法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ตราครุฑ

ตราครุฑ

กฎกระทรวง

ฉบับที่

7 (พ.ศ. 2524)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พ.ศ.

2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 มาตรา 29 (3) และมาตรา 30 (4)

แห่งพระราชบัญญัติยา

เสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ฉลากของยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่ผลิต

นำเข้าหรือส่งออกต้องมีข้อความว่า

`ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3' และ `คำเตือน

อาจเสพติดและให้โทษไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน'

ข้อความดังกล่าวต้องใช้สีที่เห็นได้ชัด

และมีสีแตกต่างกับตัวอักษรอื่น โดยปกติให้ใช้อักษรสีแดง และอย่าง

น้อยต้องมีรายการดังนี้

(1) ชื่อยา

(2) ปริมาณบรรจุของยาสำเร็จรูป

(3) ชื่อและปริมาณของยาเสพติดให้โทษในประเภท 2

และของตัวยาอื่นอันเป็นส่วนประกอบที่

สำคัญของตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 นั้น

(4) เลขที่หรือรหัสแสดงครั้งที่ผลิตหรือวิเคราะห์

(5) เลขที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

ที่พนักงานเจ้าหน้าที่

ออกให้

(6) ชื่อผู้ผลิตและที่ตั้งของสถานที่ผลิต

(7) ถ้าวัตถุส่วนประกอบใด ๆ ในตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 นั้น

มีการสิ้นอายุการใช้

ให้ระบุเดือน ปี ที่สิ้นอายุการใช้

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ให้แสดงฉลากไว้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ในกรณีที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

มีขนาดเล็กไม่สามารถ

แสดงรายการในฉลากตามข้อ 1 ได้ครบถ้วน ให้มีข้อความว่า `ยาเสพติดให้โทษในประเภท

3'

ข้อความดังกล่าวต้องใช้สีที่เห็นได้ชัด

และมีสีแตกต่างกับตัวอักษรอื่น โดยปกติให้ใช้อักษรสีแดง และ

อย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้

(1) ชื่อยา

(2) ชื่อและปริมาณของยาเสพติดให้โทษในประเภท 2

และของตัวยาอื่นอันเป็นส่วนประกอบที่

สำคัญของตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 นั้น

(3) เลขที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

ที่พนักงานเจ้าหน้าที่

ออกให้

(4) ถ้าวัตถุส่วนประกอบใด ๆ ในตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 นั้น

มีการสิ้นอายุ

การใช้ ให้ระบุเดือน ปี ที่สิ้นอายุการใช้

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้มีเอกสารกำกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

สอดแทรกหรือรวมไว้กับภาชนะหรือ

หีบห่อบรรจุ โดยแยกออกจากฉลาก มีข้อความและแสดงรายการตามข้อ

1 (1) (2) (3) (5) และ

(6)

เว้นแต่ข้อความหรือรายการใดมีระบุไว้ในคำเตือนหรือข้อควรระวังการใช้แล้วไม่ต้องมีข้อความหรือ

แสดงรายการนั้นอีก

และให้มีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ตามชนิดหรือจำพวกของยาเสพติดให้โทษ

หรือของตัวยาอื่น ตามข้อ 5 ถึงข้อ 16 ด้วย

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาโคเดอีน (codeine)

อาเซติลไดไฮโดรโคเดอีน

(Acetyldihydrocodeine) ไดไฮโดรโคเดอีน (Dihydrocodeine)

เอทิลมอร์ฟีน (Ethylmorphine)

นิโคโคดีน (Nicocodine) นิโคไดโคดีน (Nicodicodine)

นอร์โคเดอีน (Norcodeine)

ฟอลโคดีน (Pholcodine) โพรพิแรม (Propiram) โคคาอีน (Cocaine)

มอร์ฟีน (Morphine)

ฝิ่นยา (Medicinal Opium) และเดกซ์โตรโพรพอไซฟีน (Dextropropoxyphene)

ผสมอยู่ ต้อง

มีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก มึนงง ใจสั่น

หายใจและถ่ายปัสสาวะลำบาก ความดัน

โลหิตต่ำ และเกิดอาการคันหรือแพ้ยาได้

(3) ไม่ควรใช้กับหญิงมีครรภ์ ผู้เป็นโรคหอบหืด

หรือมีอาการหายใจลำบากเนื่องจากอาจเป็น

อันตรายต่อทารกในครรภ์หรือต่อตัวผู้ใช้

(4) ไม่ควรใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี นอกจากแพทย์สั่ง

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้ง่วงซึม ไม่ควรรับประทานยานี้ร่วมกับเครื่องดื่ม อาหาร

หรือยาที่มีแอลกอฮอล์

ผสมอยู่ และไม่ควรขับขี่ยานยนต์

หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล

(2) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังกับทารก เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี

ผู้สูงอายุผู้ที่มีต่อมลูกหมากโต

หรือต่อมหมวกไตหรือต่อมไทรอยด์หย่อนสมรรถภาพ

(3) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อจะใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต่อศูนย์ประสาทส่วนกลางที่อาจทำให้

เกิดการออกฤทธิ์ระหว่างกัน เช่น จำพวก ฟิโนไทอาซีน (Phenothiazines)

บาร์บิตูเรต

(Barbiturates) เบนโซไดอาซีฟีน (Benzodiazepines) โมโนอามีน

ออกซิเดส อินฮิบิเตอร์

(MonoamineOxidase Inhibitors) และ ไตรไซคลิค

แอนติดีเพรสแซนต์ (Tricyclic Antidepressants)

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาไดเฟนอกไซเลต (Diphenoxylate)

หรือไดเฟนอกซิน (Difenoxin) ผสมอยู่

ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) อาจเป็นอันตรายมาก ถ้าใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

(3) อาจทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด เหงือกบวม นอนไม่หลับ

ซึมเศร้า หรือ

เคลิ้มฝัน (Euphoria) แขนขาชา หรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง

(4) ห้ามใช้กับผู้มีอาการท้องเดิน

เนื่องจากอาหารเป็นพิษหรือติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือลำไส้

ใหญ่อักเสบอย่างรุนแรง รวมทั้งบิด

ข้อควรระวัง

(1) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังกับผู้เป็นโรคตับ

(2) ไม่ควรใช้ยาเกินขนาด นอกจากแพทย์สั่ง เพราะยาอาจกดการหายใจ

และทำให้หมดสติ

อย่างลึก (Coma) ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก

(3) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องดื่ม อาหาร

หรือยาที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่

ยาจำพวกบาร์บิตูเรต (Barbiturates) หรือยาเสพติดให้โทษอื่น

ๆ เพราะอาจทำให้เกิดการเสริม

ฤทธิ์กัน

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาพาราซีตะมอล (Paracetamol)

ที่มีชื่อเรียกอีก

อย่างหนึ่งว่า อะเซตะมิโนเฟน (Aectaminophen) ผสมอยู่

ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) ถ้ารับประทานยาในขนาดสูงและติดต่อกันนานวัน

อาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อตับ

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดเลือด ตับ หรือไต

สำหรับผู้ป่วยบางรายได้ ดังนั้น ถ้า

มีอาการซีด เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง ตาเหลือง

ให้รีบหยุดยาทันทีและปรึกษาแพทย์โดยด่วน

(2) ผู้เป็นโรคตับหรือโรคไต ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

และใช้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ

เท่านั้น

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาที่มีฤทธิ์เป็นแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergics)

เช่น สตราโมเนียม (Stramonium) อะโตรฟีน (Atropine)

ไฮออสซีน (Hyoscine)

และแอลกาลอยด์ของเบลลาดอนนา (Belladonna Alkaloids) ผสมอยู่

ต้องมีคำเตือนและข้อควร

ระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) ไม่ควรใช้กับทารก เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือผู้สูงอายุ นอกจากแพทย์สั่ง

(3) ไม่ควรใช้กับผู้เป็นโรคต้อหิน (Glaucoma) ลำไส้ไม่ทำงาน (Paralyticileus)

ถ่าย

ปัสสาวะลำบาก หรือต่อมลูกหมากโต

(4) อาจทำให้คอแห้ง กระหายน้ำ กลืนลำบาก ตาพร่า และทนต่อแสงสว่างไม่ได้

ความดัน

ภายในลูกตาเพิ่ม ถ่ายปัสสาวะลำบาก ท้องผูก ใจสั่น

และรู้สึกสับสน

(5) อาจทำให้เกิดเป็นไข้ หน้าแดงตัวแดง (Flushing)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก

ข้อควรระวัง

(1) ถ้าชีพจรเต้นเร็ว มึนงง ตาพร่า หายใจเร็ว

ให้รีบหยุดยาทันทีและปรึกษาแพทย์โดยด่วน

(2)

ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อจะใช้ร่วมกับยาอื่นที่มีฤทธิ์เป็นแอนติโคลิเนอร์จิก

(Anticholinergies) เช่น อะแมนตาดีน (Amantadines)

แอนติฮีสตามีน (Anti-histamines)

บางชนิด บูไทโรฟิโนน (Butyrophenones) ฟิโนไทอาซีน (Phenothiazines)

หรือจำพวก

ไตรไซคลิค แอนติดีเพรสแซนต์ (Tricyclic Antidepressants)

เพราะอาจทำให้เกิดการเสริม

ฤทธิ์กัน

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาจำพวกเอเฟดรีน (Enhedrines) ผสมอยู่

ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) ถ้ารับประทานยาเกินขนาดหรือบ่อยเกินไป อาจทำให้ใจสั่นปวดบริเวณหัวใจ

มือสั่น

ถ่ายปัสสาวะลำบาก นอนไม่หลับ กระวนกระวาย และประสาทหลอนได้

(3) ไม่ควรใช้กับผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน

ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ

โรคต้อหิน (Glaucom) หรือโรคหัวใจ เช่น

หลอดเลือดโคโรนารีที่หัวใจอุดตัน กลุ่มอาการ

สโตก-อะดัม (Stokes -Adams Syndrome) ที่เกิดจากเวนตรีเกิล

เต้นรัว (Ventricular Fibrillation)

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้นอนไม่หลับ ถ้ารับประทานยาเวลาเย็นหรือก่อนนอน

(2) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เมื่อจะใช้ร่วมกับเครื่องดื่ม อาหารหรือยา

ที่มีแอลกอฮอล์

ผสมอยู่ ยาจำพวกบาร์บิตูเรต (Barbiturates)

หรือยาเสพติดให้โทษอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดการเสริม

ฤทธิ์กัน

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาจำพวกแอนติฮีสตามีน (Antihistamimes)

ผสม

อยู่ ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) อาจทำให้มึนงง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน คอแห้ง ใจสั่น

ปวดศีรษะ และ

ท้องผูกหรือท้องเดินได้ (เฉพาะยาที่มีแต่ไซโพรเฮพตาดีน (Cyproheptadine)

ไม่ต้องมีคำเตือนว่าอาจ

ทำให้มึนงง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

(3) อาจมีการแพ้ยาได้

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้ง่วงซึม ไม่ควรรับประทานยานี้ร่วมกับเครื่องดื่ม อาหาร

หรือยาที่มีแอลกอฮอล์

ผสมอยู่ ยาจำพวกบาร์บิตูเรต (Barbiturates)

หรือยาเสพติดให้โทษอื่น ๆ และไม่ควรขับขี่ยานยนต์

หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล

แต่สำหรับยาแอนติฮีสตามีนชนิดดังต่อไปนี้

ให้มีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้เพิ่มเติมดังนี้

(ก) ยาแอนติฮีสตามีนชนิดบิวคลิซีน (Buclizine) ไซคลิซีน (Cyclizine)

คลอร์ไซคลิซีน

(Chlorcyclizine) เมคลิซีน (Meclizine) ดอกซีลามีน (Doxylamine)

ต้องมีคำเตือน

เพิ่มเติมเป็น (4) คือ

คำเตือน

(4) ห้ามใช้กับหญิงที่คาดว่ามีครรภ์หรือหญิงมีครรภ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสามเดือนแรก

เพราะอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

(ข) ยาแอนติฮีสตามีนชนิดแอนตาโซลีน (Antazoline) โพรเมทาซีน (Promethazine)

ทีนาลิดีน (Thenalidine) ไตรเมพราซีน (Trimeprazine)

ไตรพีเลนามีน (Tripelena-

mine) บูรินาไมด์ (Burinamide) ไซเมทิดีน (Cimetidine)

ต้องมีคำเตือนเพิ่มเติมเป็น (4) คือ

คำเตือน

(4) อาจทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลง (Leukocytopenia)

จนเกิดโรคขาดเม็ดเลือดขาว

(Agranulocytosis) ได้

(ค) ยาแอนติฮีสตามีนชนิดเดปโตรฟีน (Deptropine) ต้องมีคำเตือนเพิ่มเติมเป็น

(4) และ

(5) และข้อควรระวังเพิ่มเติมเป็น (2) คือ

คำเตือน

------<1

(4) ห้ามใช้กับผู้เป็นโรคต้อหิน (Glaucoma) ต่อมลูกหมากโต

หรือลำไส้ไม่ทำงาน (Paraly-

ticileus)

(5) ไม่ควรใช้กับทารก เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือผู้สูงอายุ นอกจากแพทย์สั่ง

ข้อควรระวัง

(2) ถ้าชีพจรเต้นช้า มึนงง ตาพร่า หายใจเร็ว

ให้รีบหยุดยาทันทีและปรึกษาแพทย์โดยด่วน

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มีไอโอดีน (Iodine) หรือไอโอไดด์ (Iodide)

ผสมอยู่ ยกเว้นยาใช้ภายนอก ต้องมีคำเตือนดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) อาจทำให้ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ตื่นเต้น กระวนกระวาย

ความรู้สึกทางเพศลดลง และต่อม

ไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติได้

(3) อาจทำให้น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ น้ำตาไหล และเยื่อตาอักเสบ (Conjunctivitis)

เจ็บ

ต่อมน้ำลาย หลอดลมและหลอดเสียงอักเสบ มีไข้ อ่อนเพลีย

และมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง

(4) ไม่ควรใช้กับหญิงมีครรภ์หรือกับหญิงในระยะให้นมทารก

เพราะอาจทำให้ทารกในครรภ์ หรือ

ทารกได้รับนมของหญิงนั้นเป็นโรคคอพอกได้

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาจำพวกสงบประสาท (Tranquilizers)

ผสม

อยู่ ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้ง่วงซึม ไม่ควรรับประทานยานี้ร่วมกับเครื่องดื่ม

อาหารหรือยาที่มีแอลกอฮอล์ผสม

อยู่ ยาจำพวกบาร์บิตูเรต (Barbiturates)

หรือยาเสพติดให้โทษอื่น ๆ และไม่ควรขับขี่ยานยนต์หรือ

ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล

แต่สำหรับยาสงบประสาทจำพวกดังต่อไปนี้

ให้มีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้เพิ่มเติมดังนี้

(ก) ยาสงบประสาทจำพวกเบนโซไดอาซีฟีน (Benzodiazepines)

ต้องมีคำเตือนเพิ่มเติม

เป็น (2) และข้อควรระวังเพิ่มเติมเป็น (2) (3) (4) (5) และ

(6) คือ

คำเตือน

(2) ห้ามใช้กับหญิงที่คาดว่ามีครรภ์หรือหญิงมีครรภ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสามเดือนแรก

เพราะอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

ข้อควรระวัง

(2) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

เมื่อจะใช้กับผู้สูงอายุหรือผู้เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ

โรคตับ โรคไต หรือโรคต้อหิน (Glaucoma)

(3) ถ้าใช้แล้วมีอาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ ประสาทหลอน คลื่นไส้ อาเจียน

ผื่นขึ้นตามผิวหนัง

หรือมีไข้ ควรหยุดยาทันที

(4) อาจทำให้เกิดการผิดปกติของเม็ดเลือด ตับ หรือไตได้

(5) ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ยานี้อาจสะสมในร่างกายได้

และทำให้ความดันโลหิตลดต่ำ

หรือเป็นลม

(6) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อจะใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต่อศูนย์ประสาทส่วนกลางที่อาจทำให้

เกิดการออกฤทธิ์ระหว่างกัน เช่น จำพวกฟีโนไทอาซีน (Phenothiazines)

บาร์บิตูเรต

(Barbiturates) โคเดอีน (Codeine) โมโนอามีน ออกซิเดส

อินฮิบิเตอร์ (Monoamine Oxidase Inhibitors)

และไตรไซคลิก แอนติดีเพรสแซนต์ (Tricyclic Antidepressants)

(ข) ยาสงบประสาทจำพวกฟีโนไทอาซีน (Phenothiazines) หรือจำพวกคาร์บาเมท

(Carbamates) ต้องมีคำเตือนเพิ่มเติมเป็น (2) (3) และ (4)

คือ

คำเตือน

(2) อาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำหรือเกิดการผิดปกติของเม็ดเลือด ตับ หัวใจ

หรือหลอดเลือด

(3) ห้ามใช้กับหญิงที่คาดว่ามีครรภ์ หรือหญิงมีครรภ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสามเดือนแรก

เพราะอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

ข้อควรระวัง

(2) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เมื่อจะใช้ยานี้กับเด็ก ผู้สูงอายุ

ผู้เป็นโรคหัวใจ

และหลอดเลือด โรคพาร์คินสัน (Parkinsonism)

โรคเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต (Pheochromocytoma) หรือผู้มี

ความดันโลหิตต่ำ

(3) ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดศูนย์ประสาทส่วนกลาง เช่น

จำพวกบาร์บิตูเรต

(Barbiturates) ยาที่มีฤทธิ์เป็นแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergics)

เช่น แอลกาลอยด์ของเบลลาดอนนา

(Belladonna Alkaloids) หรือของลำโพง

ยาที่ทำให้เม็ดเลือดขาวลดลง เช่น

เฟนิลบิวตาโชน (Phenylbutazone) หรือไดไพโรน (Dipyrone)

หรือยาต้านการแข็งตัวของโลหิต

(Anticiagykabts) เช่น ไดคูมารอล (Dicumarol) วอร์ฟารีน (Warfarin)

(4) ควรตรวจดูสีของผิวหนังและนัยน์ตาเป็นระยะ ๆ ถ้ามีสีเหลืองหรือซีดลง

ให้รีบปรึกษาแพทย์

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาจำพวกระงับประสาท และยานอนหลับ

(Sedatives and Hypnotics) เช่น จำพวกบาร์บิตูเรต (Barbiturates)

และยานอนหลับอื่น ๆ ผสมอยู่

ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) ผู้สูงอายุและผู้เป็นโรคตับจะมีความไวต่อยานี้มากกว่าปกติ (Hypersensitivity)

และ

อาจเกิดอันตรายได้ง่าย

(3) ห้ามใช้กับหญิงที่คาดว่ามีครรภ์ หรือหญิงมีครรภ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสามเดือนแรก

เพราะอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้ง่วงซึม ไม่ควรรับประทานยานี้ร่วมกับเครื่องดื่ม

อาหารหรือยาที่มีแอลกอฮอล์

ผสมอยู่ และไม่ควรขับขี่ยานยนต์

หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล

(2)

อาจทำให้มีอาการวิตกกังวลเพิ่มขึ้น นอนไม่หลับ และมีประสาทหลอน

(3)

ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อจะใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต่อศูนย์ประสาทส่วนกลางที่อาจทำให้

เกิดการออกฤทธิ์ระหว่างกัน เช่น จำพวกฟิโนไทอาซีน (Phenothiazines)

เบนโซไดอาซีพีน

(Benzodiazepines) โมโนอามีน ออกซิเดส อินฮิบิเตอร์ (Monamine

Oxidase Inhibitors) และ

ไตรไซคลิค แอนติดีเพรสแซนต์ (Tricyclic Antidepressants)

(4) ในกรณีผู้เป็นโรคหอบหืดและต้องใช้ยาจำพวกคอร์ติโคสเตอร์รอยด์ (Corticosteroids)

เป็นประจำ การได้รับยาจำพวกบาร์บิตูเรต (Barbiturates)

อาจทำให้อาการหอบหืดกลับเป็นมาก

ขึ้นได้

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาไดไพโรน (Dipyrone) ผสมอยู่

ต้องมีคำเตือน

และข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) อาจทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลง (Leukocytopenia)

จนเกิดโรคขาดเม็ดเลือดขาว

(Agranulocytosis) ได้

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกในทางเดินอาหาร

หรือเลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ

(2) ถ้าใช้แล้วมีอาการไข้สูง เจ็บคำ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อ

ให้รีบหยุดยาทันที

และปรึกษาแพทย์โดยด่วน

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาจำพวกซาลิไซเลต (Salicylates)

ผสมอยู่

ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2)

ห้ามใช้กับผู้มีแผลในเยื่อบุทางเดินอาหารและผู้มีเลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ

ข้อควรระวัง

(1) อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกในทางเดินอาหาร

หรือเลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ

(2) ถ้าใช้แล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อ

ให้รีบหยุดยาทันที

และปรึกษาแพทย์โดยด่วน

(3) ถ้าใช้แล้วมีอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง เป็นลมพิษ

หรือหอบหืด ให้รีบหยุดยาทันที

และปรึกษาแพทย์โดยด่วน

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มียาฟูราโซลิโดน (Furazolidone)

ผสมอยู่ ต้องมี

คำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้

คำเตือน

(1) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 7 วัน

(2) อาจทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้และอาเจียน

(3) ถ้ามีอาการปวดตามข้อ เป็นไข้ ผื่นขึ้นตามผิวหนัง ให้หยุดยาและปรึกษาแพทย์

ข้อควรระวัง

(1) ไม่ควรรับประทานยานี้ร่วมกับเครื่องดื่ม อาหาร

หรือยาที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่

(2) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ขาดเอ็นไซม์ กลูโคส -6- ฟอสเฟต

ไดไฮโดรกีเนส

(Glucose-6-Phosphate Dihydrogenase) เพราะอาจทำให้เม็ดเลือดแดงแตกจนเป็นโรคโลหิตจางได้

(3) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อจะใช้ร่วมกับยาจำพวกไตรไซคลิค

แอนติดีเพรสแซนต์

(Tricyclic Antidepressants) โมโนอามีน ออกซิเดส

อินฮิบิเตอร์ (Monoamine Oxidase

Inhibitors) และอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramine) ปนอยู่

เพราะอาจทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์กัน

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 ข้อความในฉลากและในเอกสารกำกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

ต้องเป็นภาษาไทย

อ่านได้ชัดเจน ถ้ามีภาษาต่างประเทศรวมอยู่ด้วย

ข้อความในภาษาต่างประเทศนั้นต้องไม่ขัดกับข้อความ

ภาษาไทย

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 บรรดาฉลากและเอกสารกำกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

หรือคำเตือนหรือข้อควร

ระวังการใช้

เฉพาะที่ได้ใช้กับภาชนะหรือหีบห่อบรรจุอยู่แล้วโดยได้รับอนุญาตไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้

ใช้บังคับ

ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ให้ไว้ ณ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2524

ส. พริ้งพวงแก้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมาตรา 29 (3) และมาตรา 30

(4) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

บัญญัติให้ผู้รับอนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษใน

ประเภท 3

และผู้รับอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ต้องจัดให้มีฉลากและ

เอกสารกำกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3

หรือคำเตือนหรือข้อควรระวังการใช้ที่ภาชนะหรือหีบห่อ

บรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่ผลิต นำเข้าหรือส่งออก

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธี

การ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_23415860f4b142b0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com