ข้อ ๒
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าวฟ่างแยกเป็น
๒ ขั้นตอน คือ การตรวจสอบก่อนตรวจปล่อยและการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อย
และให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
ก. การตรวจสอบก่อนตรวจปล่อย
(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าบรรจุกระสอบ
ให้ชักตัวอย่างรอบกองไม่น้อยกว่า ๓ ด้าน คือ ด้านบนของกอง ๑ ด้าน
และด้านข้างอีกไม่น้อยกว่า ๒ ด้าน
โดยให้ทำการชักตัวอย่างจากกระสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของจำนวนกระสอบทั้งหมด
และชักตัวอย่างจากกระสอบในหลุมด้านบนของกองที่เกิดจากการลำเลียงกระสอบออกไม่น้อยกว่าร้อยละ
๑ ของจำนวนกระสอบทั้งหมด ทั้งนี้ หลุมดังกล่าวต้องลึกไม่น้อยกว่า
๑ ใน ๓ ของชั้นกระสอบ
(๒) ในกรณีที่เป็นสินค้าไม่บรรจุกระสอบ
ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มชักตัวอย่างจากส่วนที่ลึกลงไปจากผิวกองไม่น้อยกว่า ๑
เมตร รอบ ๆ กองสินค้าแต่ละจุดที่อยู่ข้างเคียงกันมีระยะห่างกันในรัศมีไม่เกิน ๒
เมตร และให้ชักตัวอย่างแต่ละจุดไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม
(๓) ในกรณีที่จัดให้มีการชักตัวอย่างขณะลำเลียงสินค้าเข้าเก็บในคลังสินค้าหรือที่เก็บสินค้า
ให้ชักตัวอย่างข้าวฟ่างจากรถบรรทุกทุกคันรถหรือทุก ๆ หน่วยที่มีปริมาณใกล้เคียงกัน
โดยให้ชักตัวอย่างคันรถหรือหน่วยละไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม
(๔) นำตัวอย่างข้าวฟ่างแต่ละกองที่ชักได้ตาม (๑) หรือ (๒)
หรือ (๓) แล้วแต่กรณี มาคลุกเคล้าให้ทั่วกัน ทอนจนเหลือ ๖ ส่วน
แต่ละส่วนมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า ๑ กิโลกรัม
นำตัวอย่างแต่ละส่วนบรรจุลงในถุงหรือภาชนะที่ป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพของตัวอย่างได้
ผนึกสลากแสดงวัน เดือน ปี และปริมาณสินค้าที่ชักตัวอย่าง แล้วให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้แทนที่อยู่ในขณะชักตัวอย่างลงลายมือชื่อกำกับไว้
ทำตราประทับปากถุงหรือภาชนะ
และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่คาบรอยผนึกปากถุงหรือภาชนะอีกครั้งหนึ่งมอบตัวอย่างดังกล่าวให้ผู้มีหน้าที่รับมอบตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ
ให้ทอนและแบ่งตัวอย่างออกเป็น ๔ ส่วน
ส่งมอบตัวอย่างดังกล่าวให้แก่ผู้ทำการค้าขาออก ๑ ส่วน
และนำส่งสำนักงานมาตรฐานสินค้า ๓ ส่วน
(๕) ประทับ ปิดหรือผูกติด ตรา แผ่นป้ายหรือสลากแสดงวัน
เดือน ปี
และปริมาณสินค้ากองที่ชักตัวอย่างแล้วทำตราประทับสินค้าข้าวฟ่างที่ได้ชักตัวอย่างไว้แล้วนั้นในลักษณะที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการรักษาสินค้านั้นมิให้ถูกเพิ่มเติมหรือสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงได้
(๖) ในกรณีที่เป็นข้าวฟ่างที่มีการบรรจุหุ้มห่อ
ระหว่างการชักตัวอย่างให้ตรวจสอบการบรรจุหุ้มห่อและวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อด้วย
ข. การตรวจสอบขั้นตรวจปล่อย
(๑)
สินค้าที่จะทำการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยได้ต้องเป็นสินค้าที่ปรากฏผลการตรวจสอบตัวอย่างขั้นก่อนตรวจปล่อยว่าถูกต้องตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
หรือในกรณีที่มีการซื้อขายตามตัวอย่างต้องปรากฏผลการตรวจสอบว่ามีคุณภาพไม่ต่ำกว่าตัวอย่างที่ผู้ซื้อได้ตกลงไว้
(๒)
ให้ตรวจสอบการบรรจุหุ้มห่อข้าวฟ่างตลอดจนวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อพร้อมทั้งชักตัวอย่างไว้ทุก
ๆ กระสอบ หรือในกรณีที่มิได้บรรจุกระสอบให้ตรวจสอบพร้อมทั้งชักตัวอย่างทุก ๆ
คันรถหรือทุกหน่วยหรือทุกระยะขณะลำเลียงข้าวฟ่างในปริมาณที่เท่ากับ ๑ คันรถบรรทุก
โดยให้ชักตัวอย่างคันรถละหรือหน่วยละหรือระยะเวลาละไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม
ในระหว่างการตรวจสอบนั้น ให้สุ่มตัวอย่างจากกองที่ทำการตรวจสอบทุก ๆ ๒๐๐
เมตริกตันที่ขนออกไป แล้วตรวจสอบเมล็ดสีอื่น เมล็ดเสีย เมล็ดที่ถูกแมลงทำลาย
เมล็ดแตก เมล็ดที่มีเปลือกติด วัตถุอื่น และความชื้น
(๓)
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ารักษาตัวอย่างที่ชักไว้ในขณะตรวจสอบตาม (๒)
ในลักษณะที่สามารถป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงได้
(๔) การตรวจสอบน้ำหนัก
ในกรณีที่เป็นสินค้าบรรจุกระสอบ
ถ้าชั่งเป็นรายกระสอบให้ชั่งไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕
ของจำนวนกระสอบที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ ถ้าชั่งพร้อมทั้งคันรถบรรทุกที่ใช้บรรทุก
ให้ชั่งไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒ ของจำนวนเที่ยวรถที่ใช้บรรทุกข้าวฟ่างที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ทั้งหมด
แต่ทั้งนี้ข้าวฟ่างที่บรรทุกอยู่ในรถแต่ละเที่ยวนั้น ต้องมีจำนวนที่เป็นกระสอบเท่ากัน
ในกรณีที่เป็นสินค้าไม่บรรจุกระสอบ
ถ้าลำเลียงโดยรถยนต์บรรทุกหรือรถอื่นใดให้ตรวจสอบน้ำหนักโดยการสุ่มชั่งพร้อมทั้งรถไม่น้อยว่าร้อยละ
๑๐ ของจำนวนเที่ยวที่ใช้บรรจุข้าวฟ่างที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้
ถ้าไม่อาจตรวจสอบน้ำหนักโดยวิธีดังกล่าวได้หรือเป็นกรณีอื่นให้ทำการตรวจสอบน้ำหนักเต็มจำนวนที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ทั้งหมด
(๕) เมื่อตรวจสอบตามคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแต่ละคำร้องขอครบถ้วนแล้ว
ให้จัดทำตัวอย่างที่ได้ชักไว้ตาม (๒)
ตามหลักเกณฑ์วิธีการและส่งมอบให้ผู้มีหน้าที่รับมอบดังที่ระบุไว้ใน ก. (๔)
ในกรณีที่คำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้ามีปริมาณเกินกว่า ๑,๐๐๐ เมตริกตัน
ให้จัดทำตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างต่อสินค้า ๑,๐๐๐ เมตริกตัน เศษของ ๑,๐๐๐ เมตริกตัน
ตั้งแต่ ๕๐๐ เมตริกตันขึ้นไปให้ถือเป็น ๑,๐๐๐ เมตริกตัน
การออกใบรับรองผลการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผลการวิเคราะห์ตัวอย่าง
ให้ถือผลเฉลี่ยของผลวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งหมดของคำร้องขอนั้นเป็นเกณฑ์
ในกรณีที่ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานแจ้งความประสงค์จะขอให้ออกใบรับรองผลการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผลการวิเคราะห์ตัวอย่างเป็นตอน
ๆ ตามปริมาณที่ตรวจสอบเสร็จตามที่แจ้งความประสงค์ไว้
โดยไม่ต้องรอให้การตรวจสอบครบถ้วนตามคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้จัดทำตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างต่อสินค้าที่ได้ตรวจสอบแล้วเสร็จตามปริมาณที่แจ้งความประสงค์ไว้
แต่ทั้งนี้ต้องมีปริมาณไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตริกตัน
และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
(๖)
ในกรณีที่ต้องบรรทุกข้าวฟ่างที่ได้รับการตรวจสอบไปขนถ่าย ณ ท่าเรือซึ่งอยู่ห่างไกลจากสถานที่จัดให้มีการตรวจสอบ
ให้ทำตราประทับสินค้าที่บรรทุกอยู่ในยานพาหนะนั้นไว้ในลักษณะที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงไว้จนกว่าจะเริ่มขนถ่าย
(๗)
เมื่อสิ้นเวลาการตรวจสอบในแต่ละวันและการจัดให้มีการตรวจสอบนั้นยังไม่แล้วเสร็จ
หรือในกรณีที่การตรวจสอบแล้วเสร็จแต่ยังมีสินค้าที่ได้ชักตัวอย่างเพื่อตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยคงเหลืออยู่อีกและผู้จัดให้มีการตรวจสอบประสงค์จะจัดให้มีการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยซึ่งสินค้านั้นในครั้งต่อไป
ให้ทำตราประทับข้าวฟ่างกองที่เหลืออยู่นั้นเพื่อป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๕ วัน
นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๕
นาวาอากาศตรี ปุณมี ปุณศรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
อุษมล/ผู้จัดทำ
๑
กรกฎาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๑๕๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑/๒๓ ตุลาคม ๒๕๒๕