ข้อ ๔ ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานไทยต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ
ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี
(๒) ได้รับใบรับรองโดยผ่านการทดสอบ ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดมาแล้วไม่เกินสามปี
(๓) มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าสามปี
ในการเป็นที่ปรึกษามาตรฐานแรงงานได้แก่ TLS 8001-2003, SA 8000, FLA
Workplace Code of Conduct, WRAP, AVE Sector Mcdel Social Responsibility, WRC
Workers Rights Consortium Code of Conduct, Nike Code of Ethics, Mattel Global
Manufacturing Principles, ETI Standard, GAP Walt Disney, Adidas-Salomon และ
Code of Conduct อื่นๆ หรือเป็นที่ปรึกษามาตรฐานอื่น ได้แก่ มอก. ๑๘๐๐๑,
OHSAS,GMP, HACCP ,ISO 9001, QS 9000, ISO/IS 16949, ISO/IEC 17025, ISO 13485, TL
9000, QSME,ISO 14001, EMAS และ HA หรือเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
ด้านการผลิต ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
(๔) มีบุคลิกภาพดีเป็นที่น่าเชื่อถือ
ยอมรับข้อคิดเห็นผู้อื่น มีเหตุมีผล และเชื่อมั่นในตนเอง
(๕) สามารถรับรู้และสื่อข้อความได้ดีทั้งการเขียนและการพูดในภาษาที่ใช้ในการตรวจประเมิน
(๖) มีความสามารถในการวางแผนและการจัดการพัฒนามาตรฐานแรงงานให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์อย่างมีคุณภาพ
รวมทั้งการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาต่างๆ
(๗) มีจรรยาบรรณของการเป็นที่ปรึกษา
ได้แก่
ก. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เสมอภาค และปราศจากอคติ
ข. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ
ค. เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงานเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ง. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว ถูกต้อง
สมเหตุสมผล
จ. ประพฤติตนเป็นผู้ตรงต่อเวลา และใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่
ฉ. มีความรับผิดชอบ และมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน
ช. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอื้อเฟื้อ มีน้ำใจ ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ
อ่อนโยน และมีมนุษย์สัมพันธ์อันดี
ซ. ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจในบรรดาผู้ร่วมปฏิบัติงาน
ฌ. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและไม่เรียกร้องการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนตัว
ญ. ละเว้นการนำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
(๘) ไม่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในระยะเวลาสองปีก่อนหน้านั้นกับผู้รับการพัฒนามาตรฐานแรงงานในเรื่องการเป็นผู้ตรวจประเมิน