法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 14/2554 เรื่อง การกระทำการหรืองดเว้นกระทำการในประการที่น่าจะมีผลต่อการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทจ. 14 /2554

เรื่อง การกระทําการหรืองดเว้นกระทําการในประการที่น่าจะมีผล

ต่อการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 มาตรา 247 และมาตรา 250/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกัการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกํากับตลาดทุนออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 6/2552 เรื่อง การกระทําการ

หรืองดเว้นกระทําการในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“กิจการ” หมายความว่า บริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

“หุ้นเพิ่มทุน” หมายความว่า หุ้นที่ออกใหม่โดยกิจการ ไม่ว่าเป็นการออกเพื่อรองรับหลักทรัพย์แปลงสภาพหรือไม่ แต่ไม่รวมถึงการออกหุ้นเพื่อรองรับการปรับสิทธิตามหลักทรัพย์แปลงสภาพที่ได้ออกอยู่ก่อนแล้ว

“หลักทรัพย์แปลงสภาพ” หมายความว่า ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ

“บริษัทย่อย” หมายความว่า

(1) บริษัทที่กิจการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(2) บริษัทที่บริษัทตาม (1) ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(3) บริษัทที่ถูกถือหุ้นต่อไปเป็นทอด ๆ โดยเริ่มจากการถือหุ้นของบริษัทตาม (2) ในบริษัทที่ถูกถือหุ้น โดยการถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวในแต่ละทอดมีจํานวนเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(4) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทตาม (1) (2) หรือ (3) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(5) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทตาม (1) (2) (3) หรือ (4) มีอํานาจควบคุมในเรื่องการกําหนดนโยบายทางการเงินและการดําเนินงานของบริษัทเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทนั้น

“บริษัทร่วม” หมายความว่า

(1) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทย่อยถือหุ้นรวมกันตั้งแต่ร้อยละยี่สิบแต่ไม่เกินร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(2) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทย่อยมีอํานาจในการมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินและการดําเนินงานของบริษัท แต่ไม่ถึงระดับที่จะควบคุมนโยบายดังกล่าว และไม่ถือเป็นบริษัทย่อยหรือกิจการร่วมค้า

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การกระทําของกิจการที่เข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาตามข้อ 4 เข้าลักษณะเป็นการกระทําในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ เว้นแต่เป็นการกระทําที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 5 หรือเป็นการกระทําภายใต้ความยินยอมหรือได้รับการผ่อนผันตามข้อ 6

(1) การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนหรือหลักทรัพย์แปลงสภาพ

(2) การได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีนัยสําคัญต่อการดําเนินธุรกิจของกิจการ ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาหรือเครื่องจักรหลักที่ใช้ในการผลิต ที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละสิบซึ่งคํานวณตามมูลค่าสูงสุดในแต่ละวิธีตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทํารายการที่มีนัยสําคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน

(3) การก่อหนี้หรือการเข้าทํา แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกสัญญาที่มีนัยสําคัญ โดยมิได้มีลักษณะเป็นการดําเนินการปกติในทางธุรกิจของกิจการ

(4) การซื้อหุ้นคืนของกิจการ (treasury stock) หรือการก่อให้หรือสนับสนุนให้บริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมซื้อหุ้นของกิจการ

(5) การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในลักษณะที่มิใช่การดําเนินการปกติของกิจการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ช่วงเวลาที่กิจการกระทําการตามข้อ 3 ซึ่งเข้าลักษณะเป็นการกระทําในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อ ให้เป็นดังนี้

(1) วันเริ่มต้นของช่วงเวลา ได้แก่ วันที่มีการประกาศต่อสาธารณชนว่าจะเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ หรือวันที่ยื่นประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ หรือวันที่ยื่นคําเสนอซื้อต่อสํานักงาน แล้วแต่วันใดจะเกิดก่อน

(2) วันสุดท้ายของช่วงเวลา ได้แก่ วันดังต่อไปนี้ แล้วแต่วันใดจะเกิดหลังสุด

(ก) วันที่ยื่นประกาศปฏิเสธการทําคําเสนอซื้อ

(ข) วันที่ส่งหนังสือแจ้งการยกเลิกคําเสนอซื้อพร้อมเหตุผลต่อสํานักงานและสํานักงานมิได้แจ้งทักท้วงการยกเลิกดังกล่าว

(ค) วันสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อตามคําเสนอซื้อ เว้นแต่ในกรณีที่ภายหลังการทําคําเสนอซื้อ ผู้ทําคําเสนอซื้อเป็นผู้ถือหุ้นของกิจการเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ให้วันประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกหลังจากสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อตามคําเสนอซื้อ เป็นวันสุดท้ายของช่วงเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่การกระทําของกิจการตามที่กําหนดในข้อ 3 เป็นการดําเนินการตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการหรือมติคณะกรรมการของกิจการ ที่ได้อนุมัติไว้ก่อนแล้ว และเป็นไปตามองค์ประกอบดังต่อไปนี้ มิให้ถือว่าเป็นการกระทําในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อ

(1) เป็นมติที่ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ก่อนวันที่มีการประกาศต่อสาธารณชนว่าจะเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ หรือวันที่ยื่นประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ หรือวันที่ยื่นคําเสนอซื้อต่อสํานักงาน แล้วแต่วันใดจะเกิดก่อน

(2) มีการระบุรายละเอียดของการกระทําตามข้อ 3 ไว้อย่างชัดเจนในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ในกรณีเป็นการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนหรือหลักทรัพย์แปลงสภาพตามข้อ 3(1) มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในกรณีดังกล่าวต้องมิใช่การเพิ่มทุนแบบมอบอํานาจทั่วไป (General Mandate) และในมตินั้นต้องมีการระบุรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) วัตถุประสงค์ในการใช้เงินเพิ่มทุน รวมทั้งเหตุผลและความจําเป็นในการใช้เงินเพิ่มทุนตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว

(ข) ลักษณะการเสนอขาย ซึ่งต้องเป็นการเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น หรือการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป หรือการเสนอขายต่อบุคคลในวงจํากัด โดยในกรณีที่เป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงที่จะมีส่วนร่วมในการบริหาร (strategic partner) ต้องระบุชื่อผู้ลงทุนดังกล่าวอย่างชัดเจน

(ค) จํานวนหุ้นที่จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุน

(3) ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อกรรมการหรือคณะกรรมการของกิจการในเรื่องความสนใจของผู้ทําคําเสนอซื้อที่จะเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการในขณะที่มีมติดังกล่าว

เพื่อประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง (2) คําว่า “การเพิ่มทุนแบบมอบอํานาจทั่วไป(General Mandate)” หมายความว่า การเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนโดยการขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้ล่วงหน้าและให้อํานาจคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนกําหนดวัตถุประสงค์ การออกและจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน เช่น การกําหนดราคา วันและเวลาที่จะเสนอขาย หรือเงื่อนไขในการเสนอขายหุ้น ในแต่ละคราวตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การกระทําของกิจการที่เข้าลักษณะเป็นการกระทําในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อตามที่กําหนดในข้อ 3 หากเป็นการดําเนินการภายใต้ความยินยอมหรือการผ่อนผันดังต่อไปนี้ กิจการไม่จําต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้กระทําการดังกล่าว

(1) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ทําคําเสนอซื้อ ให้กระทําการเช่นนั้นได้

(2) ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานในกรณีที่กิจการแสดงได้ว่ามีข้อจํากัดในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ และการกระทํานั้นมิได้มีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทําคําเสนอซื้อ โดยต้องยื่นขอผ่อนผันต่อสํานักงานก่อนที่กิจการจะกระทําการดังกล่าว และในกรณีที่เห็นสมควร

สํานักงานอาจเสนอให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการพิจารณาคําขอผ่อนผันดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่กิจการต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามข้อ 3 หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติดังกล่าว ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้อย่างชัดแจ้ง

(1) รายละเอียดเกี่ยวกับการทําคําเสนอซื้อเท่าที่คณะกรรมการของกิจการทราบ

(2) ในกรณีเป็นการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนหรือหลักทรัพย์แปลงสภาพตามข้อ 3(1) ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนหรือหลักทรัพย์แปลงสภาพต่อการทําคําเสนอซื้อและต่อผู้ถือหุ้นของกิจการด้วย

(3) ในกรณีเป็นการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินตามข้อ 3(2) ต้องมีความเห็นของคณะกรรมการในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย ทั้งนี้ ในกรณีที่จะเป็นการเข้าทํารายการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไป ให้มีความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระในเรื่องดังกล่าวด้วย

(ก) ความเป็นธรรมของราคาและเงื่อนไขของการทํารายการ

(ข) ความเพียงพอของเงินทุนหมุนเวียนของกิจการในกรณีที่กิจการตกลงเข้าทํารายการ

(ค) ความเห็นว่าผู้ถือหุ้นควรลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการทํารายการ พร้อมระบุเหตุผลประกอบ

(4) ความเห็นของคณะกรรมการของกิจการเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลและประโยชน์ของการทํารายการตามที่กําหนดในข้อ 3 ต่อกิจการ พร้อมระบุเหตุผลประกอบ ทั้งนี้ ในกรณีที่จะเป็นการเข้าทํารายการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไป ให้มีความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระในเรื่องดังกล่าวด้วย

ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระตามวรรคหนึ่ง (3) และ (4) และการเปิดเผยความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทํารายการที่มีนัยสําคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่กิจการกระทําการตามข้อ 3 โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ ผู้ทําคําเสนอซื้อจะใช้สิทธิยกเลิกคําเสนอซื้อหรือลดราคาเสนอซื้อได้ต่อเมื่อผู้ทําคําเสนอซื้อได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนในคําเสนอซื้อและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานแล้ว

เมื่อเกิดเหตุที่ผู้ทําคําเสนอซื้อจะใช้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นหนังสือให้สํานักงานทราบก่อนการใช้สิทธิ และหากสํานักงานมิได้ทักท้วงเป็นประการใดภายในสามวันทําการนับแต่วันที่สํานักงานได้รับแจ้ง ให้ถือว่าผู้ทําคําเสนอซื้อได้รับความเห็นชอบให้ใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ทําคําเสนอซื้อ บุคคลที่กระทําการร่วมกันตามมาตรา 247 หรือบุคคลตามมาตรา 258 ของบุคคลเหล่านั้นได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเห็นชอบด้วยกับการกระทําการตามข้อ 3 ผู้ทําคําเสนอซื้อจะใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งมิได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับตลาดทุน

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 14/2554 เรื่อง การกระทำการหรืองดเว้นกระทำการในประการที่น่าจะมีผลต่อการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_257830ed57ec9b40

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com