法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 29/2549 เรื่อง การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการจัดการกองทุนและหลักเกณฑ์ในการป้องกัน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 29 /2549

เรื่อง การกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ในการจัดการกองทุนและหลักเกณฑ์ในการป้องกัน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 98(7)(ข) มาตรา 126(1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 139(5) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 45 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับข้อ 1 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง หลักเกณฑ์และกําหนดเวลาในการยื่นรายงานของบริษัทหลักทรัพย์ ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 และข้อ 2(1) ข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 18(6) และข้อ 19 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 30/2547 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 44/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์การทําธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541

(2) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 18/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นเพื่อบริษัทจัดการ ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2542

(3) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 33/2543 เรื่อง การกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2543

(4) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 49/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นเพื่อบริษัทจัดการ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2543

(5) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สน. 32/2544 เรื่อง การกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนรวม หรือกองทุนส่วนบุคคล

“กองทุนรวมพิเศษ” หมายความว่า กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศดังต่อไปนี้

(1) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน

(2) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน

(3) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้อง

“ที่ปรึกษา” หมายความว่า บุคคลที่รับให้คําปรึกษาหรือคําแนะนําแก่บริษัทจัดการเกี่ยวกับการลงทุน หรือการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุนรวม ในทุกลักษณะ

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“บุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลดังต่อไปนี้

(1) บุคคลผู้รับผิดชอบสายงานเกี่ยวกับการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตั้งแต่ตําแหน่งผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลขึ้นไปจนถึงตําแหน่งผู้จัดการ ในกรณีของบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดตามข้อ 2(6) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือที่เป็นบริษัทจัดการกองทุนรวม

(2) บุคคลผู้รับผิดชอบโดยตรงในงานเกี่ยวกับการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ในกรณีของบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลอื่นใดที่มิใช่กรณีตาม (1)

“บริษัทจดทะเบียน” หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์ที่ได้รับการจดทะเบียนหรือได้รับการอนุญาตให้ทําการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์

“บริษัทจัดการ” หมายความว่า บริษัทจัดการกองทุนรวมหรือบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล

“บริษัทจัดการกองทุนรวม” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

“บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล

“บริษัทนายหน้า” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“บริษัทในเครือ” หมายความว่า บริษัทดังต่อไปนี้

(1) บริษัทที่ถือหุ้นของบริษัทจัดการ หรือนายจ้าง แล้วแต่กรณี ตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจัดการ หรือนายจ้างนั้น หรือ

(2) บริษัทที่บริษัทจัดการหรือนายจ้าง แล้วแต่กรณี ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น

“ผู้จัดการกองทุน” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่บริษัทจัดการมอบหมายให้มีอํานาจตัดสินใจลงทุนให้แก่กองทุน

“ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์

“ผู้บริหาร” หมายความว่า กรรมการ ผู้จัดการ พนักงานระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไปรวมทั้งบุคคลที่มีตําแหน่งซึ่งมีอํานาจหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลดังกล่าวด้วย

“ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์” หมายความว่า นิติบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทจัดการกองทุนรวมให้ทําหน้าที่ในการบริหารหรือจัดหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมซื้อหรือเช่า

“ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน” หมายความว่า บุคคลที่บริษัทจัดการกองทุนรวมมอบหมายให้ทําหน้าที่ขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน แล้วแต่กรณี ของกองทุนรวม

“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานและลูกจ้างของบริษัทจัดการ และให้หมายความรวมถึงกรรมการผู้จัดการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นด้วย

“ราคาตลาด” หมายความว่า ราคาตราสารแห่งทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือราคาตราสารแห่งหนี้ที่เสนอโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย แล้วแต่กรณี

“สมาคม” หมายความว่า สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและจดทะเบียนกับสํานักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทําการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่เกี่ยวกับการจัดการลงทุน

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และหน่วยงานอื่นตามที่สํานักงานกําหนด

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศนี้มิให้นํามาใช้บังคับกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนต่างด้าว จํากัด ทั้งนี้ ข้อกําหนดในส่วนที่ 1 ของหมวด 1 ให้ใช้บังคับเฉพาะกับบริษัทจัดการกองทุนรวม และบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดตามข้อ 2(6) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

ผลประโยชน์ และการดําเนินการของบริษัทจัดการ

ในเรื่องที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทําดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้การกระทําของบริษัทจัดการดังต่อไปนี้ เป็นการกระทําอันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนหรือลูกค้า ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 126(1) และมาตรา 139(5) แล้วแต่กรณี

(1) การที่บริษัทจัดการรับผลประโยชน์ตอบแทนจากบุคคลใด ๆ เพื่อบริษัทจัดการนั้นเอง อันเนื่องมาจากการใช้บริการของบุคคลดังกล่าวในการจัดการกองทุน

(2) การที่บริษัทจัดการซื้อขายทรัพย์สินหรือเข้าทําสัญญาเพื่อกองทุนใดที่มิใช่กองทุนรวมพิเศษ โดยมีคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง และการทําธุรกรรมดังกล่าวมีลักษณะเป็นการเอาเปรียบกองทุนหรือทําให้กองทุนเสียประโยชน์ที่ดีที่สุดไป เว้นแต่เป็นการทําธุรกรรมที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 13

(3) การที่บริษัทจัดการกระทําการใด ๆ อันเป็นผลให้บริษัทได้ซื้อขายทรัพย์สินหรือเข้าเป็นคู่สัญญาได้ก่อนกองทุน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บริษัทจัดการต้องบริหารจัดการกิจการของตนเองในเรื่องที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่กองทุน ดังต่อไปนี้

(1) การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทจัดการ (proprietary trading) ตามที่กําหนดในส่วนที่ 1

(2) การทําธุรกรรมของกองทุนกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง (affiliated transaction) ตามที่กําหนดในส่วนที่ 2

(3) การรับผลประโยชน์ตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนใช้บริการบุคคลอื่น (soft commission) ตามที่กําหนดในส่วนที่ 3

(4) การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของพนักงาน (staff dealing) ตามที่กําหนดในส่วนที่ 4

ให้บริษัทจัดการจัดให้มีระบบงานที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทําตามวรรคหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่กองทุนได้ ทั้งนี้ ในกรณีของ (1) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 7 และกรณีของ (4) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 23(1) ด้วย

ส่วน ๑ การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทจัดการ

(proprietary trading)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับผู้ลงทุน หากบริษัทจัดการมีการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัทจัดการเอง (proprietary trading) บริษัทจัดการต้องจัดให้มีระบบงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันมิให้การลงทุนหรือเข้าทําสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับกองทุน เว้นแต่บริษัทจัดการมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้บริหารการลงทุนอย่างเป็นอิสระโดยบริษัทจัดการไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ไม่ว่าการลงทุนหรือเข้าทําสัญญานั้นจะดําเนินการโดยบริษัทจัดการเอง หรือโดยบุคคลอื่นที่บริษัทจัดการมอบหมาย การดําเนินการนั้นให้อยู่ภายใต้บังคับข้อ 8 ถึงข้อ 12 ด้วย

ในกรณีที่บริษัทจัดการต้องจัดให้มีระบบงานตามวรรคหนึ่ง ระบบงานดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อนบริษัทจัดการเริ่มลงทุนหรือลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัทจัดการเอง (proprietary trading)

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บริษัทจัดการจะลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัทจัดการเอง (proprietary trading) ได้ ต่อเมื่อการลงทุนดังกล่าว มีลักษณะเป็นเงินทุนระยะยาวเกินกว่าหนึ่งปี เว้นแต่เป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) เป็นการลงทุนในเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากเพื่อบริหารสภาพคล่องของบริษัทจัดการ

(2) เป็นการลงทุนในตราสารที่มีอายุคงเหลือต่ํากว่าหนึ่งปี โดยบริษัทจัดการมีเจตนาที่จะถือตราสารดังกล่าวจนครบอายุของตราสารนั้น

(3) เป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเปิดภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการกองทุนรวมนั้นเอง ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่บริษัทไม่สามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเปิดดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม อันเนื่องมาจากการไม่สามารถจําหน่ายทรัพย์สินของกองทุนรวมเปิดนั้นได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเมื่อมีเหตุจําเป็นอื่นใดเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน

บริษัทจัดการจะจําหน่ายทรัพย์สินหรือเลิกสัญญาที่มีลักษณะเป็นเงินลงทุนระยะยาวตามวรรคหนึ่ง ก่อนครบกําหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ลงทุนหรือได้มาซึ่งทรัพย์สิน หรือวันที่สัญญามีผลใช้บังคับได้ เฉพาะในกรณีที่มีเหตุจําเป็นและสมควรโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจัดการต้องรายงานกรณีดังกล่าวต่อสํานักงานภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่จําหน่ายทรัพย์สินหรือเลิกสัญญานั้น แล้วแต่กรณี ตามแบบที่สํานักงานแจ้งให้ทราบล่วงหน้ากําหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการซื้อหน่วยลงทุนตามข้อ 8(3) บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องกระทําด้วยความระมัดระวังและเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน

ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมจําหน่ายหน่วยลงทุนที่ได้มาตามข้อ 8(3) ในโอกาสแรกที่สามารถทําได้ โดยคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนรายอื่นเป็นสําคัญ ทั้งนี้ ให้บริษัทรายงานการจําหน่ายหน่วยลงทุนต่อสํานักงาน ภายในวันทําการถัดจากวันที่จําหน่ายหน่วยลงทุนนั้นตามแบบที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหุ้นเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทจัดการ หากบริษัทได้ปฏิบัติตามข้อ 7 แล้ว ให้ถือว่าบริษัทได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 98(7)(ข)

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้บริษัทจัดการจัดทําและส่งข้อมูลการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทต่อสํานักงาน โดยให้ส่งข้อมูลดังกล่าวไปพร้อมกับข้อมูลอื่นที่บริษัทจัดการมีหน้าที่ต้องส่งผ่านระบบรับส่งรายงานธุรกิจจัดการกองทุนรวม (Investment Management Reporting System) หรือระบบรับส่งการรายงานธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund and Provident Fund Reporting System) ตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน

ให้บริษัทจัดการเปิดเผยต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ลูกค้า หรือผู้ที่สนใจจะลงทุน แล้วแต่กรณี ทราบว่าการตรวจสอบข้อมูลตามวรรคหนึ่งอาจตรวจสอบได้ที่บริษัทจัดการ ตัวแทนของบริษัทจัดการ (ถ้ามี) และสํานักงาน ทั้งนี้ หากผู้ถือหน่วยลงทุน ลูกค้า หรือผู้ที่สนใจจะลงทุน แล้วแต่กรณี ร้องขอ บริษัทจัดการต้องเปิดเผยข้อมูลการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทต่อบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลมีการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัทเอง บริษัทต้องจัดให้มีข้อความในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่แสดงว่า บริษัทอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินเพื่อบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลเช่นเดียวกับที่ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินเพื่อกองทุนส่วนบุคคล

ส่วน ๒ การทําธุรกรรมของกองทุนกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

(affiliated transaction)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ บริษัทจัดการจะทําธุรกรรมเพื่อกองทุนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานเมื่อเป็นกรณีตามข้อ 14 หรือระบุไว้อย่างชัดเจนในโครงการจัดการกองทุนรวมและหนังสือชี้ชวน หรือได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนเมื่อเป็นกรณีตามข้อ 15 หรือได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลผลประโยชน์หรือความยินยอมจากลูกค้าหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ แล้วแต่กรณี เมื่อเป็นกรณีตามข้อ 16 หรือข้อ 17 ทั้งนี้ การทําธุรกรรมเพื่อกองทุนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรณีตามข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 หรือกรณีอื่นใดนอกเหนือจากกรณีตามข้อดังกล่าว ธุรกรรมเหล่านั้นต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นธุรกรรมที่เป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดสําหรับกองทุนในสถานการณ์ขณะนั้น (best execution)

(2) เป็นธุรกรรมที่มีความจําเป็นและเป็นประโยชน์กับกองทุน

(3) เป็นธุรกรรมในลักษณะที่เป็นธรรมเนียมทางค้าปกติเสมือนเป็นการทําธุรกรรมกับคู่ค้าทั่วไปที่มิได้มีความเกี่ยวข้องกันเป็นพิเศษ (at arm’s length transactions) และ

(4) ในกรณีที่เป็นธุรกรรมระหว่างกองทุนด้วยกันเองซึ่งกองทุนเหล่านั้นอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (cross trade) ธุรกรรมที่จะทํานั้นต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายเป็นกองทุนรวม ธุรกรรมดังกล่าวต้องมีความเหมาะสมต่อลักษณะ นโยบายการลงทุน และความจําเป็นในการลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว

(ข) ธุรกรรมดังกล่าวต้องไม่ใช่การซื้อขายหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 126(3)

การทําธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง บริษัทจัดการต้องจัดให้มีเอกสารหรือหลักฐานอ้างอิงเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบการทําธุรกรรมดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การทําธุรกรรมระหว่างบริษัทจัดการกองทุนรวมกับกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทนั้น บริษัทจะกระทําได้ต่อเมื่อมีเหตุจําเป็นและสมควรโดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีที่กองทุนรวมจะซื้อหุ้นของบริษัทจัดการกองทุนรวมซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 126(2)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทจัดการกองทุนรวมจะกระทําได้ต่อเมื่อได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในโครงการจัดการกองทุนรวมและหนังสือชี้ชวนว่าอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่จะลงทุนนั้นเป็นของบุคคลดังกล่าว หรือเมื่อได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การทําธุรกรรมเพื่อกองทุนรวมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยธุรกรรมนั้นไม่มีราคาตลาดหรือใช้ราคาอื่นที่ไม่เป็นไปตามราคาตลาด บริษัทจัดการกองทุนรวมจะกระทําได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการทําธุรกรรมในแต่ละครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การทําธุรกรรมเพื่อกองทุนส่วนบุคคลกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีดังต่อไปนี้ ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้าหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ แล้วแต่กรณี โดยความยินยอมดังกล่าวอาจกําหนดไว้ในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคลก็ได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลต้องอธิบายให้ลูกค้าหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพเข้าใจถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ก่อนขอรับความยินยอมด้วย

(1) การลงทุนในตราสารที่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามข้อ 20(1)(ก) ถึง (ง) หรือตามข้อ 20(2)(ง) เป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน หรือการฝากเงินไว้กับบุคคลดังกล่าว แต่ไม่รวมถึงการฝากเงินในบัญชีเงินฝากเพื่อการดําเนินงาน

(2) การลงทุนในตราสารที่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามข้อ 20(2)(ก) ถึง (ค) เป็นผู้ออกตราสารนั้น (3) การทําธุรกรรมกับบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล

(4) การทําธุรกรรมกับกองทุนที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน

(5) การทําธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนหรือการทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์กับบริษัทในเครือของบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล

(6) การทําธุรกรรมเพื่อกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างรายเดียว (single fund) กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกกรณี

ในกรณีที่ธุรกรรมตาม (1) ถึง (6) เป็นธุรกรรมที่ไม่มีราคาตลาด หรือที่ใช้ราคาอื่นที่ไม่เป็นไปตามราคาตลาด บริษัทจัดการต้องอธิบายเหตุของการไม่มีราคาตลาดหรือการใช้ราคาอื่นที่ไม่เป็นไปตามราคาตลาด แล้วแต่กรณี ตลอดจนที่มาของราคาที่บริษัทจัดการจะใช้ในการทําธุรกรรมดังกล่าว ต่อลูกค้าหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพก่อนขอรับความยินยอม ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับความยินยอมโดยการกําหนดไว้ในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทจัดการระบุรายละเอียดดังกล่าวไว้ในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคลด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การทําธุรกรรมเพื่อกองทุนรวมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีดังต่อไปนี้ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมจัดทําข้อมูลเป็นรายเดือนตามแบบและเปิดเผยด้วยวิธีการตลอดจนระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด เว้นแต่เป็นการทําธุรกรรมเพื่อกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน (non-retail fund) และกองทุนรวมสําหรับผู้ลงทุนในต่างประเทศ

(1) ธุรกรรมที่ทําโดยตรงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้รวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นผ่านบริษัทนายหน้าซึ่งอยู่ในวิสัยที่บริษัทจัดการสามารถทราบได้ว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการลงทุนในเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากที่บุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นสถาบันการเงิน เป็นผู้ออกหรือคู่สัญญาเพื่อประโยชน์ในการบริหารสภาพคล่องของกองทุนนั้น

(2) การทําธุรกรรมในตลาดรอง (organized market) ผ่านบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นบริษัทนายหน้า

(3) การซื้อหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ดังกล่าว

(4) การซื้อหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้จัดการโครงการประมูลหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น (arranger)

(5) การซื้อตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน

(6) การซื้อขายหน่วยลงทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้บริหารจัดการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลรายงานข้อมูลการทําธุรกรรมตามข้อ 18(1) ถึง (6) เป็นลายลักษณ์อักษรต่อลูกค้าหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ แล้วแต่กรณี ตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยรายงานดังกล่าวต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ทําธุรกรรม ลักษณะของธุรกรรม มูลค่าของธุรกรรม ราคาต่อหน่วย (ถ้ามี) และอัตราส่วนการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนส่วนบุคคล โดยระบุว่าธุรกรรมดังกล่าวเข้าลักษณะใดในข้อ 18(1) ถึง (6) เว้นแต่ลูกค้าหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกําหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรให้รายงานข้อมูลการทําธุรกรรมดังกล่าวเป็นประการอื่น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เข้าลักษณะเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่กําหนดในประกาศนี้

(1) ในกรณีทั่วไป

(ก) บริษัทจัดการที่เป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการของกองทุน

(ข) บุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐซึ่งถือหุ้นในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้

1. บุคคลที่ถือหุ้นของบริษัทจัดการเกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจัดการ

2. บุคคลที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนของบุคคลตาม 1. เกินร้อยละสามสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจํานวนหุ้นส่วนของบุคคลดังกล่าว เว้นแต่บุคคลตาม 1. เป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างประเทศ

(ค) นิติบุคคลที่บริษัทจัดการถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลดังกล่าวเกินกว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจํานวนหุ้นส่วน

(ง) นิติบุคคลที่มีบุคคลที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนเกินร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจํานวนหุ้นส่วนของนิติบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจัดการเกินร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจัดการด้วย

(จ) ผู้บริหารของบริษัทจัดการ

(ฉ) ผู้จัดการกองทุนของกองทุนนั้น

(ช) นิติบุคคลที่บุคคลตาม (จ) หรือ (ฉ) ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจํานวนหุ้นส่วนของนิติบุคคลนั้น

(ซ) ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนเกินร้อยละสิบของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น ในกรณีที่เป็นการจัดการกองทุนรวม

(ฌ) บุคคลที่เป็นที่ปรึกษา

(ญ) กองทุนอื่นที่บริษัทจัดการเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ

(2) ในกรณีการทําธุรกรรมเพื่อกองทุนส่วนบุคคล นอกจากที่กําหนดไว้ตาม (1) ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย

(ก) บริษัทที่บุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการกองทุนส่วนบุคคลเป็นกรรมการหรือถือหุ้นเกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น หรือบริษัทที่บุคคลดังกล่าวถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบุคคลนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใด ให้นับหุ้นที่คู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวเป็นหุ้นของบุคคลนั้นด้วย

(ข) บริษัทที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ผู้จัดเตรียมคําเสนอซื้อ ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ ตัวแทนจําหน่ายหลักทรัพย์ หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน

(ค) บริษัทจดทะเบียนที่ถูกเสนอซื้อ โดยในการเสนอซื้อดังกล่าวบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้น

(ง) นายจ้างหรือบริษัทในเครือของนายจ้าง ในกรณีที่กองทุนส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

กรณีตาม (ข) และ (ค) ให้บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทําหน้าที่ของบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามข้อดังกล่าวเท่านั้น

(3) ในกรณีการทําธุรกรรมเพื่อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ นอกจากที่กําหนดไว้ตาม (1) ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องเฉพาะในการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์

(ก) ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

(ข) บริษัทประเมินค่าทรัพย์สินที่ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทจัดการให้ประเมินค่าทรัพย์สินในการจัดการลงทุนของกองทุนรวมนั้น

(ค) ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์

(ง) บุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐซึ่งถือหุ้นในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้

1. บุคคลที่ถือหุ้นของที่ปรึกษาตาม (1)(ฌ) หรือของผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมตาม (ก) หรือของบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินตาม (ข) หรือของผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ตาม (ค) เกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของที่ปรึกษา ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม บริษัทประเมินค่าทรัพย์สิน หรือผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว แล้วแต่กรณี

2. บุคคลที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนของบุคคลตาม 1. เกินร้อยละสามสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจํานวนหุ้นส่วนของบุคคลดังกล่าว เว้นแต่บุคคลตาม 1. เป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างประเทศ

(จ) นิติบุคคลที่ที่ปรึกษาตาม (1)(ฌ) หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมตาม (ก)หรือบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินตาม (ข) หรือผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ตาม (ค) ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลดังกล่าวเกินกว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจํานวนหุ้นส่วน

ที่ปรึกษาตาม (ง) และ (จ) หมายความว่า ที่ปรึกษาซึ่งให้คําปรึกษาหรือคําแนะนําเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือการจัดหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์

(4) บุคคลที่มีอํานาจควบคุมบุคคลตาม (1) ถึง (3) หรือบุคคลตาม (1) ถึง (3) ที่มีอํานาจควบคุมบุคคลอื่นตามที่สํานักงานกําหนด

ส่วน ๓ การรับผลประโยชน์ตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุน

ใช้บริการบุคคลอื่น (soft commission)

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บริษัทจัดการอาจรับผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อกองทุนจากบุคคลที่เป็นผู้ให้บริการ อันเนื่องมาจากการใช้บริการของบุคคลดังกล่าวในการจัดการกองทุนได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ผลประโยชน์ตอบแทนที่รับไว้นั้นต้องเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าในทางเศรษฐกิจและต้องเกี่ยวกับบทบาทโดยตรงของความเป็นกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ

(2) ต้องไม่มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทจัดการใช้บริการของบุคคลนั้นบ่อยครั้งเกินความจําเป็นเพื่อให้กองทุนได้รับประโยชน์จากบุคคลดังกล่าว (churning)

ในการจัดสรรผลประโยชน์ตามวรรคหนึ่งให้แก่กองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการ บริษัทต้องกระทําด้วยความเป็นธรรมและคํานึงถึงลักษณะและประเภทหลักทรัพย์ที่อาจมีไว้ได้ของกองทุนนั้นด้วย

ให้บริษัทจัดการระบุเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การรับผลประโยชน์ตอบแทนตามวรรคหนึ่งไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวม หรือในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่บริษัทจัดการมีการรับผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อกองทุนตามข้อ 21 ให้บริษัทจัดการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการรับผลประโยชน์ดังกล่าวตามวิธีการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานทุกสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีประจําปี

(2) ในกรณีของกองทุนรวมอื่นนอกเหนือจาก (1) ให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานรอบปีบัญชี และในกรณีที่เป็นกองทุนรวมเปิด ให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานรอบระยะเวลาหกเดือนด้วย

(3) ในกรณีของกองทุนส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูลดังกล่าวพร้อมรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ลูกค้าหรือคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ แล้วแต่กรณี โดยให้แจ้งไปพร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนและผลการดําเนินงานของกองทุนส่วนบุคคลตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน

ส่วน ๔ การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของพนักงาน

(staff dealing)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้พนักงานของบริษัทจัดการอาศัยโอกาสจากการที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารและจัดการกองทุน แสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองอันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับกองทุน ให้บริษัทจัดการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีระบบงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สมาคมกําหนดเกี่ยวกับการควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงานในบริษัทจัดการ

(2) กํากับดูแลและตรวจสอบให้พนักงานของบริษัทจัดการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานตาม (1) และ

(3) กําหนดมาตรการทางวินัยในการดําเนินการกับพนักงานที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานตาม (1)

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ปรากฏต่อบริษัทจัดการว่าพนักงานของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานตามข้อ 23(1) และการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัตินั้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุน บริษัทจัดการต้องจัดการให้มีการเยียวยาความเสียหายดังกล่าวโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมกับสํานักงานก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ มีรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ หรือในกรณีที่ข้อสัญญาในสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคลมีข้อความขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ ให้บริษัทจัดการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีของกองทุนรวมปิดและกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทจัดการยื่นขอความเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมต่อสํานักงาน หรือดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี เพื่อให้เป็นไปตามข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ ภายในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้

(2) ในกรณีของกองทุนรวมเปิด ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นขอความเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมเพื่อให้เป็นไปตามข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ต่อสํานักงานภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมแล้ว แต่ยังมิได้เสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมกับสํานักงานก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ หากรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมดังกล่าวขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่ยังมิได้เสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชน ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นขอความเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมเพื่อให้เป็นไปตามข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ต่อสํานักงาน ก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนในครั้งแรก

(2) ในกรณีที่เสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมต่อสํานักงาน ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นขอความเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมเพื่อให้เป็นไปตามข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ต่อสํานักงาน ภายหลังจากที่ได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมต่อสํานักงาน แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่บริษัทจัดการมีระบบงานก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับไม่เป็นไปตามข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ ให้บริษัทจัดการดําเนินการปรับปรุงระบบงานเพื่อให้เป็นตามข้อกําหนดดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ - เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เนื่องจากการจัดการกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลเป็นการให้บริการในการบริหารและจัดการเงินทุนของผู้ลงทุน จึงเป็นธุรกิจที่ผู้ให้บริการจําเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ว่าจะบริหารและจัดการเงินทุนนั้นด้วยความรู้ความสามารถ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต โดยคํานึงถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ลงทุนเป็นสําคัญ ซึ่งการหลีกเลี่ยงการทําธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกองทุนกับบริษัทจัดการ รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นการบริหารจัดการเงินทุนที่เป็นไปตามหลักการข้างต้น ดังนั้น สํานักงานจึงเห็นสมควรกําหนดประกาศนี้ เพื่อห้ามการกระทําที่มีลักษณะอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และกําหนดระบบงานในการป้องกันมิให้เกิดการกระทําเช่นนั้น รวมทั้งมาตรการในการทําธุรกรรมต่าง ๆ ของบริษัทจัดการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนอย่างเป็นธรรม

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 29/2549 เรื่อง การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการจัดการกองทุนและหลักเกณฑ์ในการป้องกัน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2339f5ead270b500

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com