法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. 2539

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ

พ.ศ. ๒๕๓๙

ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการ

ศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๒๘

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.

๒๕๓๔ ไว้แล้ว นั้น

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบกรมการขนส่งทางบกดังกล่าวเสีย

ใหม่ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ.

๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และเพื่อให้การปฏิบัติ

ราชการเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความถูกต้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

กรมการขนส่งทางบกจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรม

และทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. ๒๕๓๙ "

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับ

ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐

(๒) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับ

ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๔

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่ง

ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ฝ่ายวิชาการ) รักษาการตามระเบียบนี้

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ทุกประเภทและทุกชนิด ต้องผ่านการ

ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ดังต่อไปนี้

(๑) การทดสอบประสาทมือ

(๒) การทดสอบปฏิกิริยา

(๓) การทดสอบสายตา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การทดสอบประสาทมือให้ทดสอบโดยใช้เครื่องทดสอบประสาทมือรวม ๓

ครั้ง หากปรากฏสัญญาณไฟแสงสีแดงขึ้นในการทดสอบระหว่างช่องหมายเลข ๗ - ๑๖ ไม่เกินกว่า

หนึ่งครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การทดสอบปฏิกิริยาให้ทดสอบโดยใช้เครื่องทดสอบปฏิกิริยารวม ๓ ครั้ง

หากปรากฏว่า

(๑) สำหรับการทดสอบด้วยเครื่องทดสอบแบบเดิมที่ไม่ใช่เครื่องทดสอบตามข้อ

๗ (๒) ได้รับผลเฉลี่ยไม่เกินกว่า ๐.๗๕ วินาที ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๒) สำหรับการทดสอบด้วยเครื่อง Porto. - Clinic/Glare ได้รับผลเฉลี่ยไม่เกิน

กว่า ๐.๓๘ วินาที ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การทดสอบสายตา ให้ดำเนินการ ดังนี้

๘.๑ การทดสอบสายตาทางกว้าง ให้ทำการทดสอบด้วยเครื่องทดสอบ

ด้วยเครื่องทดสอบแบบเดิม หรือเครื่องทดสอบตามข้อ ๗ (๒) แล้วแต่กรณีถ้าผู้เข้ารับการทดสอบ

สามารถมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เป็นมุมกว้างตั้งแต่ ๗๕ องศาขึ้นไป ให้ถือว่าผ่านการ

ทดสอบ

๘.๒ การทดสอบสายตาทางลึก ให้ดำเนินการ ดังนี้

(ก) สำหรับการทดสอบด้วยเครื่องทดสอบตามข้อ ๗ (๑) ให้ทดสอบ

ในระยะ ๒.๕๐ - ๓.๕๐ เมตร รวม ๓ ครั้ง หากปรากฏผลเฉลี่ยไม่เกินกว่า ๑ นิ้ว ให้ถือว่าผ่านการ

ทดสอบ

(ข) สำหรับการทดสอบด้วยเครื่องทดสอบตาข้อ ๗ (๒) ให้ทดสอบ

ในระยะประมาณ ๒๐ ฟุต (ประมาณ ๗ เมตร) รวม ๓ ครั้ง หากปรากฏผลเฉลี่ยไม่เกินกว่า ๑ นิ้ว ให้

ถือว่าผ่านการทดสอบ

๘.๓ การทดสอบสายตาบอดสี ให้ผู้เข้ารับการทดสอบดูสีเขียว สีแดง และ

สีเหลือง จากแผ่นภาพทดสอบการบอดสีของสายตาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ทั้งนี้ โดยให้ผู้

เข้ารับการทดสอบอยู่ห่างจากแผ่นภาพทดสอบในระดับสายตาในระยะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร แล้วให้

ผู้ควบคุมใช้ไม้ชี้สีแต่ละสีให้อ่านในแต่ละจุดแตกต่างกันรวมสีละ ๓ ครั้ง หากอ่านได้ถูกต้องให้ถือว่า

ผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายผู้ใดไม่ผ่านการ

ทดสอบตามข้อ ๕ ให้มีสิทธิสอบแก้ตัวตามวันและเวลาที่นายทะเบียนกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประสงค์จะเข้ารับการศึกษาใน

โรงเรียนสอนขับรถเอกชนซึ่งกรมการขนส่งทางบกรับรอง ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของ

ร่างกายก่อนตามข้อ ๕ จากสำนักทะเบียนและภาษีรถ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่ง

จังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี

การศึกษาอบรม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบกต่อไปนี้เป็นโรงเรียนการขน

ส่ง กรมการขนส่งทางบก และมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

(๑) กองสวัสดิภาพการขนส่ง มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการให้การศึกษาอบรม

การขับรถตามหลักสูตรระยะยาว และการกำหนดหลักสูตรการศึกษาอบรมหลักสูตรระยะยาว หลัก

สูตรระยะสั้น และหลักสูตรพิเศษ

(๒) สำนักทะเบียนและภาษีรถ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด

มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการให้การศึกษาอบรมการขับรถตามหลักสูตรระยะยาว หลัก

สูตรระยะสั้น และหลักสูตรพิเศษ

(๓) สำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการให้

การศึกษาอบรมการขับรถตามหลักสูตรระยะสั้น และหลักสูตรพิเศษ

สำหรับการศึกษาอบรมการขับรถตามหลักสูตรระยะยาว หลักสูตรระยะสั้น และ

หลักสูตรพิเศษ ให้กองสวัสดิภาพการขนส่งเป็นผู้กำหนดหลักสูตรการศึกษาอบรมทั้งภาคทฤษฎี

และภาคปฏิบัติ ระยะเวลาการศึกษาอบรม การทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตลอดจน

ออกระเบียบและคำสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของโรงเรียนการขนส่ง พร้อมทั้งให้

ดำเนินการจัดทำและออกใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ผ่านการศึกษาและสำเร็จการศึกษาตามหลัก

สูตรระยะยาวเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามภูมิลำเนาของผู้สำเร็จ

การศึกาาตามหลักสูตร โดยไม่ต้องเข้ารับการทดสอบใด ๆ อีก

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ ต้องผ่านการศึกษาอบรมและจบ

หลักสูตรดังนี้

(๑) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ ชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒ ต้องผ่านการ

ศึกษาอบรมและจบหลักสูตรระยะยาวจากโรงเรียนการขนส่ง กองสวัสดิภาพการขนส่ง กรมการขน

ส่งทางบก หรือ

(๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ ชนิดที่ ๑ ชนิดที่ ๒ ชนิดที่ ๓ และชนิดที่

๔ ต้องผ่านการศึกษาอบรมและจบหลักสูตรระยะยาว หลักสูตรระยะสั้นหรือหลักสูตรพิเศษ แล้วแต่

กรณี ณ สำนักทะเบียนและภาษีรถ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือ

(๓) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ ชนิดที่ ๑ ชนิดที่ ๒ ชนิดที่ ๓ และชนิดที่

๔ ต้องผ่านการศึกษาอบรม และจบหลักสูตรระยะสั้นหรือหลักสูตรพิเศษ แล้วแต่กรณี ณ สำนักงาน

ขนส่งจังหวัดสาขา

หลักสูตรระยะสั้นโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก

สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ ชนิดที่ ๒ ชนิดที่ ๓ และชนิดที่ ๔

๑๒.๑ การศึกษาอบรมภาควิชาการ

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

ทั้งนี้ โดยกำหนดชั่วโมงการศึกษาอบรมแตกต่างกันตามชนิดของใบอนุญาตเป็น

ผู้ขับรถ ดังนี้

(ก) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒ ประเภทส่วนบุคคล

และทุกประเภท ต้องเข้ารับการศึกษาอบรม รวม ๙ ชั่วโมงหรือ ๒ วัน

(ข) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓ ประเภทส่วนบุคคลและทุกประเภท

ต้องเข้ารับการศึกษาอบรม รวม ๑๐ ชั่วโมง หรือ ๒ วัน

(ค) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๔ ประเภทส่วนบุคคลและทุกประเภท

ต้องเข้ารับการศึกษาอบรม รวม ๑๖ ชั่วโมง หรือ ๓ วัน

๑๒.๒ การทดสอบและวัดผลภาควิชาการ

๑๒.๒.๑ ในการทดสอบข้อเขียนให้ทำการทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตเป็น

ผู้ขับรถด้วยข้อสอบซึ่งจัดทำขึ้นตามชนิดของใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถที่ขอรับ

ข้อสอบตามวรรคหนึ่ง ให้กองสวัสดิภาพการขนส่งพิจารณาจัดทำรูปแบบ

และจำนวนชุดของข้อสอบ ตลอดจนกำหนดเวลาการทดสอบให้เหมาะสมกับสภาพกาลเวลาโดยข้อ

สอบนั้นให้ครอบคลุมเนื้อหาของวิชาต่าง ๆ ตามหลักสูตรการศึกษาอบรมและให้หมุนเวียนใช้ข้อ

สอบแต่ละชุดตามความเหมาะสม

๑๒.๒.๒ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องได้คะแนนรวมร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป จึงให้

ถือว่าผ่านการทดสอบ ในกรณีไม่ผ่านการทดสอบให้ทดสอบแก้ตัวได้

๑๒.๒.๓ ในกรณีผู้เข้ารับการทดสอบอ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ ให้เจ้า

หน้าที่ผู้ดำเนินการทดสอบอ่านคำถามให้ฟังแล้วให้ผู้เข้ารับการทดสอบตอบด้วยปากเปล่า โดยให้

เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการทดสอบเขียนคำตอบตามคำถามของผู้เข้ารับการทดสอบลงในกระดาษคำ

ตอบแทน สำหรับกรณีการตอบโดยใช้เครื่องหมายให้ผู้เข้ารับการทดสอบทำเครื่องหมายด้วยตนเอง

และให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการทดสอบบันทึกในกระดาษสอบว่า "สอบปากเปล่า" พร้อมทั้งลงนาม

กำกับไว้เป็นหลักฐาน

๑๒.๒.๔ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบให้ประกาศผลการทดสอบภายใน ๓

วันทำการถัดไป

๑๒.๓ การทดสอบและวัดผลภาคปฏิบัติ (ทดสอบขับรถ)

๑๒.๓.๑ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องทดสอบขับรถตามที่กำหนดไว้

สำหรับใบอนุญาตที่ขอรับในแต่ละชนิด ดังนี้

(ก) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ ทดสอบขับรถด้วยรถที่มีน้ำ

หนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกินสามพันห้าร้อยกิโลกรัมที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือรถขน

ส่งผู้โดยสารไม่เกินยี่สิบคน

(ข) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๒ ทดสอบขับรถด้วยรถที่มีน้ำ

หนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกินกว่าสามพันห้าร้อยกิโลกรัมที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือรถ

ขนส่งผู้โดยสารเกินกว่ายี่สิบคน

(ค) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓ ทดสอบขับรถด้วยรถลากจูง

พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วง

(ง) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๔ (รถบรรทุกวัตถุอันตราย) จะ

ต้องเข้ารับการทดสอบการขับรถด้วยรถลากจูงพร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วง

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ อาจใช้รถทดสอบขับเช่นเดียวกับ

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๒ หรือชนิดที่ ๓ ก็ได้ หรือผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่

๒ อาจใช้รถทดสอบขับเช่นเดียวกับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓ ก็ได้เช่นเดียวกัน

๑๒.๓.๒ ในการทดสอบความสามารถการขับรถ ให้ทำการ

ทดสอบขับไม่น้อยกว่า ๓ ท่า ในจำนวน ๗ ท่า โดยให้ใช้ท่าที่ ๓ เป็นท่าบังคับ ดังต่อไปนี้

ท่าที่ ๑ การเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

ท่าที่ ๔ การกลับรถ

ท่าที่ ๕ การหยุดรถบนทางราบ

ท่าที่ ๖ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด

ท่าที่ ๗ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

๑๒.๓.๓ ท่าสำหรับทดสอบขับรถตามข้อ ๑๒.๓.๒ ให้เป็นไปตาม

หลักเกณฑ์และวิธีการ ดังนี้

ท่าที่ ๑ การเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

(๑) ตัวถังด้านซ้ายของรถต้องขนานขอบทางและห่างจากขอบ

ทางไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

(๒) กันชนหน้ารถต้องไม่ล้ำเกินจุดหยุดรถ และต้องอยู่ห่างจาก

จุดหยุดรถนั้นไม่เกิน ๒ เมตร

(๓) ต้องไม่ขับรถปีนทางเท้าหรือขอบทาง

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

(๑) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถ ซึ่ง

ประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ในแนวตรงขนานกัน ๒ แถว มีความยาวไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร หลักแต่ละ

หลักในแถวเดียวกันมีระยะห่าง ๔ เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความกว้างสุดของตัว

รถบวกอีก ๕๐ เซนติเมตร

(๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

(๑) ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้ายซึ่งประกอบด้วย

หลักที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่า ๙ หลัก โดยมีระยะห่างระหว่างหลักที่ ๑ ถึงหลักที่ ๓ และหลักที่ ๗ ถึงหลัก

ที่ ๙ เท่ากับความกว้างสุดของตัวรถบวกกับอีก ๑ เมตร ระยะห่างระหว่างหลักที่ ๑ ถึงหลักที่ ๙ และ

หลักที่ ๓ ถึงหลักที่ ๗ เท่ากับความยาวสุดของตัวรถบวกกับอีก ๔ เมตร สำหรับการทดสอบเพื่อขอ

รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒ และบวกกับอีก ๖ เมตร สำหรับการทดสอบเพื่อขอ

รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓

(๒) ตั้งแต่เริ่มขับรถถอยหลักเข้าจอดจนกระทั่งออกจากที่จอด

ต้องไม่เปลี่ยนเกียร์เกินกว่า ๗ ครั้ง

(๓) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

ท่าที่ ๔ การกลับรถ

(๑) ให้กลับรถในช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ขนานกัน

๒ แถว มีความยาวไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร หลักในแต่ละแถวห่างกัน ๔ เมตร ส่วนความกว้างของช่อง

เดินรถเท่ากับความยาวของรถบวกกับอีก ๖ เมตร

(๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

(๓) ตั้งแต่เริ่มขับรถเพื่อกลับรถจนกระทั่งกลับรถแล้วเสร็จ

ท่าที่ ๕ การหยุดรถบนทางราบ

(๑) ให้ขับรถในทางตรงด้วยความเร็วประมาณ ๒๐ - ๓๐ กม./

ชม. แล้วหยุดรถตรงแนวเส้นที่กำหนด

(๒) กันชนหน้าต้องไม่ล้ำหรือต่ำกว่าแนวเส้นที่กำหนดเกินกว่า ๑

เมตร

ท่าที่ ๖ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด

(๑) ให้ขับรถบนเนินหรือสะพานโค้งแล้วหยุดรถบนเชิงลาดของ

เนิน หรือสะพานโค้งนั้นโดยให้กันชนหน้าอยู่ระหว่างกึ่งกลางเนิน หรือส่วนบนสุดของสะพานโค้ง

แล้วออกรถข้ามเนินหรือสะพานโค้งนั้นไปโดยปลอดภัย

(๒) ต้องไม่ขับรถในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเลี้ยงคลัชท์

หรือเป็นเหตุให้ตัวรถเคลื่อนถอยจากจุดที่หยุดเกินกว่า ๑ เมตร หรือเครื่องยนต์ดับเกินกว่า ๒ ครั้ง

ท่าที่ ๗ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

ให้ขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรที่กำหนดไว้ตามจุด

ต่าง ๆ บนเส้นทางการสอบขับรถไม่น้อยกว่า ๕ เครื่องหมาย พร้อมทั้งให้สัญญาณไฟหรือสัญญาณ

มือประกอบด้วย

๑๒.๓.๔ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนถูกต้องตาม

หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบขับรถแต่ละข้อตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒.๓.๓ จึงจะถือว่าผ่านการ

ทดสอบ

ในกรณีไม่ผ่านการทดสอบในท่าใด ให้ทดสอบแก้ตัวสำหรับท่านั้นได้

๑๒.๓.๕ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบให้ประกาศผลการทดสอบภาย

ใน ๓ วันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ ชนิดที่ ๒ และชนิดที่ ๓ ที่

มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ (ม.๖) หรือชั้นประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ.๓ หรือ ม.๓ )

หรือเทียบเท่าขึ้นไปให้ได้รับการยกเว้นการเข้ารับการศึกษาอบรมตามข้อ ๑๒ แต่ให้ผ่านการศึกษา

อบรมและจบหลักสูตรพิเศษจากโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก ณ สำนักทะเบียนและ

ภาษีรถสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ดังนี้

หลักสูตรพิเศษโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก

สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ ชนิดที่ ๒ ชนิดที่ ๓

๑๓.๑ การศึกษาอบรม

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

๑๓.๒ การทดสอบและวัดผล

ให้นำหลักเกณฑ์การทดสอบและวัดผลภาควิชาการและภาคการทดสอบ

ขับรถตามหลักสูตรการศึกษาระยะสั้นของโรงเรียนการขนส่งกรมการขนส่งทางบก มาใช้บังคับแก่

การดำเนินการทดสอบและวัดผลภาควิชาการและภาคทดสอบขับรถหลักสูตรพิเศษของโรงเรียน

การขนส่ง กรมการขนส่งทางบกโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถอยู่แล้ว ประสงค์จะขอเปลี่ยนชนิดของ

ใบอนุญาตให้สูงขึ้นจากเดิม จะต้องปฏิบัติดังนี้

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและภาษีรถ ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่ง

เขตพื้นที่ ขนส่งจังหวัด หรือหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณีมอบหมายให้เจ้าหน้า

ที่ในสำนักงานเป็นวิทยากรอบรมวิชาในหลักสูตรการศึกษาอบรมตามที่เห็นสมควร เว้นแต่ จะ

พิจารณาว่าวิชาใดไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เหมาะสมจะเป็นวิทยากร ก็ให้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิภายในเขต

จังหวัดนั้นมาเป็นวิทยากรอบรมได้ ทั้งนี้ โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินสมนาคุณ

วิทยากรตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

คณะกรรมการดำเนินการทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การดำเนินการทดสอบสำหรับเขตท้องที่ความรับผิดชอบของสำนัก

ทะเบียนและภาษีรถให้ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและภาษีรถ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ส่วนใบอนุญาต

ขับรถ สำนักทะเบียนและภาษีรถหรือเจ้าหน้าที่จากกองอื่นที่เห็นสมควรและผู้บังคับบัญชาของผู้นั้น

ให้ความเห็นชอบแล้วจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน เป็นคณะกรรมการดำเนินการทดสอบผู้ขอรับใบ

อนุญาตเป็นผู้ขับรถรวม ๓ คณะ ดังนี้

(๑) คณะกรรมการควบคุมและดำเนินการทดสอบข้อเขียน

(๒) คณะกรรมการตรวจข้อสอบ

(๓) คณะกรรมการดำเนินการสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การดำเนินการทดสอบสำหรับเขตท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงาน

ขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ให้ผู้อำนวยการสำนักงาน

ขนส่งเขตพื้นที่ ขนส่งจังหวัดหรือหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี แต่งตั้งเจ้าหน้า

ที่ภายในสำนักงานเป็นคณะกรรมการดำเนินการทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถรวม ๒ คณะ

ดังนี้

(๑) คณะกรรมการควบคุมและดำเนินการทดสอบข้อเขียนและตรวจข้อสอบ

(๒) คณะกรรมการดำเนินการทดสอบขับรถ

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการ

การศึกษาอบรม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการต้องผ่าน

การศึกษาอบรม และจบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก ณ สำนักทะเบียน

และภาษีรถ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา แล้ว

แต่กรณี ตามหลักสูตรการศึกษา ดังนี้

หลักสูตรการศึกษาอบรมของโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก

สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการ

๑๘.๑ การศึกษาอบรมภาควิชาการ

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

๑๘.๒ การทดสอบและวัดผลภาควิชาการ

ให้นำหลักเกณฑ์การทดสอบและวัดผลภาควิชาการผู้ขอรับใบอนุญาต

เป็นผู้ขับรถหลักสูตรการศึกษาระยะสั้นของโรงเรียนการขนส่งกรมการขนส่งทางบก มาใช้บังคับแก่

การทดสอบและวัดผลภาควิชาการผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการ

โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการมีวุฒิ

การศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ (ม.๖) หรือประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ. ๓ หรือ ม. ๓) หรือ

เทียบเท่าขึ้นไปให้ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการศึกษาอบรมตามข้อ ๑๘ แต่ให้ผ่านการศึกษาอบรมและ

จบหลักสูตรพิเศษ จากโรงเรียนการขนส่งกรมการขนส่งทางบก ดังนี้

หลักสูตรพิเศษโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก

สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการ

๑๙.๑ การศึกษาอบรมภาควิชาการ

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

๑๙.๒ การทดสอบและวัดผลภาควิชาการ

ให้นำหลักเกณฑ์การทดสอบและวัดผลภาควิชาการผู้ขอรับใบอนุญาต

เป็นผู้ขับรถตามหลักสูตรการศึกษาอบรมระยะสั้นของโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก มา

ใช้บังคับแก่การทดสอบและวัดผลภาควิชาการผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ

และผู้บริการ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนายตรวจ ซึ่งเคยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต

เป็นผู้เก็บค่าโดยสาร หรือผู้บริการ ให้ได้รับการยกเว้นโดยไม่ต้องเข้ารับการศึกษาอบรมและทดสอบ

ใด ๆ ตามข้อ ๑๘

คณะกรรมการดำเนินการทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร

นายตรวจ ผู้บริการ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้นำความในข้อ ๑๖ (๑) และ (๒) หรือข้อ ๑๗ แล้วแต่กรณีมาใช้บังคับ

แก่การดำเนินการทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้

บริการ โดยอนุโลม

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการ

จะต้องปฏิบัติตนในระหว่างที่เข้ารับการศึกษาอบรม ดังนี้

(๑) ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย

(๒) ต้องเข้าและออกจากห้องเรียนตรงตามเวลา

(๓) ไม่ส่งเสียงดังหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่นในขณะเรียน

(๔) ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนชำรุด

เสียหาย และหากเกิดความเสียหายจะด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ตาม ให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

(๕) ต้องแสดงกิริยาวาจาสุภาพเรียบร้อย ให้เกียรติและแสดงความคารวะไม่พูด

จาเสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว หรือรบกวน ต่อผู้สอน

(๖) ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่ม หรือรับประทานอาหาร ในขณะเข้าเรียน

(๗) ไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมา หรือเสพยาเสพติดให้โทษ และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อ

จิตและประสาทในขณะเรียน หรือมีอาการมึนเมาในขณะเรียน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๒๒ (๑) (๒), (๓),

(๔), (๕) และ (๖) ให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมหรือผู้สอนมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นออกจากห้องเรียนได้ทันที

แต่ในกรณีที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๒๒ (๗) ให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมหรือผู้สอนมีอำนาจสั่งให้ผู้

นั้นออกจากห้องเรียนและให้หมดสิทธิ์เข้ารับการศึกษาอบรมในรุ่นนั้นได้

ประกาศ ณ วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙

พงศกร เลาหวิเชียร

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

[รก.๒๕๔๑/๔๔ง/๗๗/๒ มิถุนายน ๒๕๔๑]

ธิดาวรรณ / แก้ไข

๓๑ ก.ค. ๒๕๔๕

A+B (C)

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. 2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_25aa58ae7381a8c3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com