ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่ อย. 21/2545
เรื่อง แนวทางการพิจารณาการทําธุรกรรมที่เข้าข่ายเป็นการ
ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า
โดยที่มาตรา 98(4) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
กําหนดห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายในนามของตนเอง
หรือลูกค้า เว้นแต่คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกําหนดให้กระทําได้
ซึ่งในปัจจุบันคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการ
ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ไว้แล้วตามประกาศว่าด้วยการทําธุรกรรมและการให้
บริการด้านอนุพันธ์ของบริษัทหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ดี ยังคงมี
ข้อสงสัยในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการทําธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ที่มีกําหนด
ระยะเวลาชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์นานกว่ากําหนดเวลาตามธรรมเนียมปฏิบัติในการซื้อขาย
ตราสารหนี้ทั่วไป ว่าเข้าข่ายเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าตามมาตรา 98(4) หรือไม่ ประกอบกับ
สํานักงานยังไม่เคยกําหนดแนวทางการพิจารณาเป็นการทั่วไปว่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะใด
เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า สํานักงานจึงเห็นควรกําหนดแนวทางการพิจารณาการทําธุรกรรม
ที่เข้าข่ายเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าตามมาตรา 98(4) ไว้ให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่
ถูกต้องตรงกันและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจการค้าหลักทรัพย์อันเป็น
ตราสารแห่งหนี้
**แนวทางการพิจารณา**
1. สํานักงานเห็นว่าบทบัญญัติตามมาตรา 98 (4) ที่กําหนดห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์
ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายในนามของตนเองหรือลูกค้านั้น มีเจตนารมณ์ที่จะ
ใช้บังคับกับการซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเก็งกําไร เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือ
เพื่อปรับทิศทางการลงทุน เช่น สัญญา Futures สัญญา Options เป็นต้น ดังนั้น หากบริษัทหลักทรัพย์
ทําการซื้อขายหลักทรัพย์โดยกําหนดระยะเวลาในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ในอนาคตเพื่อ
วัตถุประสงค์ดังกล่าว สํานักงานจะถือว่าธุรกรรมนั้นเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า ในทางกลับกัน
หากบริษัทหลักทรัพย์ทําการซื้อขายหลักทรัพย์โดยกําหนดระยะเวลาในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ในอนาคตเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ทั่วไปนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น เช่น เพื่อปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อเป็นเครื่องมือในการให้สินเชื่อวิธีหนึ่ง เป็นต้น สํานักงานจะไม่ถือว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าตามมาตรา 98(4) โดยสํานักงาน
จะพิจารณาลักษณะการซื้อขายในภาพรวมเป็นรายกรณีไป
2. ในการพิจารณาว่าธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ที่มีกําหนดระยะเวลาชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ในอนาคตเป็นธุรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเก็งกําไร
เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือเพื่อปรับทิศทางการลงทุนอันจะทําให้ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการซื้อขาย
หลักทรัพย์ล่วงหน้าตามมาตรา 98(4) หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงที่จะนํามาประกอบการพิจารณาจะรวมถึง
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระยะเวลาในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ วิธีการชําระหนี้ตามสัญญา และ
วิธีการหลุดพ้นจากหนี้ตามสัญญาก่อนถึงกําหนดชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ดังนั้น หากการ
ซื้อขายหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ใดกําหนดระยะเวลาในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์
นานเกินควร เช่น นานกว่าสิบวันทําการนับแต่วันที่ตกลงราคาซื้อขายหลักทรัพย์ ให้สิทธิคู่สัญญาเลือกที่จะชําระส่วนต่างของราคาหลักทรัพย์ (cash settlement) แทนการส่งมอบหลักทรัพย์เมื่อถึงกําหนดชําระราคา
และส่งมอบหลักทรัพย์ หรือยินยอมให้คู่สัญญาปิดฐานะ (close-out position) ก่อนถึงวันครบกําหนดชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ สํานักงานอาจพิจารณาว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าตามมาตรา 98(4) โดยสํานักงานจะนําข้อเท็จจริงอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย
สํานักงานจึงขอประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2545
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
เลขาธิการ
สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์