หน่วยตรวจ (Inspection

Body)

และหน่วยรับรอง (Certification

Body)

“องค์กรเอกชน”

หมายความว่า นิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถาบันการศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจประเมินหรือรับรองบุคคลที่สาม (Third

party)

ที่ให้บริการตรวจสอบ ตรวจสถานประกอบการอาหารตามที่กฎหมายกำหนดและนาผลมาประกอบการพิจารณาอนุญาต

ทั้งนี้ แบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่

หน่วยตรวจ (Inspection

Body)

และหน่วยรับรอง (Certification

Body)

“หน่วยตรวจ

(Inspection

Body)”

หมายความว่า องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบตรวจประเมินสถานประกอบการอาหารตามที่กฎหมายกำหนด

“หน่วยรับรอง

(Certification

Body)”

หมายความว่า องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน ที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานสถานประกอบการอาหารตามที่กฎหมายกำหนด

“ผู้ตรวจประเมิน

(Auditor)”

หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ตรวจประเมินสถานประกอบการอาหาร

“หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

(Lead

Auditor)”

หมายความว่า ผู้ตรวจประเมินที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการตรวจสอบ

ตรวจประเมินสถานประกอบการอาหาร”

“หน่วยรับรองระบบงาน

(Accreditation

Body)”

หมายความว่า หน่วยงานที่ให้การยอมรับอย่างเป็นทางในการดำเนินการและบริหารงานด้านการรับรองระบบงานแก่หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง ทั้งนี้ อาจเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองระบบงาน

หรือหน่วยงานที่เป็นสมาชิกและได้รับการยอมรับจากหน่วยงานสากลว่าด้วยการรับรองระบบงาน

(International

Accreditation

Forum:

IAF)

“คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

(Appeal

Committee)”

หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาให้ทำหน้าที่พิจารณาและวินิจฉัยคำอุทธรณ์

“คณะกรรมการรับรองหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

(Accreditation

Committee)”

หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาให้ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้ยื่นคำขอขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองสถานประกอบการอาหาร

รวมถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการขยายขอบข่าย การลดขอบข่าย การยกเลิก การพักใช้ และการเพิกถอนการขึ้นบัญชี

“ผู้รับบริการ

(Food

Entrepreneur)”

หมายความว่า ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายที่ขอใช้บริการหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

เพื่อทำการตรวจประเมินสถานประกอบการอาหาร

“สถานประกอบการอาหาร

(Food

Premises)”

หมายความว่า สถานที่ผลิต หรือสถานที่นำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติอาหาร

พ.ศ. ๒๕๒๒

“ขอบข่ายการขึ้นบัญชี

(Scope

of

Registration)”

หมายความว่า ขอบข่ายการให้บริการของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับผลการตรวจสอบการตรวจสถานประกอบการอาหาร

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ขอบข่ายการขึ้นบัญชี

ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

ส่วนที่

คุณสมบัติ

และมาตรฐานของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานเพื่อเป็นหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องยื่นคำขอขึ้นบัญชี

พร้อมหลักฐานตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ผู้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณสมบัติและมาตรฐานดังนี้

(๑)

เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ในกรณีเป็นนิติบุคคลต่างด้าวจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

(๒)

เป็นหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงาน จากหน่วยงานต่อไปนี้

(ก)

หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองระบบงานตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจประเมินหรือรับรองสถานประกอบการอาหาร

หรือ

(ข)

หน่วยรับรองระบบงานที่เป็นสมาชิกและได้รับการยอมรับจากหน่วยงานสากลว่าด้วยการรับรองระบบงาน

(International

Accreditation

Forum;

IAF)

(๓)

ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ของสากลหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้

(ก)

หน่วยตรวจ (Inspection

Body)

ต้องได้รับการรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC

๑๗๐๒๐ Conformity

assessment

Requirements

for

the

operation

of

various

types

of

bodies

performing

inspection

ที่เป็นปัจจุบัน ในสาขาต่อไปนี้

๑)

สาขาการตรวจตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing

Practice;

GMP)

หรือ ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard

Analysis

and

Critical

Control

Point

System;

HACCP)

ที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศของโครงการมาตรฐานอาหาร เอฟ เอ

โอ/ดับบริว เอช โอ (Codex

Alimentarius

Commission,

Joint

FAO/WHO

Food

Standard

Programme;

Codex)

หรือ

๒)

สาขาการตรวจตามมาตรฐานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารอื่น ๆ ที่เทียบเท่าที่ยอมรับในระดับสากลหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตามที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ

(ข)

หน่วยรับรอง (Certification

Body)

ต้องได้รับการรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC๑๗๐๒๑-๑Conformity

assessment

Requirements

for

bodies

providing

audit

and

certification

of

management

systems,

Part

๑: Requirements

ที่เป็นปัจจุบัน ในสาขาต่อไปนี้

๑)

สาขาการตรวจตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing

Practice;

GMP)

และระบบวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis

and

Critical

Control

Point

System;

HACCP)

ที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศของโครงการมาตรฐานอาหาร เอฟ เอ

โอ/ดับบริว เอช โอ (Codex

Alimentarius

Commission,

Joint

FAO/WHO

Food

Standard

Programme;

Codex)

หรือ

๒)

สาขาการตรวจตามมาตรฐานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารอื่น ๆ ที่เทียบเท่าที่ยอมรับในระดับสากลหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตามที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ

(๔)

มีการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการที่เป็นธรรม

ไม่เลือกปฏิบัติ มีการแยกกิจกรรมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนออกจากกันอย่างชัดเจนและมีโครงสร้างองค์กรที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการตรวจประเมินหรือให้การรับรอง

(๕)

ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจ หรือหน่วยรับรองจากสำนักงานเว้นแต่พ้นระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชี

(๖)

ไม่เป็นผู้ถูกดำเนินคดี

หรือเป็นผู้ที่มีตัวแทนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารที่จะนำมาใช้ประกอบการยื่นขอขึ้นบัญชีหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

เว้นแต่คดีจะยุติว่าผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหานั้น

และในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด ผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนสามารถยื่นคำขอได้เมื่อพ้นกำหนดสองปี

นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าว

(๗)

ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพื่อรับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งอันเนื่องมาจากมีพฤติการณ์

หรือมีมูลเหตุอันควรเชื่อถือได้ว่าผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนกระทำการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจประเมินหรือการรับรอง

หรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดดังกล่าว

(๘)

ต้องมีผู้ตรวจประเมินเพียงพอในการให้บริการ

ส่วนที่

คุณสมบัติ

และมาตรฐานของผู้ตรวจประเมิน และหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ตรวจประเมิน และหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

ของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องมีคุณสมบัติและมาตรฐานดังนี้

(๑)

ด้านความรู้

(ก) สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

ในสาขาวิทยาศาสตร์การอาหารหรือสาขาวิทยาศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น

วิศวกรรมอาหาร เทคโนโลยีทางอาหาร เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ

เภสัชศาสตร์ เป็นต้น และมีหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา

(ข) สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมจากสำนักงาน

หรือจากหน่วยงานอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด อย่างน้อยดังต่อไปนี้

๑)

หลักสูตรกฎหมายอาหารและการขออนุญาต

๒)

หลักสูตรการตรวจประเมินสถานประกอบการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายตามขอบข่ายที่ยื่นคำขอขึ้นบัญชี

๓)

หลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งต่อไปนี้

๓.๑)

หลักสูตรแนวทางการตรวจประเมินตามมาตรฐานข้อกำหนดแนวทางการตรวจประเมินระบบการจัดการ

(Guideline

for

Auditing

Management

System;

ISO

๑๙๐๑๑) ที่เป็นปัจจุบัน ระยะเวลาการฝึกอบรมอย่างน้อยสี่สิบชั่วโมง หรือ

๓.๒)

หลักสูตรผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมินระบบการบริหารงานคุณภาพหรือระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร

(Auditor/Lead

Auditor

ISO

๙๐๐๑ หรือ ISO

๒๒๐๐๐) ที่ได้ขึ้นทะเบียนจาก International

Register

of

Certificated

Auditors;

IRCA

หรือ

๓.๓)

หลักสูตรผู้ตรวจประเมินและหัวหน้าผู้ตรวจประเมินมาตรฐานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารอื่น

ๆ ที่เทียบเท่าที่ยอมรับในระดับสากลหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานให้ความเห็นชอบ

ระยะเวลาการฝึกอบรมอย่างน้อยสี่สิบชั่วโมง

กรณีที่เคยเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจประเมินสถานประกอบการอาหารตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

ไม่ต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรข้างต้น

(๒)

ประสบการณ์การทำงาน

(ก)

ผู้ตรวจประเมิน ต้องมีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารอย่างน้อยสองปี

(ข)

หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน ต้องมีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารอย่างน้อยสี่ปี

(๓)

ประสบการณ์การตรวจประเมิน

(ก)

ผู้ตรวจประเมิน

๑)

ต้องมีประสบการณ์การตรวจประเมินสถานประกอบการอาหารตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายในขอบข่ายที่ได้รับมอบหมาย

หรือขอบข่ายที่ยื่นคำขอขึ้นบัญชีของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองไว้กับสำนักงาน ไม่น้อยกว่าสี่ครั้ง

เป็นเวลารวมไม่น้อยกว่ายี่สิบวันภายในระยะเวลาสามปี หรือ

๒)

มีประสบการณ์การตรวจประเมินตามมาตรฐานต่อไปนี้

๒.๑)

หลักเกณฑ์ว่าด้วยสุขลักษณะที่ดี (Recommended

Code

of

Practice

General

Principles

of

Food

Hygiene)

หรือระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard

Analysis

and

Critical

Control

Point

System;

HACCP)

ที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศของโครงการมาตรฐานอาหาร เอฟ เอ

โอ/ดับบริว เอช โอ (Codex

Alimentarius

Commission,

Joint

FAO/WHO

Food

Standard

Programme;

Codex)

หรือ

๒.๒) ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร

(Food

Safety

Management

System;

ISO

๒๒๐๐๐) หรือ

๒.๓)

มาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน

ทั้งนี้

ประสบการณ์ตามข้อ ๒) ต้องไม่น้อยกว่าสี่ครั้ง เป็นเวลารวมไม่น้อยกว่ายี่สิบวันภายในระยะเวลาสามปี

โดยอยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าผู้ตรวจประเมินที่มีความสามารถ

(ข)

หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน

๑)

ต้องเป็นผู้ตรวจประเมินที่มีประสบการณ์ในบทบาทหัวหน้าผู้ตรวจประเมินสำหรับการตรวจประเมินสถานประกอบการอาหารตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายในขอบข่ายที่ได้รับมอบหมายให้ไปตรวจ

หรือขอบข่ายที่ยื่นคำขอขึ้นบัญชีหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองไว้กับสำนักงาน

ไม่น้อยกว่าสามครั้ง เป็นเวลารวมไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ภายในระยะเวลาสามปี หรือ

๒)

มีประสบการณ์ในบทบาทหัวหน้าผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานต่อไปนี้

๒.๑)

หลักเกณฑ์ว่าด้วยสุขลักษณะที่ดี (Recommended

Code

ofPractice

General

Principles

of

Food

Hygiene)

หรือระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard

Analysis

and

Critical

Control

Point

System;

HACCP)

ที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศของโครงการมาตรฐานอาหาร เอฟ เอ

โอ/ดับบริว เอช โอ(Codex

Alimentarius

Commission,

Joint

FAO/WHO

Food

Standard

Programme;

Codex)

หรือ

๒.๒) ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร

(Food

Safety

Management

System;

ISO

๒๒๐๐๐) หรือ

๒.๓)

มาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน

ทั้งนี้

ประสบการณ์ตามข้อ ๒) ต้องไม่น้อยกว่าสามครั้ง รวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันภายในระยะเวลาสามปี

(๔)

กรณีผู้ตรวจประเมินหรือหัวหน้าผู้ตรวจประเมินมีการเปลี่ยนแปลงต้นสังกัดไปอยู่หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองแห่งใหม่

จะนับระยะเวลาของประสบการณ์การตรวจประเมินต่อเนื่อง รวมในระยะเวลาสามปีที่กำหนดไว้

(๕)

ต้องแสดงหลักฐานประสบการณ์การทำงานและการตรวจประเมินที่รับรองจากหัวหน้างานหรือหน่วยงานที่ให้ทำการตรวจประเมินหรือหลักฐานการได้รับการจดทะเบียนผู้ประเมินจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

หลักฐานประสบการณ์การตรวจประเมินตามวรรคหนึ่งต้องเป็นการตรวจประเมินเต็มรูปแบบและครบทุกขั้นตอนตามแนวทางการตรวจประเมินระบบการจัดการ

(Guidelines

for

auditing

management

systems;

ISO

๑๙๐๑๑) มีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้

(ก)

ชื่อและสถานที่ติดต่อของผู้รับบริการ

(ข)

ชื่อและสถานที่ติดต่อของหน่วยงานที่ให้ทำการตรวจประเมิน

(ค)

วันเดือนปีเริ่มต้นและสิ้นสุดของการตรวจประเมินแต่ละครั้ง

(ง)

ระยะเวลาที่ใช้สำหรับการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการอาหารแต่ละครั้ง และเวลารวมทั้งหมดต้องแสดงให้แยกจากกัน

(จ)

บทบาทในคณะผู้ตรวจประเมิน ได้แก่ หัวหน้าผู้ตรวจประเมินหรือผู้ตรวจประเมิน

(ฉ)

ประเภทของการ ตรวจประเมิน เช่น Third

party

audit,

Second

party

auditและ

Surveillance

audit

เป็นต้น

(ช)

มาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจประเมินสถานประกอบการ

(ซ) จำนวนสมาชิกในคณะผู้ตรวจประเมิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ตรวจประเมินที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๕ (๑)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ (๒) และข้อ ๕ (๓) ต้องผ่านการตรวจประเมินสมรรถนะการปฏิบัติงานจริง ณ

สถานประกอบการอาหารตามขอบข่ายที่ยื่นคำขอ

การตรวจประเมินสมรรถนะตามวรรคหนึ่งให้ใช้หลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ตามบัญชีหมายเลข ๑ ท้ายประกาศนี้ และใช้แบบประเมินสมรรถนะผู้ตรวจประเมินตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

กรณีเป็นผู้ตรวจประเมินที่มีคุณสมบัติตามข้อ

๕ (๑) ข้อ ๕ (๒) และข้อ ๕ (๓) (ก) ๑)หรือข้อ ๕ (๓) (ข) ๑)

ไม่ต้องผ่านการประเมินสมรรถนะตามวรรคหนึ่ง

ส่วนที่

หน้าที่

ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้

(๑)

หน่วยตรวจทำหน้าที่ตรวจประเมินสถานประกอบการอาหารตามขอบข่ายที่ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงาน

และออกหลักฐานรายงานผลการตรวจ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาต

(๒)

หน่วยรับรองทำหน้าที่ตรวจประเมินและรับรองสถานประกอบการอาหารตามขอบข่ายที่ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงาน

และการออกหลักฐานรายงานผลการตรวจ หรือหนังสือรับรองการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไข รูปแบบ และการแสดงเครื่องหมายในการออกหนังสือรับรองการตรวจประเมินให้เป็นไปตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการดาเนินงาน ดังนี้

(๑)

ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์วิธีการหรือเงื่อนไขตามข้อ ๗

(๒)

ต้องรายงานผลการตรวจประเมินสถานประกอบการพร้อมหลักฐานตามที่เลขาธิการประกาศกำหนดให้สำนักงานทราบทุกเดือนการจัดส่งรายงานและบันทึกการตรวจตามวรรคหนึ่งให้ยื่น

ณ สำนักงาน หรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

(๓)

ต้องแจ้งผลการตรวจประเมินในกรณีที่ผลการตรวจประเมินไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือพบการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาหาร

พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงและประกาศแห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒

ของผู้รับบริการให้สำนักงานหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการอาหารนั้นตั้งอยู่ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตรวจพบการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องตามกฎหมาย

และในกรณีที่พบข้อบกพร่องที่อาจส่งผลเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภคอย่างร้ายแรงต้องแจ้งให้ทราบในทันที

(๔)

ต้องแจ้งผลการแก้ไขปรับปรุงการดำเนินงานที่มีข้อบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามที่ได้ขึ้นบัญชีไว้หรือตามหลักฐานประกอบคำขอขึ้นบัญชี

หรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆที่จะกระทบต่อความสามารถของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง เช่น

การเปลี่ยนแปลงผู้ตรวจประเมินการยกเลิก เพิกถอน หรือพักใช้การรับรองระบบงาน ให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พบข้อบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์

หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือได้รับแจ้งจากสำนักงาน

(๕)

ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน หรือการออกเอกสารรับรองใหม่ ในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดจากการดำเนินงานของตนเอง

(๖)

ต้องรับผิดชอบผลการตรวจประเมินการตัดสินให้การรับรอง การรักษาสภาพ การขยายขอบข่ายการลดขอบข่าย

การพักใช้หรือการเพิกถอนการรับรองของผู้ขอรับบริการ

(๗)

ต้องไม่นำการขึ้นบัญชีไปใช้ หรืออ้างถึงในทางที่ทำให้เกิดความเสียหายหรือเข้าใจผิด

(๘)

ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นใด อันจะมีผลต่อการดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางและความซื่อตรงในการดำเนินกิจกรรมของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองได้แก่

(ก)

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองและส่วนงานต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้นิติบุคคลเดียวกันต้องไม่เสนอหรือให้บริการคำปรึกษาระบบการจัดการที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

(ข)

ต้องไม่ทำการตลาดหรือเสนอกิจกรรมของตนเชื่อมโยงกับกิจกรรมของหน่วยงานที่ปรึกษาระบบการจัดการที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

(ค)

ต้องไม่ใช้บุคลากรที่ให้บริการคำปรึกษาระบบการจัดการที่เกี่ยวข้องกับอาหารในการตรวจประเมินและกิจกรรมการรับรองอื่นสำหรับผู้รับบริการรายนั้นอย่างน้อยสองปี

หลังจากสิ้นสุดการให้บริการคำปรึกษาดังกล่าว

(ง)

หากมีการเสนอการตรวจประเมินภายในให้องค์กรใด ต้องไม่ตรวจประเมินและรับรององค์กรนั้นภายในสองปี

นับจากการสิ้นสุดการตรวจประเมินภายใน

(จ)

ต้องไม่จ้างองค์กรหรือหน่วยงานอื่นเพื่อดำเนินการตรวจประเมินใด ๆ ตามที่ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงาน

(๙)

ต้องมีจรรยาบรรณในการตรวจประเมิน ได้แก่

(ก)

ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ เป็นกลาง เป็นธรรม และไม่ลำเอียง

(ข)

ไม่ตรวจประเมินนอกขอบข่ายที่ผ่านการประเมินความสามารถ หรือนอกขอบข่ายที่ได้รับการขึ้นบัญชีหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองไว้กับสำนักงาน

(ค)

ต้องไม่ตรวจประเมินในกรณีที่ผู้ตรวจประเมินมีความเกี่ยวข้องอันจะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่เป็นกลางซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจประเมิน

(ง)

ต้องไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้รับการตรวจประเมิน ลูกจ้างหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเป็นใจให้ผู้ร่วมงานทำเช่นนั้น

(จ)

ต้องรักษาความลับ และไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้รับบริการโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้รับบริการเป็นลายลักษณ์อักษร

กรณีที่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลไปยังบุคคลอื่น ต้องได้รับการยินยอมจากผู้รับบริการหรือสำนักงาน

แล้วแต่กรณี

(ฉ)

ไม่ปฏิบัติตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับสำนักงาน และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เมื่อมีการสอบสวนข้อกล่าวหา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองสามารถปรับระดับผู้ตรวจประเมินเป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมินตามคู่มือปฏิบัติงานที่ได้ยื่นไว้กับสำนักงาน

โดยกำหนดให้หัวหน้าผู้ตรวจประเมินที่ได้รับการรับรองผลการประเมินสมรรถนะ ณ

สถานประกอบการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องมีหลักฐานแสดงถึงการรักษาความสามารถของผู้ตรวจประเมิน

ได้แก่ ผลการประเมินสมรรถนะของผู้ตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการอาหารตามที่ได้ขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานที่เป็นไปตามแผนงานที่หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองกำหนด

อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในระยะเวลาสามปี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องมีแผนงานและหลักฐานการสั่งสมหรือเพิ่มเติมความรู้ใหม่เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การตรวจประเมินสถานประกอบการอาหาร หรือเทคโนโลยีการผลิตอาหารอย่างต่อเนื่องทุกปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องให้ความร่วมมือกับสำนักงานในการตรวจประเมินสมรรถนะผู้ตรวจประเมินและระบบขององค์กรตามที่ได้รับการขึ้นบัญชี

เพื่อติดตามผลการดำเนินงานอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสามปี โดยสำนักงานอาจสุ่มตรวจ

หรือร่วมกับหน่วยรับรองระบบงานหรือพิจารณาจากผลการตรวจติดตามการดำเนินงานจากหน่วยรับรองระบบงานรวมทั้งส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ให้แก่สำนักงาน เมื่อได้รับการร้องขอ

กรณีผลการตรวจประเมินสมรรถนะผู้ตรวจประเมิน

หรือระบบขององค์กรที่ได้รับการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ เงื่อนไขที่ประกาศนี้กำหนด หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องแจ้งแนวทางการแก้ไขภายในสามสิบวัน

และดำเนินการแก้ไขภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน ทั้งนี้ อาจขยายระยะเวลาได้แล้วแต่กรณี

หมวด

การขึ้นบัญชี

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การขยายขอบข่าย

การลดขอบข่าย

การยกเลิก การพักใช้ การเพิกถอน และการพิจารณาดำเนินการ

ส่วนที่

การขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะขอขึ้นบัญชีกับสำนักงาน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

หลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจสอบ ตรวจติดตาม การตรวจสมรรถนะของผู้ตรวจ

หรือระบบคุณภาพของผู้ยื่นคำขอให้เป็นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ

ตรวจประเมินสถานประกอบการอาหาร เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติมาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

บัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ตามข้อ ๑๔ ให้มีอายุสามปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับการขึ้นบัญชี

หากประสงค์จะขึ้นบัญชีใหม่ให้ยื่นคำขอได้ภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ ทั้งนี้ เมื่อยื่นคำขอแล้วให้ดำเนินกิจกรรมการตรวจประเมินหรือรับรองสถานประกอบการอาหารต่อไปก็ได้จนกว่าสำนักงานจะมีคำสั่งไม่ขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ ให้ยื่นคำขอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ขึ้นบัญชีตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ตามแต่กรณี

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนตามวรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้เลขาธิการมีอำนาจแก้ไขรายละเอียดการขึ้นบัญชี

ในกรณีตรวจพบว่าไม่ตรงตามที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้

ทั้งนี้

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งด้วย

ส่วนที่

การขยายขอบข่าย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะขอขยายขอบข่ายที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ ให้ยื่นคำขอขยายขอบข่ายการขึ้นบัญชีตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนดตามแต่กรณี

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนตามวรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑

ส่วนที่

การลดขอบข่าย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีในกรณีใดกรณีหนึ่ง

ดังนี้

(๑)

ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่ประกาศนี้กำหนด หรือมีจำนวนผู้ตรวจประเมินไม่เพียงพอในการให้บริการตรวจประเมินตามข้อ

๔ (๗) หรือไม่ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รับทราบหนังสือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามขอบข่ายที่ได้รับการขึ้นบัญชีสำนักงาน

(๒)

ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงสำคัญใด ๆ เกี่ยวกับขอบข่ายภายในหน่วยตรวจ หรือหน่วยรับรองที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินการตรวจประเมินและรับรองในขอบข่ายนั้น

(๓)

แจ้งความประสงค์จะขอลดขอบข่ายที่ขึ้นบัญชี

(๔)

ผลการตรวจติดตามเกี่ยวกับขอบข่ายจากหน่วยรับรองระบบงานหรือสำนักงานพบข้อบกพร่องและไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

ซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการรับรองความสามารถของผู้ตรวจประเมินและไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในผลการตรวจประเมินและรับรองได้หรือส่งกระทบต่อการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องในขอบข่ายนั้น

เมื่อสำนักงานมีคำสั่งลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีหน่วยตรวจ

หรือหน่วยรับรองต้อง

(๑)

ไม่แสดงเครื่องหมายการรับรองความสามารถหรือการขึ้นบัญชีในขอบข่ายนั้น

(๒)

ไม่ให้บริการตรวจประเมินหรือรับรองสถานประกอบการอาหารในขอบข่ายนั้น

(๓)

ยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาใด ๆ ที่ได้มีการอ้างอิงถึงขอบข่ายนั้น

ทั้งนี้

นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่งแจ้งลดขอบข่ายจากสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้ลดขอบข่ายการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ถูกลดขอบข่ายออกจากการขึ้นบัญชีตามข้อ

๑๙ จะขอขึ้นบัญชีในขอบข่ายดังกล่าวอีกไม่ได้

จนกว่าเวลาจะพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ถูกลดขอบข่ายการขึ้นบัญชี

ยกเว้นกรณีตามข้อ ๑๙ (๓)

ส่วนที่

การยกเลิก

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

ที่ประสงค์จะขอยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองสถานประกอบการอาหารให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ทั้งนี้ ต้องจัดทำรายงานผลการตรวจประเมินสถานประกอบการอาหาร

พร้อมหลักฐานตามข้อ ๘ (๒) ให้แล้วเสร็จและส่งมอบให้สำนักงานก่อนวันที่ยกเลิกการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้สำนักงานเผยแพร่การยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองสถานประกอบการอาหาร

ซึ่งผลของการยกเลิกการขึ้นบัญชีจะไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด ๆ ที่หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองได้ดำเนินการไปแล้ว

ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของเลขาธิการ

ส่วนที่

การพักใช้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้การขึ้นบัญชีในกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

(๑)

ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามประกาศนี้หรือประกาศสำนักงานที่ออกตามประกาศนี้

หรือไม่ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รับทราบหนังสือการแจ้งเตือนจากสำนักงาน

(๒)

ผลการตรวจติดตามของหน่วยรับรองระบบงานหรือสำนักงาน พบข้อบกพร่องและไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

ซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงที่กระทบต่อความสามารถของผู้ตรวจประเมินและไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในผลการตรวจประเมินหรือรับรองได้

หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องในภาพรวมทั้งหมด

สำนักงานมีคำสั่งพักใช้การขึ้นบัญชีเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่งพักใช้การขึ้นบัญชี

ในระหว่างถูกพักใช้การขึ้นบัญชี

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องไม่แสดงเครื่องหมายการรับรองความสามารถหรือการขึ้นบัญชีไม่ให้บริการตรวจประเมินหรือรับรองสถานประกอบการอาหารและระงับใช้สิ่งพิมพ์

สื่อโฆษณาใด ๆ ที่ได้มีการอ้างอิงถึงการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ถูกพักใช้การขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้พักใช้การขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

(๑)

ขาดคุณสมบัติ

(๒)

ฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้การขึ้นบัญชี หรือไม่แก้ไขข้อบกพร่องตามระยะเวลาที่กำหนดในคำสั่งพักใช้การขึ้นบัญชีตามประกาศนี้

(๓)

เคยถูกพักใช้การขึ้นบัญชีมาแล้วสองครั้งในสองรอบการขึ้นบัญชีนั้น

(๔)

ผลการตรวจติดตามของหน่วยรับรองระบบงานหรือสำนักงานที่แสดงว่าหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองได้กระทำผิดตามประกาศนี้

หรือประกาศสำนักงานที่ออกตามประกาศนี้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจหรือต่อประโยชน์สาธารณะ

หรือความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้บริโภค

(๕)

จัดทำผลการตรวจประเมินหรือการรับรองของผู้รับบริการอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงซึ่งควรแจ้งโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

หรือเรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้มีการออกผลการตรวจประเมินและรับรอง

โดยมิชอบ

เมื่อสำนักงานมีคำสั่งเพิกถอนการขึ้นบัญชีและมีคำสั่งเรียกคืนหนังสือการขึ้นบัญชีหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองสถานประกอบการอาหารหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองต้องยุติการดำเนินการหรือกล่าวอ้างเพื่อดำเนินการตรวจประเมินและรับรองสถานประกอบการอาหาร

การแสดงเครื่องหมายการรับรองความสามารถหรือการขึ้นบัญชี และการใช้สิ่งพิมพ์

สื่อโฆษณาใด ๆ ที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานทั้งหมดทันที

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้เพิกถอนการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ถูกเพิกถอนออกจากการขึ้นบัญชีตามข้อ

๒๖จะขอขึ้นบัญชีใหม่อีกไม่ได้ จนกว่าเวลาจะพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การพิจารณาดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การพิจารณาดำเนินการตามหมวด ๒

หมวด

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง

ซึ่งถูกสั่งไม่ขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๓ ไม่ดำเนินการตามข้อ ๑๕ ไม่ให้ขยายขอบข่ายตามข้อ

๑๘ ลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๙ พักใช้การขึ้นบัญชีตามข้อ ๒๔

หรือเพิกถอนการขึ้นบัญชีตามข้อ ๒๖ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อเลขาธิการได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์

เมื่อได้รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง

ให้เลขาธิการรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังปลัดกระทรวงผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับรายงาน

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ปลัดกระทรวงมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างอุทธรณ์

เลขาธิการอาจให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนนั้น

ยังคงดำเนินการต่อไปได้จนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์จะแล้วเสร็จ

หมวด

ค่าใช้จ่าย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับ

อัตราค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจวิเคราะห์ การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ให้หน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าทะเบียนจะหมดอายุ

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิยะสกล

สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๙

มีนาคม ๒๕๖๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๑ ง/หน้า ๑๖/๑๙ พฤศจิกายน

๒๕๖๑

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2209c32e0000479d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com