ข้อ ๑๐ เสื้อ
มี ๑๕ แบบ คือ
(๑) เสื้อกะลาสีสีขาว เปิดคอเพียงอก มีผ้าปกหลังสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
มีแถบผ้าสีขาวกว้าง ๒ เซนติเมตร ตรึงรอบผืนผ้าห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร แขนยาวรวบข้อมือ
ชายเสื้อยาวปิดตะโพก ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าปะไม่มีปก ๑ กระเป๋า
ใต้คอเสื้อด้านหน้ามีแถบผ้าสีขาว ๒ ชาย ยาวชายละ ๒๕ เซนติเมตร สำหรับผูกผ้าผูกคอ
(๒) เสื้อซับใน ทำด้วยผ้าสีขาวคอกลมเรียบ
รอบวงคอขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือข้อศอก
(๓) เสื้อกะลาสีสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว
เว้นแต่แขนเสื้อยาวเพียงใต้ศอกประมาณ ๖ เซนติเมตร และมีผ้าปกหลังสีกากี
(๔) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒
กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปก รูปชายแหลมสามชายไม่ขัดดุม
กระเป๋าล่างไม่มีปก ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร
(๕) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากี คอแบะแบบชายสามเหลี่ยม
มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม มีกระเป๋าบน ๒
กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า กระเป๋าทั้ง ๔ เป็นกระเป๋าปะ
มีปกรูปชายแหลมสามชายมีกระดุมโลหะสีทองขนาดเล็กขัดปกกระเป๋า กระเป๋าละ ๑ ดุม
ที่เอวเสื้อมีสายรัดขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางด้านหลังเปิดไว้ถึงสายรัดเอว
(๖) เสือคอพับสีขาว ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุมกลมแบนสีขาว ๖
ดุม แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก ที่อกเสื้อมีกระเป๋าปะ
มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มุมกระเป๋าและปกตัดมุม มีดุมขัดปก ๑ ดุม
เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ชนิดแขนยาว
จะใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้
(๗) เสื้อคอพับสีกากี เช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีขาว
เว้นแต่ให้ใช้กระดุมสีกากี และไม่ใช้ผ้าผูกคอ
(๘) เสื้อสโมสรสีขาว แบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะเป็นรูปคอมน
ปาดเอวระหว่างชายเสื้อกับชายคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่งมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒
ข้าง ข้างละ ๒ ดุม และประมาณแนวดุมคู่บนที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุดมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ
๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน
(๙) เสื้อกั๊กสีขาว หรือสีน้ำเงินดำ หน้าอกเว้า ระหว่างชายเสื้อกับหน้าอกมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก
๓ หรือ ๔ ดุม ที่เหนือชายเสื้อมีกระเป๋าเจาะไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า
ชายล่างสุดของเสื้อบากเป็นรูปสามเหลี่ยมและเปิดด้านหลัง มีสายรัดตอนบนและล่าง
(๑๐) เสื้อกั๊กสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกั๊กสีขาว
(๑๑) เสื้อเชิ้ตอกแข็งหรืออกจีบสีขาว ข้อมือแข็ง ประกอบกับคอพับแข็งชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ
(๑๒) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว
เว้นแต่เครื่องหมายยศและเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นแถบทำด้วยไหมสีเหลือง
รูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง
(๑๓) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำคอแบะแบบชายสามเหลี่ยม มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ
ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋า
๑ กระเป๋า และที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก
ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร ประดับเครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่าและเครื่องหมายชั้นการศึกษาดังนี้
(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า
ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก ประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้ง
ทำด้วยแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร
ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน รูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี และเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง
ตรึงติดตรงกลางแขนเสื้อ
(ข) นักเรียนนายเรือ ที่ชายสุดคอแบะติดสาบสักหลาดสีขาวกว้าง
๔ เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร
มีรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับเครื่องหมายชั้นการศึกษา
(ค) นายทหารสัญญาบัตร เครื่องหมายยศทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองประดับรอบปลายแขนเสื้อทั้ง
๒ ข้าง คือ
นายเรือและนายนาวา มีขนาด ลักษณะ
และจำนวนแถบเช่นเดียวกับแถบบนอินทรธนู เว้นแต่ขมวดวงกลมให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก
๕ เซนติเมตร
พลเรือจัตวา มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และเหนือแถบนี้
มีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ขมวดเป็นวงกลม ๑ วง เส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕
เซนติเมตร
พลเรือตรีขึ้นไป มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ
และมีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ประดับเหนือขึ้นไป มีจำนวนตามชั้นยศ ดังนี้
พลเรือตรี ๑ แถบ
พลเรือโท ๒ แถบ
พลเรือเอก ๓ แถบ
จอมพลเรือ ๔ แถบ
การประดับแถบ ให้แถบล่างสุดอยู่ห่างจากปลายแขนเสื้อพอสมควร เว้นระยะระหว่างแถบ
๐.๖ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕
เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลัง
(๑๔) เสื้อสวมกันหนาว มีดังนี้
(ก) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับพลทหาร นักเรียนจ่า และนายทหารประทวนชั้นจ่า
ทำด้วยสักหลาดน้ำเงินดำเป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่
๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ชายเสื้อยาวเพียงครึ่งขาท่อนบน
(ข) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า
นักเรียนนายเรือ และนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อโอเวอร์โคต
ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม
มีแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำรัดหลังปลายแถบขัดดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ข้างละ ๑ ดุม ชายเสื้อยาวครึ่งน่อง
เสื้อแบบนี้ให้มีอินทรธนูตามชั้นยศประกอบด้วย
เสื้อสวมกันหนาวตาม (ก) และ (ข) ให้สวมทับเครื่องแบบปกติ เครื่องแบบสโมสร
เครื่องแบบกันหนาว หรือเครื่องแบบสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว
(๑๕) เสื้อสโมสรสีดำ
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำแบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะแบบชายสามเหลี่ยม
ปาดเอวระหว่างชายเสื้อกับคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่งมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ
๓ ดุม และประมาณแนวดุมคู่กลางที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุด
มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ ๑ ดุม
ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน มีเครื่องหมายยศที่ปลายแขนเสื้อทั้ง ๒
ข้าง เช่นเดียวกับเสื้อคอแบะสีน้ำเงินดำตาม (๑๓) (ค)