ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
การกำหนดให้สาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน
๑. เหตุผลในการออกประกาศ
เงินกองทุนย่อมแสดงถึงความสามารถของสถาบันการเงินในการรองรับหรือชดเชยผลขาดทุนที่ไม่คาดไว้ล่วงหน้า
(Unexpected Losses) สถาบันการเงินที่ดำรงเงินกองทุนในอัตราส่วนที่สูงเพียงพอต่อความเสี่ยงของแต่ละสถาบันการเงินจะสร้างความมั่นใจแก่ผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ว่าสถาบันการเงินมีความสามารถที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้ได้
และส่งผลให้เกิดความมั่นคงและเสถียรภาพแก่ระบบสถาบันการเงิน ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกำหนดให้สถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพัน
การปรับปรุงประกาศว่าด้วยการกำหนดให้สาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุนเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้อย่างทั่วถึง
๒. อำนาจตามกฎหมาย
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ ออกข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สาขาธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุนตามที่กำหนดในประกาศนี้
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสาขาของธนาคารต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
๔. หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุน
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
การกำหนดให้สาขาธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๘
๔.๒ เงินกองทุนของสาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์หมายความถึงสินทรัพย์ที่ต้องดำรงตามมาตรา
๖ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒
๔.๓ ให้สาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ดำรงเงินกองทุนเมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ
เป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗.๕
ทั้งนี้ การดำรงเงินกองทุนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ใน
๔.๔ ถึง ๔.๖
สินทรัพย์และภาระผูกพันตามวรรคหนึ่ง มิให้รวมถึงสินทรัพย์และภาระผูกพันของกิจการวิเทศธนกิจตามประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่
๑๖ กันยายน ๒๕๓๕ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป และสินทรัพย์ และภาระผูกพันของกิจการวิเทศธนกิจสาขาต่างจังหวัดตามประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การประกอบกิจการวิเทศธนกิจสาขาต่างจังหวัดของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๔ พฤษภาคม
๒๕๓๗ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป
๔.๔ ในการดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันตาม
๔.๓ ให้สาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) นำรายการในงบการเงินทางด้านสินทรัพย์ทุกรายการ
และภาระผูกพันทุกรายการโดยใช้มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่รายงานมาคำนวณกับน้ำหนักความเสี่ยง
ส่วนสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้แปลงค่าเป็นเงินบาทก่อน โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะประกาศทุกเช้าของวันทำการถัดไปของวันจัดทำรายงาน
ทั้งนี้ให้ใช้อัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อถัวเฉลี่ยขั้นต่ำสุดและอัตราขายถัวเฉลี่ย
สำหรับสกุลเงินซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมิได้ประกาศอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงไว้ให้ใช้วิธีคำนวณจากอัตราไขว้
(Cross Rate)
(๒) คูณสินทรัพย์แต่ละรายการด้วยน้ำหนักความเสี่ยงตามที่กำหนดใน
๔.๕
(๓) คูณภาระผูกพันแต่ละรายการด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit
Conversion Factor) ตามที่กำหนดใน ๔.๖ แล้วนำค่าที่ได้คูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามที่กำหนดใน
๔.๕ อีกครั้งหนึ่ง
(๔) รวมผลคูณของสินทรัพย์ตาม (๒) และภาระผูกพันตาม
(๓) ทุกรายการและนำเงินกองทุนมาคำนวณอัตราส่วนกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยเงินกองทุนต้องเป็นอัตราส่วนกับผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ต่ำกว่าที่กำหนดใน
๔.๓
(๕) ในกรณีที่สาขาของธนาคารต่างประเทศให้สินเชื่อ
หรือลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ โดยมีสัญญารับความเสี่ยงกำหนดให้การชำระหนี้คืนดังกล่าวอิงกับเหตุการณ์ที่กำหนดขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้
(Credit Event) ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference Asset) และสาขาของธนาคารต่างประเทศตกลงรับความเสี่ยงด้านเครดิต
(Credit Risk) ของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นให้สาขาของธนาคารต่างประเทศนำผลคูณน้ำหนักความเสี่ยงของเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในตราสารดังกล่าวเปรียบเทียบผลคูณน้ำหนักความเสี่ยงของสัญญารับความเสี่ยง
และใช้เฉพาะผลคูณที่สูงกว่าในการคำนวณผลลัพธ์ตาม (๔)
๔.๕ น้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท
ก. น้ำหนักความเสี่ยง ๐
(๑) เงินสดที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ
(๒) เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
(๓) เงินลงทุนในตลาดซื้อขายพันธบัตร โดยมีสัญญาว่าจะซื้อคืน
หรือขายคืนซึ่งดำเนินการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
(๔) เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลไทย หรือหลักทรัพย์
ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ข้างต้นเป็นประกัน
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๕) เงินให้สินเชื่อที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยหรือเงินให้สินเชื่อใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้
(๖) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคารกลางของประเทศในกลุ่มประเทศ
OECD[๑]
หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกันโดยปราศจากเงื่อนไข
หรือในส่วนที่มีหลักทรัพย์รัฐบาล หรือธนาคารกลางดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๗) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคารกลางของประเทศนอกกลุ่มประเทศ
OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกันโดยปราศจากเงื่อนไข
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องเป็นสกุลเงินของประเทศนั้น และไม่เกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารพาณิชย์มีอยู่ในเงินสกุลนั้น
(๘) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
หรือนิติบุคคลที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเต็มจำนวน รวมถึงเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งนิติบุคคลดังกล่าว
รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน หรือเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารที่ออกโดยนิติบุคคลดังกล่าวเป็นประกัน
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๙) เงินให้สินเชื่อที่มีสิทธิ ซึ่งมีตราสารการฝากเงินซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์นั้น
หรือมีเงินสดที่ธนาคารพาณิชย์นั้นยึดถือไว้เป็นประกัน ทั้งนี้เฉพาะส่วนที่ไม่เกินมูลค่าตามตราสารหรือจำนวนเงินตามเงินสดนั้น
(๑๐) ยอดเหลื่อมบัญชีระหว่างสำนักงานของธนาคารพาณิชย์นั้น
(๑๑) ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
(๑๒) เงินให้สินเชื่อเฉพาะส่วนซึ่งเท่ากับจำนวนที่ได้กันไว้เผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
(๑๓) ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
(๑๔) เงินสดระหว่างเรียกเก็บเพื่อประโยชน์ของลูกค้า
(๑๕) ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ
จำกัด (มหาชน) และบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) ตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตั๋ว ๕๖
บริษัทเงินทุนที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ ในส่วนที่เป็นต้นเงินตามหน้าตั๋วและดอกเบี้ยค้างรับ
(๑๖) เงินให้สินเชื่อในส่วนที่มีตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ
จำกัด (มหาชน) หรือบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตั๋ว ๕๖ บริษัทเงินทุนที่ถูกระงับการดำเนินกิจการจำนำเป็นประกันรวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๑๗) เงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้โดยมีบุคคลอื่นทำสัญญากับสาขาของธนาคารต่างประเทศนั้นตกลงว่า
บุคคลอื่นจะรับความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ในเงินให้สินเชื่อหรือตราสารดังกล่าว
ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้รับความเสี่ยงวางไว้เป็นประกัน หรือจำนวนเงินที่สาขาของธนาคารต่างประเทศนั้นมีสิทธิหักกลบลบหนี้กับผู้รับความเสี่ยง
ข. น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๒
(๑) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ที่มีธนาคารพาณิชย์รับรอง
รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต
รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์เป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๒) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารดังกล่าวรับรอง
รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารดังกล่าวเป็นประกัน
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๓) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยบริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต
รวมทั้งเงินให้สินเชื่อซึ่งมีตราสารที่ออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกันรวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๔) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน
หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยสถาบันที่กล่าวเป็นประกัน
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๕) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์
ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตรวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๖) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยองค์การของรัฐในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล
หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสาร ซึ่งออกโดยสถาบันดังกล่าวเป็นประกันรวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๗) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยองค์การระหว่างประเทศ[๒]หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ที่มีองค์การดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน
รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยองค์การดังกล่าวเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(๘) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง
รับอาวัล ค้ำประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตรวมทั้งเงินให้สินเชื่อ ที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้
ต้องมีระยะเวลาคงเหลือไม่เกิน ๑ ปี
(๙) เงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต
หรือเงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออก ตามเอกสารประเภทอื่น ที่ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศรับผิดชอบในการชำระค่าสินค้าแทนผู้ซื้อ
แต่ในกรณีผู้ออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือธนาคารพาณิชย์ที่รับผิดชอบในการชำระค่าสินค้าเป็นธนาคารจดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ
OECD จะต้องมีระยะเวลาคงเหลือของเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องชำระค่าสินค้าไม่เกิน
๑ ปี
(๑๐) เงินให้สินเชื่อใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้แต่สำนักงบประมาณมิได้จัดสรรเงินชำระหนี้ให้จนล่วงพ้นระยะเวลาที่ถึงกำหนดชำระเกินกว่า
๒ ปีขึ้นไป
(๑๑) เงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกที่มีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยรับประกัน
ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ให้สาขาของธนาคารต่างประเทศแล้ว
(๑๒) เงินลงทุนในหลักทรัพย์ หรือหน่วยลงทุน รวมทั้งผลตอบแทนค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะจำนวนเงินที่กระทรวงการคลังทำสัญญาให้ความคุ้มครองหรือตกลงเป็นผู้รับความเสี่ยง
ค. น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๓๕
เงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดา
โดยสาขาของธนาคารต่างประเทศรับจำนองที่ดินและ/หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นลำดับหนึ่งเป็นประกัน
ทั้งนี้ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่ายอดเงินให้สินเชื่อคงค้าง
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
ทั้งนี้ วงเงินให้สินเชื่อแต่ละราย จักต้อง
(๑) ไม่เกิน ๓ ล้านบาท และ
(๒) มีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ ๐.๒ ของยอดรวมวงเงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดาตาม
(๑) รวมกับวงเงินให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อย และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตาม
จ.
ง. น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๕
(๑) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยเทศบาล
หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีเทศบาลรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน
รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารที่ออกโดยเทศบาลเป็นประกัน
(๒) เงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดา
โดยธนาคารพาณิชย์รับจำนองที่ดินและ/หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นลำดับหนึ่งเป็นประกัน ทั้งนี้
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่ายอดเงินให้สินเชื่อคงค้าง รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
ที่นอกจากเหนือจาก ค.
(๓) ภาระผูกพันที่เป็นสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนหรืออัตราดอกเบี้ยซึ่งได้คูณด้วยค่าแปลงสภาพ
(Credit Conversion Factor) ตามที่กำหนดไว้ใน ๔.๖ แล้ว เว้นแต่คู่สัญญาจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีน้ำหนักความเสี่ยงต่ำกว่า
๐.๕
จ. น้ำหนักความเสี่ยง ๐.๗๕
(๑) เงินให้สินเชื่อมีหลักประกันแก่ประชาชนรายย่อย
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับที่มีวงเงินไม่เกิน ๓ ล้านบาท
(๒) เงินให้สินเชื่อไม่มีหลักประกันแก่ประชาชนรายย่อย
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๑ แสนบาท
(๓) เงินให้สินเชื่อแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท
ทั้งนี้ วงเงินให้สินเชื่อแต่ละราย จักต้อง
(ก) นับรวมวงเงินสินเชื่อแก่บุคคลตามมาตรา ๑๒ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว
(ข) เมื่อนับรวม (ก) แล้ว ต้องมีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ
๐.๒ ของยอดรวมวงเงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดาตาม ค. รวมกับวงเงินให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อย
และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตาม (๑) (๒) และ (๓)
ฉ. น้ำหนักความเสี่ยง ๑.๐
(๑) เงินให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชน และดอกเบี้ยค้างรับ
(๒) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง
รับอาวัล หรือค้ำประกัน รวมทั้งเงินให้สินเชื่อที่มีตราสารซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นประกัน
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือเกิน ๑ ปี
(๓) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคารกลางนอกกลุ่มประเทศ
OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ำประกันโดยปราศจากเงื่อนไข
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับซึ่งมิใช่เงินสกุลของประเทศนั้น หรือมีจำนวนเกินกว่าหนี้สินที่ธนาคารพาณิชย์มีอยู่ในเงินสกุลนั้น
(๔) เงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดา
รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ซึ่งมีน้ำหนักความเสี่ยง ๐.๓๕ ตาม ค. ที่กลายเป็นเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ
(NPL) ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
(๕) เงินลงทุนในหน่วยลงทุน
ในกรณีที่สาขาของธนาคารต่างประเทศสามารถคำนวณมูลค่าสุทธิของหน่วยลงทุนใดตามมูลค่าสุทธิของสินทรัพย์ที่กองทุนผู้ออกหน่วยลงทุนนั้นถืออยู่ในแต่ละวันได้
ให้สาขาของธนาคารต่างประเทศสามารถเลือกใช้น้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์ดังกล่าวตามสัดส่วน
ประเภทและจำนวนที่กองทุนนั้นลงทุนจริงตามแต่กรณีตามประกาศนี้ แทนน้ำหนักความเสี่ยงใน
ฉ. ได้
(๖) ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ประจำอื่นๆ และทรัพย์สินรอการขาย
(๗) สินทรัพย์อื่นๆ ที่มิได้ระบุน้ำหนักความเสี่ยงไว้ใน
๔.๕ นี้
ทั้งนี้ เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ ในแต่ละรายการข้างต้นให้หมายความรวมถึงลูกหนี้อื่นๆ
(สิทธิเรียกร้องในทางกฎหมาย) ที่เกิดจากธุรกรรมการซื้อหรือการขายตราสาร โดยมีสัญญาว่าจะขายหรือจะซื้อคืน
(Repo) และธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities
Borrowing and Lending) เช่น ลูกหนี้ตามสัญญาซื้อคืน ลูกหนี้ตามสัญญาให้ยืมหลักทรัพย์
ลูกหนี้มาร์จิ้นที่โอน และลูกหนี้วางเงินสดเป็นประกัน เป็นต้น
ช. น้ำหนักความเสี่ยง ๑.๕
เงินให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
ซึ่งมีน้ำหนักความเสี่ยง ๐.๗๕ ตาม จ. ที่กลายเป็นเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
๔.๖ ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion
Factor) ของภาระผูกพันแต่ละประเภทก.
ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ๑.๐
(๑) การรับอาวัลตั๋วเงิน รับรองตั๋วเงิน ค้ำประกันการกู้ยืมเงิน
และค้ำประกันการขายขายลด หรือขายช่วงลดตั๋วเงิน
(๒) การสลักหลังตั๋วเงินแบบผู้รับสลักหลังมีสิทธิไล่เบี้ย
(With Recourse)
(๓) สัญญาการซื้อสินทรัพย์ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามโดยปราศจากเงื่อนไข
(๔) การค้ำประกัน การรับประกัน หรือการก่อภาระผูกพันในรูปแบบใดๆ ของธนาคารพาณิชย์ อันเนื่องมาจากการขายสินทรัพย์
(๕) ภาระผูกพันตามสัญญาขายตราสารโดยมีสัญญาจะซื้อคืนตามวิธีการคำนวณที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
(๖) ภาระผูกพันตามสัญญายืมและให้ยืมหลักทรัพย์
(Securities Borrowing and Lending) ตามวิธีการคำนวณที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
(๗) ภาระผูกพันตามสัญญาหรือข้อตกลงการรับประกันความเสี่ยง
ซึ่งได้แก่สัญญาที่สาขาธนาคารต่างประเทศรับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตจากคู่สัญญา
โดยตกลงจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง หรือรับความเสียหายเนื่องจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รับคืนเงินให้สินเชื่อ
หรือเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือมีเหตุการณ์เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา (Credit
Event) เกิดขึ้น
ข. ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion
Factor) ๐.๕
(๑) ภาระผูกพันซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของลูกค้า
เช่น ค้ำประกันการรับเหมาก่อสร้าง ค้ำประกันการยื่นซองประกวดราคา เป็นต้น
(๒) การประกันการจำหน่ายตราสารหรือหลักทรัพย์
ค. ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion
Factor) ๐.๒
ภาระผูกพันเพื่อการนำสินค้าเข้าตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิตทั้งที่มีเอกสารประกอบแล้วและยังไม่มีเอกสารประกอบ
ง. ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion
Factor) ๐
(๑) ตั๋วเงินเพื่อเรียกเก็บ
(๒) วงเงินที่ลูกค้ายังมิได้ใช้
(๓) ค้ำประกันการออกของ (Shipping
Guarantee)
(๔) ภาระผูกพันที่ธนาคารพาณิชย์สามารถบอกยกเลิกเมื่อใดก็ได้
(๕) ภาระผูกพันอื่นๆ ที่มิได้ระบุค่าแปลงสภาพ (Credit
Conversion Factor) ไว้ใน ๔.๖ นี้
จ. ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion
Factor) สำหรับสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย
อายุสัญญาที่เหลือ
สัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน
สัญญาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
ไม่เกิน
๑๔ วัน ๐
๐
ไม่เกิน
๑ ปี ๐.๐๒
๐.๐๐๕
ตั้งแต่
๑ ปีขึ้นไป ๐.๐๕
๐.๐๑
สัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ได้แก่ สัญญาดังต่อไปนี้
Cross currency interest rate swaps
Forward foreign exchange contracts
Currency futures
Currency option purchase
สัญญาอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน
สัญญาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยได้แก่
Single currency interest rate swaps
Basis swaps
Forward rate agreements
Interest rate futures
Interest rate option purchase
สัญญาอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน
ในกรณีที่ลูกค้ารายเดียวกันทำสัญญาเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนหรือสัญญาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยทั้งทางด้านซื้อและด้านขาย
ให้คูณจำนวนเงินด้านซื้อและด้านขายด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion
Factor) ก่อน และนำค่าที่ได้มาหักกลบกัน แล้วจึงนำจำนวนสุทธิไปคูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามที่กำหนดใน
๔.๕
๕. บทเฉพาะกาล
(๑) เงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดาตาม
๔.๕ ค. ที่มีอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ สาขาของธนาคารต่างประเทศสามารถเลือกใช้น้ำหนักความเสี่ยง
๐.๕ ตาม ๔.๕ ง. ในการคำนวณเพื่อดำรงเงินกองทุนได้
เมื่อสาขาของธนาคารต่างประเทศเลือกที่จะใช้น้ำหนักความเสี่ยงดังกล่าวแล้วจะเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้
(๒) เงินให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตาม
๔.๕ จ.ที่มีอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ สาขาของธนาคารต่างประเทศสามารถเลือกใช้น้ำหนักความเสี่ยง
๑.๐ ตาม ๔.๕ ฉ. ในการคำนวณเพื่อดำรงเงินกองทุนได้ เมื่อสาขาของธนาคารต่างประเทศเลือกที่จะใช้น้ำหนักความเสี่ยงดังกล่าวแล้วจะเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้
๖.[๓]
วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร
เทวกุล
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ
๒๗
มกราคม ๒๕๔๙
[๑] กลุ่มประเทศ
OECD ในประกาศฉบับนี้
หมายถึง ประเทศสมาชิกของ Organization for Economic Co-operation and Development และประเทศที่มีฐานะการเงินเทียบเท่า
ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก
ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สาธารณรัฐสโลวัก
สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ซาอุดีอาระเบีย
[๒] องค์การระหว่างประเทศ
หมายถึง European
Investment Bank (EIB) European Bank for Reconstruction and Development (EBRD) International Bank for
Reconstruction and Development (IBRD) including International Finance
Corporation (IFC) Inter-American Development Bank (IADB) African Development
Bank (AfDB) Asian Development Bank (AsDB) Caribbean Development Bank (CDB) และ
Nordic
Investment Bank (NIB)
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๙ ง/หน้า ๑๙/๒๓ มกราคม ๒๕๔๙