ข้อ ๕ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามโครงการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่จะได้สิทธิเสียภาษีในอัตราตาม
(ข) และ (ง) ของ (๓)
ของประเภทที่ ๐๖.๐๑
และ ๐๖.๐๒
รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน
ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
๕.๑
ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามโครงการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
๕.๒
ต้องยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ขอรับสิทธิเสียภาษีในอัตราตาม (ข) และ (ง) ของ (๓)
ของประเภทที่ ๐๖.๐๑
และ ๐๖.๐๒
รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน
ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และทำข้อตกลงกับกรมสรรพสามิต
ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ สำหรับรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid
Electric
Vehicle)
หรือรถยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า (Electric
Powered
Vehicle)
ในรุ่นที่ขอรับสิทธิ ก่อนเริ่มการผลิต หรือนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในเขตปลอดอากร
ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมที่ผลิตรถยนต์นั้นหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่มีการนำเข้าตั้งอยู่
และให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ดังกล่าวสำเนาหนังสือแจ้งความประสงค์และข้อตกลงดังกล่าวให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี
๒ ทราบ
๕.๓
ตั้งแต่ปีที่ ๕ นับแต่วันที่ลงนามในข้อตกลงกับกรมสรรพสามิตจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๖๘ รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid
Electric
Vehicle)
หรือรถยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า (Electric
Powered
Vehicle)
ที่ผลิต หรือนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในเขตปลอดอากร ทุกคัน
ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบจากผู้ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนประเภทลิเธียมไอออน
หรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์หรือแบตเตอรี่ประเภทอื่นที่ให้พลังงานจำเพาะโดยน้ำหนัก (Wh/kg)
ที่สูงกว่าประเภทลิเธียมไอออนหรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์
ในกรณีที่ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งมีไม่ถึง
๒ ปี รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid
Electric
Vehicle)
หรือรถยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า (Electric
Powered
Vehicle)
ที่ผลิต หรือนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในเขตปลอดอากร ทุกคัน
จะต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบจากผู้ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนประเภทลิเธียมไอออน
หรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ หรือแบตเตอรี่ประเภทอื่นที่ให้พลังงานจำเพาะโดยน้ำหนัก (Wh/kg)
ที่สูงกว่าประเภทลิเธียมไอออน หรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ต่อไปอย่างน้อยจนครบ ๒ ปี