ข้อ ๑๔
ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ข) (ค)หรือ (ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
นายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน
เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
หรือเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินัจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.
๒๕๔๓ จะต้องได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่าที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความจะต้องได้ว่าความในศาลโดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความในการที่ศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า
๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง
สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า ๕
เรื่อง
(๒) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง
หรือตำรวจต้องปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง
สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง
สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)
(๓)
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นนายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน
กระทรวงกลาโหม ต้องได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทหารมาแล้วไม่น้อยกว่า
๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง
สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)
(๔)
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
(สำนักงาน ป.ป.ส.) ต้องปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง
สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง
สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)
(๕)
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน)
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ต้องปฏิบัติงานพิจารณาวินิจฉัยหรือสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า
๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง
สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)