法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และกิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 4)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง

อำเภอบางพลี

อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์

และกิ่งอำเภอบางเสาธง

อำเภอบางพลี

จังหวัดสมุทรปราการ

พ.ศ.

๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.

๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง

หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง

ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล

หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ

จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ตรงจุดที่คลองบางเสาธงบรรจบกับคลองประเวศบุรีรมย์

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวคลองประเวศบุรีรมย์จนจดคลองพระยานาคราช

ทิศตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทรา

ตรงจุดที่คลองประเวศบุรีรมย์บรรจบกับคลองพระยานาคราช จากจุดนี้ไปทางทิศใต้ตามแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทราจนจดคลองพระยาสมุทรจากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวกึ่งกลางคลองพระยาสมุทร

คลองฉะบัง คลองหอมสิน คลองสำโรง คลองปีกกา คลองก้นบึ้ง จนจดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓ (ถนนสุขุมวิท) ฟากเหนือ

จากจุดนี้ไปทางทิศใต้ตามแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทรา

จนจดคลองสีล้ง และไปทางทิศใต้ตามแนวกึ่งกลางคลองสีล้งจนบรรจบกับอ่าวไทย

ทิศใต้

จดอ่าวไทย

ทิศตะวันตก

จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร

ตรงจุดที่คลองขุดขุนราชพินิตใจบรรจบกับอ่าวไทย

จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวกึ่งกลางคลองขุดขุนราชพินิตใจ คลองนา คลองกระออมใน

คลองครุใน คลองบางพึ่ง

จนบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาจากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยาจนจดแนวเขตตำบลทรงคนอง

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวเขตตำบลทรงคนอง ตำบลบางกระสอบ และตำบลบางน้ำผึ้ง

จนบรรจบเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร

ตรงจุดที่คลองบางนาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวกึ่งกลางคลองบางนา

คลองขวาง จนจดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร

กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๖ (ถนนวงแหวนรอบนอก) ฟากตะวันตก

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร

กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๖ (ถนนวงแหวนรอบนอก) ฟากตะวันตก

จนจดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร

กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด)

ฟากใต้ จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวเส้นขนานระยะ ๓๐๐

เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) ฟากใต้

จนบรรจบเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔

(ถนนบางนา - ตราด) ฟากใต้

ที่จุดซึ่งห่างจากถนนสายบึงปลาเหม็น – อ่อนนุช (วัดศรีวารีน้อย)

บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา

- ตราด) ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) เป็นระยะ

๓๐๐ เมตร จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามเส้นตั้งฉากดังกล่าว จนบรรจบเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร

จนบรรจบคลองบางเสาธง จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวกึ่งกลางคลองบางเสาธงจนบรรจบคลองประเวศบุรีรมย์

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒ และบริเวณที่ ๓

“บริเวณที่ ๒” หมายความว่า

พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดคลองประเวศบุรีรมย์ ฝั่งใต้

ตรงจุดที่คลองสร้างบุญบรรจบกับคลองประเวศบุรีรมย์

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวคลองประเวศบุรีรมย์ บรรจบกับหลักเขตที่ ๑

ของเทศบาลตำบลคลองสวน ไปทางทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้

ตามแนวเขตเทศบาลตำบลคลองสวน จนบรรจบกับคลองพระยานาคราช ฝั่งตะวันตก

ทิศตะวันออก จดคลองพระยานาคราช ฝั่งตะวันตก

ทิศใต้

จดคลองกระแซงเตย ฝั่งเหนือ และเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐

เมตร กับศูนย์กลางถนนอ่อนนุช - ลาดกระบัง

ทิศตะวันตก

จดคลองสร้างบุญ ฝั่งตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐

เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ กรุงเทพฯ – ชลบุรี

(สายใหม่)

ทิศตะวันออก จดคลองบ้านระกาศ ฝั่งตะวันตก

ทิศใต้

จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด)

ฟากเหนือ ตรงจุดที่คลองบ้านระกาศตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา

- ตราด) จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) จนบรรจบคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต

ฝั่งตะวันตก จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ฝั่งตะวันตก จนบรรจบเส้นขนานระยะ

๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา

- ตราด) จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวเส้นขนานดังกล่าว

จนบรรจบคลองบางเสาธง ฝั่งตะวันออก จากจุดนี้ไปทางทิศใต้ ตามแนวคลองบางเสาธง

ฝั่งตะวันออก จนบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา

- ตราด) ฟากเหนือ จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) จนบรรจบคลองบางกระเทียม

ฝั่งตะวันออก

ทิศตะวันตก

จดคลองบางกระเทียม ฝั่งตะวันออก คลองบางเสาธง ฝั่งตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร

กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด)

ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก

และเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์)

ตรงจุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์)

ตัดกับคลองบางปลา ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘

(ถนนเทพารักษ์) เป็นระยะ ๑,๐๐๐

เมตร ไปทางทิศใต้ จนบรรจบคลองเก้า ฝั่งเหนือ

ทิศใต้

จดคลองเก้า ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก

จดคลองบางปลา ฝั่งตะวันออก คลองสำโรง ฝั่งตะวันออก คลองบางโฉลง

ฝั่งตะวันออก

๒.๔ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา

– ตราด) ฟากใต้ ตรงจุดที่ถนนทางเข้าเมืองใหม่บางพลีบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา - ตราด)

จนบรรจบคลองบางเสาธง ฝั่งตะวันตก จากจุดนี้ไปทางทิศใต้ ตามแนวคลองบางเสาธงจนบรรจบกับคลองสำโรง ฝั่งเหนือ จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวคลองสำโรง จนบรรจบคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต

ฝั่งตะวันตก จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต

จนบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา – ตราด)

ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา

- ตราด) จนบรรจบคลองบางพลีน้อย

ฝั่งตะวันตก

ทิศตะวันออก จดคลองบางพลีน้อย ฝั่งตะวันตก

ตรงจุดที่คลองบางพลีน้อยตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา

- ตราด) จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวคลองบางพลีน้อย

ฝั่งตะวันตก คลองปีกกา ฝั่งตะวันตก จนบรรจบคลองสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฝั่งเหนือ

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกตามแนวคลองสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ จนบรรจบกับคลองระกาศ ฝั่งตะวันตก

จากจุดนี้ไปทางทิศใต้ตามแนวคลองระกาศ ฝั่งตะวันตก คลองเจ็กโย ฝั่งตะวันตก

คลองสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฝั่งตะวันตก และคลองสีล้ง ฝั่งตะวันตก

ทิศใต้

จดเส้นขนานระยะ ๒,๒๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ตรงจุดที่คลองสีล้งบรรจบกับอ่าวไทย

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวเส้นขนานระยะ ๒,๒๐๐

เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

จนบรรจบกับเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับกึ่งกลางคลองสีล้ง

จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับกึ่งกลางคลองสีล้ง จนบรรจบคลองชลประทาน

ฝั่งเหนือ จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวคลองชลประทาน ฝั่งเหนือ

คลองด่าน ฝั่งเหนือ คลองลาดหวาย ฝั่งเหนือ จนบรรจบกับถนนลาดหวาย ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก จดถนนลาดหวาย ฟากตะวันออก ตรงจุดที่คลองลาดหวายตัดกับถนนลาดหวาย

จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวถนนลาดหวาย จนบรรจบกับคลองสกัดร้อย ฝั่งใต้

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกตามแนวคลองสกัดร้อย จนบรรจบกับคลองหัวเกลือ ฝั่งตะวันตก

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวคลองหัวเกลือจนบรรจบกับคลองสำโรง

ฝั่งเหนือ จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวคลองสำโรง จนบรรจบถนนทางเข้าเมืองใหม่บางพลี

ฟากตะวันออก ไปทางทิศเหนือตามแนวถนนทางเข้าเมืองใหม่บางพลี จนบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๔ (ถนนบางนา - ตราด) ฟากใต้

๒.๕ ทิศเหนือ จดคลองหอมสิน ฝั่งตะวันตก

ทิศตะวันออก จดคลองหอมสิน ฝั่งตะวันตก

ทิศใต้

จดคลองสำโรง ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก

จดคลองบางพลีน้อย ฝั่งตะวันออก

๒.๖ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์)

ฟากใต้ ตรงจุดที่คลองเจริญราษฏร์ (พ่อเฒ่า) ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์) จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์)

จนบรรจบกับถนนทางเข้าเมืองใหม่บางพลี ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก จดถนนลาดหวาย ฟากตะวันตก

ตรงจุดที่ถนนลาดหวายบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์)

จากจุดนี้ไปทางทิศใต้ ตามแนวถนนลาดหวายจนบรรจบกับคลองลาดหวาย

ฝั่งเหนือ

ทิศใต้

จดคลองลาดหวาย ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก

จดคลองบางกะสี ฝั่งตะวันออก ตรงจุดที่คลองลาดหวายตัดกับคลองเก้า

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวคลองบางกะสี ฝั่งตะวันออก จนบรรจบกับคลองโก่งประทุน

ฝั่งตะวันออก จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวคลองโก่งประทุน จนบรรจบกับคลองสกัดเจ็ดสิบห้า

ฝั่งใต้ ตรงจุดที่คลองโก่งประทุนบรรจบกับคลองสกัดเจ็ดสิบห้า

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกตามแนวคลองสกัดเจ็ดสิบห้า ฝั่งใต้ จนบรรจบกับคลองเจริญราษฏร์

(พ่อเฒ่า)

ฝั่งตะวันออก

จากจุดนี้ไปทางทิศะวันออกเฉียงเหนือตามแนวคลองเจริญราษฏร์ (พ่อเฒ่า)

จนบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์)

ฟากใต้

๒.๗ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐

เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

ตรงจุดที่เส้นขนานดังกล่าวตัดกับถนนลาดหวาย ฟากตะวันออก

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกตามแนวเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐

เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

จนบรรจบคลองด่าน ฝั่งใต้ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวคลองด่าน ฝั่งใต้ จนบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๑๑๗ ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๑๗ ฟากตะวันตก

ทิศใต้

จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก

จดถนนลาดหวาย ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงโรงเรียนหลวงพ่อปานคลองด่านอนุสรณ์

และพื้นที่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

ตรงจุดที่บรรจบเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

ฟากเหนือ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากคลองด่านบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓ (ถนนสุขุมวิท) ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓ (ถนนสุขุมวิท) เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร

และไปทางทิศตะวันตกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร

๒.๘ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดคลองด่านน้อย ฝั่งตะวันตก

ตรงจุดที่คลองด่านน้อยตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกตามแนวคลองด่านน้อยจนบรรจบกับคลองนางหงษ์

ฝั่งตะวันตก จากจุดนี้ไปทางทิศใต้ตามแนวคลองนางหงษ์ จนบรรจบกับเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐

เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

ทิศใต้

จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

ทิศตะวันตก

จดคลองสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงพื้นที่ด้านเหนือของคลองด่านน้อยตรงจุดที่บรรจบเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓ (ถนนสุขุมวิท) ฟากใต้

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากคลองด่านบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร และไปทางทิศตะวันตกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร

“บริเวณที่ ๓ ” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๓.๑ ทิศเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร

ตรงจุดที่ถนน รพช. สป. ๓๐๗๑ (บ้านคลองกระออม

- บ้านแขก) บรรจบกับคลองกระออมใน

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกตามแนวคลองกระออมใน จนบรรจบกับถนนประชาอุทิศ ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก จดถนนประชาอุทิศ ฟากตะวันตก

ทิศใต้

จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๔๓ ฟากเหนือ คลองสรรพสามิต ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนน รพช. สป.

๓๐๗๙ (บ้านคลองสาหร่าย – บ้านบางพะเนียง)

ตรงจุดที่ถนน รพช. สป. ๓๐๗๙

(บ้านคลองสาหร่าย – บ้านบางพะเนียง)

บรรจบกับคลองสรรพสามิต ฝั่งเหนือ จากจุดนี้ไปทางทิศเหนือตามแนวถนน

รพช. สป. ๓๐๗๙ (บ้านคลองสาหร่าย

– บ้านบางพะเนียง) ฟากตะวันออก และถนน

รพช. สป. ๓๐๗๑ (บ้านคลองกระออม -

บ้านแขก) ฟากตะวันออก จนบรรจบกับคลองกระออมใน

๓.๒ ทิศเหนือ จดคลองสรรพสามิต ฝั่งใต้

ตรงจุดที่เส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

กับกึ่งกลางคลองสาขลาตัดกับคลองสรรพสามิต จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวคลองสรรพสามิตจนบรรจบกับคลองนาเกลือ

ฝั่งตะวันตก

ทิศตะวันออก จดคลองนาเกลือ ฝั่งตะวันตก

ทิศใต้

จดคลองสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฝั่งเหนือ

ตรงจุดที่คลองสาธารณะบรรจบกับคลองนาเกลือ

จากจุดนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวคลองสาธารณะจนบรรจบกับคลองสาขลา

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวคลองสาขลาถึงจุดที่อยู่ห่างตามแนวเส้นขนานระยะ

๒,๐๐๐ เมตร กับกึ่งกลางคลองสรรพสามิต จนบรรจบกับเส้นขนาน ๑,๐๐๐

เมตร กับกึ่งกลางคลองสาขลา

ทิศตะวันตก

จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

กับกึ่งกลางคลองสาขลา

๓.๓ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๑๖ (ถนนบางปิ้ง

– แพรกษา) ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๕๖

ฟากตะวันตก

ทิศใต้

จดคลองชลประทาน ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก

จดคลองท้ายสลัด ฝั่งตะวันออก และถนนทางเข้านิคมอุตสาหกรรมบางปู ฟากตะวันออก

๓.๔ ทิศเหนือ จดคลองเก้า ฝั่งใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๕๖

ทิศใต้

จดคลองชลประทาน ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก

จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๕๖ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้

ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางบ่อ

อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ

อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และกิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท

ดังต่อไปนี้

(๑)

ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) ภายในบริเวณที่ ๒

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน

๑,๐๐๐ ตารางเมตร

(ข)

อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า

๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า

๗๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔. มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างจัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน

๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า

๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๓) ภายในบริเวณที่ ๓

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า

๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า

๗๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔. มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างจัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐

เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน

๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา

ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า

๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า

๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลังเกิน

๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

๒.

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไปไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

๓.

มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๘๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔.

มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕ ต่อ ๑

๕.

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างจัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

๖.

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗.

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๒๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘.

อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐

เมตร โดยวัดจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙.

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐

ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐.

ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว

ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ

ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ

๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

โภคิน พลกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบ]

๑.

แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางบ่อ

อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และกิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

พ.ศ. ๒๕๔๗

(ดูข้อมูลภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางบ่อ

อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์

และกิ่งอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๕ กันยายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.

๒๕๒๒ บัญญัติว่า

ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ

ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป

เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศุภชัย/พิมพ์

๒๑ มีนาคม ๒๕๔๘

สุนันทา/นวพร/ตรวจ

๒๙ เมษายน ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๕๑ก/๒๗/๓ กันยายน

๒๕๔๗

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และกิ่งอำเภอบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 4) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_22ad6b06216ce9ca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com